Tagged: Chinese Adventure

การผจญภัยกับภาษาจีนกลาง – เรื่องตุ้ยๆ (对)

คำว่า 对 (duì) เนี่ย เป็นคำแรกๆ เลยที่ได้เรียนตอนเรียนภาษาจีนครับ แล้วก็น่าจะเป็นคำที่เวลาใช้ในชีวิตประจำวันเนี่ย ได้ใช้บ่อยแบบสุดๆ เช่นกันอ่ะครับ เพราะโดยพื้นฐานแล้ว คำคำนี้แปลว่า ถูกต้อง หรือ ใช่ เช่น เวลาเราถามว่า คุณเป็นนักเรียนใช่ไหม ในภาษาจีนเราก็ถามว่า 你是学生,对吗?(nǐ shì xuéshēng, duì ma) แล้วถ้าใช่ก็ตอบว่า 对,我是学生。(duì, wǒ shì xuéshēng) หรือถ้าไม่ใช่ก็บอก 不对,我不是学生。(bùduì, wǒ bùshì xuéshēng) ก็ประมาณนี้ครับ

การผจญภัยกับจีนกลาง – เรียนภาษาจีนด้วยตนเอง ทำได้ไหม ทำยังไง?!?

  ผมออกตัวไว้นานแล้ว ว่าผมไม่ได้เก่งภาษาจีน และบล็อก “การผจญภัยกับจีนกลาง” มันเป็นบล็อกที่ผมเขียนเพื่อบันทึกประสบการณ์ในการเรียนภาษาจีนของผม เพื่อเอาไว้สำหรับย้อนกลับมาอ่านได้ในภายหลัง และเป็นการทบทวนไปในตัวด้วย (เพราะตอนพิมพ์ มันก็ต้องอ่านซ้ำ ต้องคิดซ้ำไปซ้ำมา) … ณ ปัจจุบัน ผมเรียนภาษาจีนกับ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมจีน ซีซีซี มาได้ครึ่งปีเศษแล้ว และก็มีการค้นคว้าเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองไปด้วย ฉะนั้นเลยคิดว่าน่าจะพอตอบคำถามได้ว่า จริงๆ แล้ว การเรียนภาษาจีนด้วยตัวเองนั้น ทำได้หรือไม่

การผจญภัยกับจีนกลาง – คำว่า 是 และคำว่า 当 ในความหมายว่า “เป็น”

  เวลาสื่อสารกับคู่สนทนา คำว่า เป็น และ คือ เป็นอะไรที่ใช้กันบ่อยมาก คุณเป็นใคร ผมเป็นนักเรียน เขาเป็นคุณพ่อของฉัน บลาบลาบลา ภาษาไทยจะใช้ยังคงไม่ต้องให้บอก ภาษาบ้านเราอยู่แล้ว ส่วนภาษาอังกฤษนั้น เขาใช้ Verb to be แต่ในภาษาจีน มันไม่มี Verb to be หรอกนะ แต่เขาจะใช้คำว่า 是 (shì) และ 当 (dāng) กันครับ … ทั้งสองคำ มีความหมายว่า...

การผจญภัยกับจีนกลาง – โครงสร้างประโยคภาษาจีน

เรื่องนึงที่ไม่ได้พูดถึงในตอนแรกๆ ที่เขียนบล็อก “การผจญภัยกับจีนกลาง” นี้ก็คือเรื่องของโครงสร้างประโยคในภาษาจีนแบบลงรายละเอียด ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกครับ ก็กว่าจะได้เรียนเรื่องนี้ในหนังสือ ก็ปาเข้าไป 第十六课 (Dì shíliù kè) หรือ บทที่ 16 แล้วนั่นเอง … ถามว่าทำไมกว่าจะเรียนก็ปาเข้าไปตั้ง 16 บท ผมคงตอบว่า เพราะมันยังไม่จำเป็นถึงขนาดนั้นไง … ในช่วงร่ำเรียนใหม่ๆ นั้น ประโยคภาษาจีนพื้นฐานเราใช้แค่ ประธาน + กริยา + กรรม ก็เพียงพอแล้ว พอเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงค่อยมาเรียนรูปประโยคที่ซับซ้อนขึ้น

การผจญภัยกับจีนกลาง – ภาษาจีนสำหรับบล็อกเกอร์ไอที

  สมัยนี้ในแวดวงการเทคโนโลยี ประเทศจีนมาแรงนะครับ หลายๆ แบรนด์ของฝรั่งนี่ โดนประเทศจีนสอยไป หรือไม่ก็ทำ Partnership ซื้อชื่อแบรนด์ไปใช้ก็เยอะ เช่น ThinkPad กับ Motorola ก็โดน Lenovo สอยไปแล้ว หรือ Alcatel ของฝรั่งเศสนี่ก็ให้ลิขสิทธิ์ชื่อให้ TCL บริษัทยักษ์ใหญ่อีกรายของประเทศจีนไปใช้ผลิตสมาร์ทโฟน และแบรนด์ของจีนแท้ๆ เองอย่าง Huawei, Xiaomi กับ Oppo เอง ช่วงนี้ก็ตีตลาดสมาร์ทโฟนโลกจนขาใหญ่รายเก่าสะเทือน ฉะนั้น ในฐานะบล็อกเกอร์ที่เขียนด้านไอทีของไทยเราที่กำลังเรียนภาษาจีนอยู่อย่างผมก็ควรจะจำพวกศัพท์ต่างๆ ที่ใช้เรียกขานพวกอุปกรณ์เหล่านี้เอาไว้ด้วย จริงป่ะ?!?

