รีวิว LG G6 เรือธงราคามิตรภาพของ LG ที่สื่อนอกต่างก็ชม

Print Friendly, PDF & Email

บอกตรงๆ ว่าเดี๋ยวนี้จะซื้อสมาร์ทโฟนซักที เริ่มติดใจ “กล้องคู่” แล้วครับ หลายๆ แบรนด์เขาก็หันมาใช้กล้องคู่กันเพื่อขจัดข้อจำกัดทางกายภาพบางอย่างของกล้องดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนไป และเรือธงลำล่าสุดที่ผมเพิ่งจะสอยมาใช้ก็คือ LG G6 ครับ ตัวนี้เป็นเรือธงที่ราคาไม่แพงมาก (ตอนสอยมา เครื่องหิ้วตกอยู่ 16,xxx บาท) และสื่อนอกเองก็ชมไม่น้อยเลย ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ดี และมีดีไซน์ที่สวยงาม เรียกว่า LG แก้ตัวที่ทำพลาดไปใน LG G5 ได้ดีทีเดียวล่ะ

 

ดีไซน์ของ LG G6 กับหน้าจอแสดงผลสัดส่วนแปลกๆ

อย่าหาว่าแซะเลยนะครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้ทำไม ดีไซน์ของสมาร์ทโฟนเรือธงหลายๆ ยี่ห้อมันทำออกมาหน้าตาเหมือนๆ กันจนเริ่มแยกไม่ออกว่าใครเอาใครเป็นแบบอย่างกันแน่ แม้แต่ LG G6 เอง ผมก็ยังรู้สึกว่าดีไซน์ของมันยังมีความคล้ายคลึงกับบางแบรนด์ เพียงแต่ความรู้สึกมันไม่ได้ชัดเจนอะไรมาก

 

LG G6 ด้านหน้า

 

ความแตกต่างที่ชัดเจนอันนึงของดีไซน์ของ LG G6 คือ สัดส่วนการแสดงผลของหน้าจอครับ คือ 18:9 หรือ 2:1 ครับ ดังนั้น แม้ว่าสเปกของหน้าจอแสดงผลจะอยู่ที่ 5.7 นิ้วก็ตาม แต่การวัดขนาดหน้าจอมันเป็นการวัดตามแนวทแยง แล้วพอการแสดงผลเป็นแบบ 18:9 แบบนี้ ผลที่ได้คือ หน้าจอมันจะออกแนวยาวแต่แคบครับ

 

ถาดใส่ SIM และ MicroSD card ของ LG G6

ปุ่ม Volume ด้านข้างของ LG G6

 

แม้ตัวเครื่องจะมีความหนาแค่ 7.9 มิลลิเมตร รอบๆ ตัวเครื่องก็สามารถใส่โน่นนี่นั่นไว้ได้ครับนะ ไม่ว่าจะเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. (ที่บางยี่ห้อเขาตัดทิ้งไปแล้ว) รูไมโครโฟนทั้งด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง เอาไว้ทำ Active noise cancellation บันทึกเสียงขณะถ่ายวิดีโอ และสนทนาโทรศัพท์ ปุ่ม Volume +/- ไว้ปรับระดับเสียง

ถาดใส่ซิม เป็นแบบต้องจิ้มเพื่อแกะออกมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสมาร์ทโฟนสมัยนี้ เพราะจะทำให้บาง ก็แกะฝาหลังไม่ได้ ทางเลือกเดียวสำหรับการถอดใส่ซิมก็คือต้องจิ้มถาดออกมาแบบนี้แหละ … อันนี้ก็เป็นแบบไฮบริดครับ คือ เลือกเอาระหว่างใส่ 2 ซิม หรือ ใส่ซิมเดียวแล้วอีกสล็อตเอามาใส่ MicroSD card แทน

 

พอร์ต USB Type-C และลำโพงของ LG G6

 

แน่นอนว่าในฐานะเรือธง เจ้านี่ก็หันมาใช้พอร์ต USB Type-C แล้วครับ อันนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะในอนาคต พอร์ตนี้จะกลายเป็นมาตรฐานแล้วครับ แต่ ณ ตอนนี้ ก็อาจจะต้องทำใจ หากต้องเปลี่ยนสายชาร์จกันบ้างไปก่อน … ที่ผมคิดว่า LG ทำขาดไปอย่างนึงก็คือ ลำโพงแบบสเตริโอครับ อันนี้ทำมาเป็นลำโพงโมโน น่าเสียดาย

 

LG G6 ด้านหลัง

 

ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นกระจกครับ เงาแว้บเลย แม้ว่าสีจะสวย แต่ผมไม่ชอบที่มันเงาแว้บ คือ ถือๆ ไว้ เป็นรอยคราบเหงื่อคราบนิ้วมือ แอบน่ารำคาญ แต่อาการนี้แก้ไขได้ด้วยการใส่เคส TPU แบบใส ยังได้เห็นสีสวยๆ ของตัวเครื่อง ในขณะที่เคสก็ช่วยป้องกันเรื่องคราบนิ้วมือได้ดีทีเดียว

ตัวสแกนลายนิ้วมือกับปุ่ม Power อยู่ด้านหลังครับ แต่ไม่ค่อยได้ใช้หรอกนะ ยกเว้นตอนอยากจะปิดหน้าจอด้วยตัวเอง เพราะการเปิดหน้าจอมันทำได้ด้วยการสแกนลายนิ้วมือครับ และมีกล้องคู่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลอยู่สองเลนส์ สองระยะ เดี๋ยวค่อยเล่าสู่กันอ่านตอนพูดถึงเรื่องคุณภาพกล้องนะ

 

ประสบการณ์ในการใช้งาน LG G6

คงไม่ต้องให้เล่านะว่าลื่นปรื๊ดแค่ไหนในการใช้งานทั่วๆ ไป ที่เราๆ ท่านๆ ใช้งานกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บ เล่นโซเชียลมีเดีย เช็คอีเมล แก้ไขเอกสารเล็กๆ น้อยๆ คือ แม้ว่าเจ้านี่จะใช้หน่วยประมวลผลเป็น Qualcomm MSM8996 Snapdragon 821 Quad-core 2.35GHz × 2 + 1.6GHz × 2 ในขณะที่เรือธงคู่แข่งเขาไป Octa-core กันแล้ว และหลายๆ สื่อก็มองว่า LG G6 น่าจะใช้ Snapdragon 835 มากกว่า แต่ถ้ามองในแง่ของการใช้งานทั่วไป หน่วยประมวลผลตัวนี้มันก็เหลือๆ อยู่แล้วครับ

 

User Interface ของ LG G6

 

ในส่วนของ User Interface ของ LG G6 นั้น มีให้เลือก 3 แบบครับ ซ้ายสุดคือ Home เป็นแบบที่มีแต่ Home screen แต่ไม่มี App Drawer ส่วนตรงกลางเรียกว่า Easy Home ซึ่งออกแบบการแสดงผลให้มีทั้ง Home screen และ App Drawer และมีพวก Widget แบบง่ายๆ ให้ใช้ และสุดท้าย เป็นแบบดั้งเดิมครับ คือ Home & App Drawer อันนี้ให้เลือกใช้กันตามสะดวก … โดยส่วนตัว ผมชอบแบบ Home ครับ

ที่ควรจะพูดถึงคือหน้าจอแสดงผลสัดส่วน 18:9 ความละเอียดของหน้าจอ 2880×1440 พิกเซล นี่แหละครับ เพราะสมาร์ทโฟนโดยทั่วไปมีสัดส่วนการแสดงผลที่ 4:3 หรือไม่ก็ 16:9 และหลังๆ มานี่ ก็เริ่มจะเหลือแต่ 16:9 แล้วด้วยซ้ำ นี่ดันมามีสัดส่วนแปลกๆ เป็น 18:9 เฉยเลย สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มันจะเหลือ “บางส่วน” ของหน้าจอที่มีมากกว่าปกติ ทีนี้ก็ต้องดูว่า แล้วแอปต่างๆ รับมือกับเรื่องนี้กันยังไง?

 

App scaling ให้เลือกว่าจะให้แอปไหนแสดงผลที่สัดส่วนไหน

แต่ไม่ใช่ทุกแอปที่จะ OK กับทุกสเกลนะครับ

 

ในทางทฤษฎีแล้ว ระบบปฏิบัติการ Android เขาทำเผื่อเอาไว้แล้วว่าจะมีผู้ผลิตรายไหนเกิดบ้างที่บ้าจี้ทำหน้าจอความละเอียดแปลกๆ ออกมา ฉะนั้นถ้าออกแบบแอปมาดีๆ ก็จะทำให้มันพร้อมจะแสดงผลเต็มหน้าจอได้อย่างไม่มีปัญหาครับ และสำหรับ LG G6 มันจะมีตัวตั้งค่าที่ชื่อว่า App Scaling ไว้ให้เราเลือกกำหนดการแสดงผลแอปเป็นรายตัวเลยว่าอยากให้แอปตัวไหนมีสัดส่วนการแสดงผลแบบไหน มีให้เลือกทั้ง 16:9 แบบดั้งเดิม 16.7:9 แบบที่เขาเรียกว่ามาตรฐาน และ 18:9 แบบที่เหมาะกับหน้าจอแสดงผลของ LG G6 ครับ … แต่ที่แน่ๆ คือ ไม่ใช่ทุกแอปจะแสดงผลได้ถูกต้องบน LG G6 นะครับ

 

 

เกม Asphalt Extreme เล่นบน LG G6 จอ 18:9 ไม่เป็นปัญหา

 

เอามาลองเล่นเกมดูซักหน่อย โหลด Asphalt Extreme มาเล่นครับ เรื่องความลื่น หรือ คุณภาพของกราฟิกคงไม่ต้องให้รีวิวละมั้ง เพราะรุ่นเรือธงแบบนี้ เล่นเกมได้สบายๆ ครับ และค่ายเกมอย่าง Gameloft นี่ก็ไม่พลาดในการทำเกมให้รองรับหน้าจอแสดงผลสัดส่วน 18:9

 

ดูวิดีโอที่ถ่ายทำแบบ 18:9 ถึงจะเห็นแบบเต็มจอ

 

 

หน้าจอแสดงผลของ LG G6 สัดส่วน 18:9 ถ้าเกิดได้ดูวิดีโอที่ถ่ายทำแบบ 18:9 ก็จะเห็นภาพแบบเต็มๆ จอแบบนี้ครับ … แต่คำถามคือ แล้วปกติวิดีโอมันแสดงผลแบบ 18:9 เหรอ? คำตอบคือ “ไม่ใช่” ครับ โดยทั่วไปเขาจะปรับสัดส่วนมาที่ 16:9 เพราะหน้าจอแสดงผลของ TV หรือ คอมพิวเตอร์ มันมาที่สัดส่วนนี้ (ยกเว้นคอมพิวเตอร์ที่ซื้อจอแบบ Ultrawide มา) และหากเป็นพวกภาพยนตร์ เขาถ่ายทำกันที่อัตราส่วน 21:9 ครับ

 

ถ้าดูวิดีโอ 16:9 ก็จะเห็นขอบดำตรงซ้ายและขวา

ถ้าดูวิดีโอแบบ 21:9 จะเห็นขอบดำทั้งบนล่างซ้ายขวาเลย ซึ่งในกรณีจอ 16:9 จะเห็นแค่บนกับล่าง

 

ถ้าเราเอา LG G6 มาเปิดดูวิดีโอที่ถ่ายทำแบบ 16:9 ผลก็คือ เราจะเห็นแถบดำที่ด้านขวาและด้านซ้าย ซึ่งเป็นปกติ เพราะว่า 18:9 มันกว้างกว่า 16:9 อยู่สองส่วนนี่นา และอาการขอบดำนี่จะแย่ลงไปอีก หากเอามาเปิดวิดีโอที่ถ่ายทำแบบ 21:9 เช่น ลองไปหาดู Official trailer ของพวกหนังฮอลลีวู้ดดูครับ

แต่จุดเด่นของ LG G6 ในส่วนของหน้าจอแสดงผลคือ ใช้รองรับเทคโนโลยี Dolby Vision /HDR10 แบบเดียวกับใน TV ของ LG เลยครับ ซึ่งนั่นทำให้มันรองรับการแสดงผลคอนเท้นต์ที่ทำออกมาเพื่อเทคโนโลยีนี้โดยเฉพาะ เช่น ที่ Netflix เขามีบริการคอนเท้นต์ที่เป็น HDR Dolby Vision เป็นต้น (ซึ่งดูเหมือน LG G6 จะเป็นยี่ห้อและรุ่นเดียวในตลาดในตอนนี้ (อนาคตอาจมีเพิ่มอีก แต่ต้องไปดูที่เว็บไซต์ของ Netflix ครับ)

ด้านคุณภาพเสียง LG G6 รุ่นที่ผมสอบมานี่มาพร้อมกับ Quad DAC (Digital to Analog Converter) ครับ ในแง่ของคุณภาพเสียง เดี๋ยวจะมาอัพเดตบล็อกให้อ่านกันอีกที แต่ที่พูดได้ก่อนเลยในตอนนี้คือ LG G6 (อาจจะเป็นเฉพาะเครื่องที่ผมซื้อมารึเปล่าผมไม่แน่ใจ) เสียงลำโพงทำออกมาไม่ดีเท่าไหร่ครับ คือ หากเปิดเสียงดังต่ำกว่า 80% มันจะเสียงเบาแบบสุดๆ ไปเลยซะงั้น ซึ่งหากมันเป็นแบบนี้ทุกเครื่อง ผมว่ามันแอบน่าผิดหวังไปนะ

ทีนี้ถ้าจะให้พูดถึงคุณภาพเสียงของ LG G6 โดยละเอียด โดยข้ามเรื่องที่ว่าลำโพงมันเบาหากเปิดดังน้อยกว่า 80% ไป ก็เลยเอาไปให้น้องชายที่เป็นนักดนตรีฟัง แล้วให้เล่าให้ฟังหน่อยว่าคิดยังไงกับเจ้านี่ ก็ได้ความมาว่าลำโพงของ LG G6 นั้นแสดงเสียงที่เน้นให้ได้ยินชัด (presence) เสียงจึงฟังดูพุ่ง แหลมใส ผู้ฟังสามารถได้ยินรายละเอียดของเสียงต่างๆ ในเพลงได้โดยง่าย แต่ก็สูญเสียมิติ ความกระชับ และน้ำหนักของเสียงไป และช่วงเสียงสูงฟังฟุ้งกระจายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฟังแย่ อีกทั้งยังสามารถแสดงองค์ประกอบเสียงที่สำคัญได้ค่อนข้างครบ มีความสมดุลกันดี

ทดลองฟังระบบ Hi-Fi Quad DAC ด้วยหูฟังที่มาพร้อมเครื่องและเล่นไฟล์เพลง 24bit 192KHz ที่มาพร้อมเครื่องเช่นกัน พอเปิดระบบ Hi-Fi Quad DAC แล้วเสียงฟังดูอิ่มขึ้น นุ่มนวลขึ้น ย่านเสียงเข้าที่เข้าทางและกระชับมากขึ้นโดยเฉพาะเสียงต่ำ แต่ส่วนตัวน้องชายของผมคิดว่าความเป็นธรรมชาติกลับถูกลดทอนลง การเปิดระบบทำให้เสียง “สวย” ขึ้น ในการฟังเพลงน้องชายของผมชอบเวลาเปิดระบบ เพราะโดยรวมฟังสมดุล ลงตัวกว่า แต่ตอนดูคลิปรีวิวกีตาร์โปร่งบน Youtube กลับพบ (หรือเชื่อ) ว่าการปิดระบบช่วยให้ได้ยินความดิบของเสียงจริงมากกว่า ที่ชอบจริง ๆ ก็คงเป็นระบบ Precise controls ที่สามารถ balance การแสดงเสียงของซ้ายขวาได้ เพราะแต่ละคนได้ยินเสียงซ้ายขวาไม่เท่ากันเสมอไป การจัดสมดุลแบบนี้ช่วยให้ผู้ฟังสามารถจัดให้เหมาะสมกับการได้ยินตัวเองได้ นี่จึงเป็น function ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงได้เป็นอย่างดี

 

กล้องดิจิทัลคู่ของ LG G6

 

มาที่เรื่องของกล้องดิจิทัลกันบ้าง อย่างที่เห็น LG G6 มาพร้อมกับกล้องคู่ครับ เลนส์อันนึงเป็นมุมแคบ 71 องศา อีกอันเป็นเลนส์มุมกว้าง 125 องศา … อย่าคิดว่าเลนส์ทั้งคู่ที่คุณภาพเท่ากันนะครับ

  • เลนส์มุมแคบ 71 องศา รูรับแสงกว้าง f1.8 และมี Optical Image Stabilization (OIS) หรือระบบกันสั่น แบบ 3 แกน พร้อม Phase detection Auto Focus
  • เลนส์มุมกว้าง 125 องศา คงเพราะไม่ต้องเน้นภาพโบเก้ และ ไม่ต้องกังวลเรื่องโฟกัสระยะใกล้ เลยมากับรูรับแสง f2.4 และไม่มีทั้งกันสั่นหรือออโต้โฟกัสเลย

อย่างไรก็ดี การมาพร้อมกับเลนส์คู่แบบนี้ ทำให้