การผจญภัยกับจีนกลาง – คำว่า From ในภาษาจีน

  คำว่า “จาก” ในความหมายแบบว่า มาจากที่นั่นที่นี่ หรือ ได้ไอ้นั่นไอ้นี่มาจาก … อะไรแบบเนี้ย เป็นอะไรที่ผมว่าได้ใช้บ่อยมากในชีวิตประจำวันนะครับ ไม่ต้องเอาอะไรมาก แค่อยากจะขอบคุณเพื่อนชาวจีนว่าได้เรียนศัพท์ใหม่ๆ จากคุณมากเลยวันนี้ ก็มีคำว่า “จาก” แล้วใช่ไหมล่ะ แล้วรูปแบบประโยคของคำว่า “จาก” เนี่ย จะใช้กันยังไง

การผจญภัยกับจีนกลาง – คิด คิด และ คิด (想 และ 认为 และ 以为)

  ณ ปัจจุบันนี้ คลาสเรียนภาษาจีนที่ผมเรียนอยู่ยังเป็นขั้นต้น แต่เข้าสู่คอร์สที่ 4 แล้วครับ ได้เรียนคำศัพท์ ใหม่ๆ ไปก็หลายคำอยู่ แต่ก็ยังมีคลังศัพท์ในหัวไม่มากเท่าไหร่ แต่มีคำคำนึง ที่ผมใช้คุยกับเพื่อน แล้วได้ความรู้ใหม่ๆ จากเพื่อนมา นั่นคือคำว่า “คิด” ซึ่งในภาษาไทยใช้ง่ายมาก แต่พอเป็นภาษาจีน มันกลับมีคำที่แตกต่างกันถึง 3 คำ ซึ่งใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป นั่นคือ 想 (Xiǎng) 认为 (Rènwéi) และ 以为 (Yǐwéi)

การผจญภัยกับจีนกลาง – คุณ … กี่ครั้งแล้ว?!?

    แอบรู้สึกว่าชื่อตอนของบล็อกตอนนี้มันชวนให้คิดลึกแฮะ (ฮา) แต่จริงๆ แล้ว มันคือแนวทางหนึ่งที่ อ.คริส เดลิเวอรี่ เขาเคยสอนเอาไว้สำหรับคนที่เรียนภาษาอังกฤษนะครับ นั่นก็คือ ให้จดจำรูปประโยคที่มักจะใช้กันบ่อยๆ แล้วจากนั้นก็ให้แทนที่ด้วยคำศัพท์อื่นที่เราอยากจะสื่อสารเข้าไปแทน เพื่อสร้างเป็นประโยคใหม่ เช่น Do you have … ? เป็นประโยคที่ใช้ถามว่า คุณมี … ไหม? ฉะนั้นเมื่อเติมคำนามลงในช่องว่า เราก็จะถามว่าใครมีนั่นมีนี่ได้ไหมนั่นเอง …​ ซึ่งผมพบว่าการเรียนภาษาจีนก็ไม่ได้แตกต่างอะไรเลย

การผจญภัยกับจีนกลาง – 会 กับ 能 กับ 可以 ต่างกันตรงไหน

เวลาเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาอะไร ที่ยากที่สุดคือ คำที่มีความหมายคล้ายๆ กัน แต่เวลาใช้ มันใช้ในความหมายที่แตกต่างกันอ่ะครับ อย่างในภาษาจีน มี 3 คำที่คนเรียนภาษาจีนอาจสับสน ก็คือ 会 (Huì), 能 (Néng) และ 可以 (Kěyǐ) ครับ พวกฝรั่งที่อยากเรียนภาษาจีนจะสับสน เพราะความหมายใกล้เคียงกันเวลาแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่จริงๆ แล้ว ทั้ง 3 คำ มันใช้ในบริบทที่แตกต่างกันนะ และเมื่อเวลาแปลเป็นภาษาไทย โชคดีมากเลย ที่มันแปลออกมาคนความหมายกัน

การผจญภับกับจีนกลาง – ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่

  วัตถุประสงค์หลักของการใช้ภาษา ก็คือเรื่องของการสื่อสารนี่แหละครับ ฉะนั้นขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือ ต้องบอกได้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แต่ในฐานะมือใหม่ภาษาจีนแบบผม ผมแอบงงกับรูปประโยคของภาษาจีนพอสมควรเลยละครับ เพราะในขณะที่ภาษาไทยเขาเรียงรูปประโยคอย่างที่ผมจั่วหัวไปว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เช่น ผมไปซื้อของที่เซ็นทรัลหรือ ผมไปทานอาหารญี่ปุ่นที่ร้านฟูจิ ภาษาจีนกลับเรียงรูปประโยคมากแบบนี้ครับ 我去 Central 买东西。(Wǒ qù Central mǎi dōngxi) 我去 Fuji 日本饭店吃日本菜。(Wǒ qù Fuji rìběn fàndiàn chī...

%d bloggers like this: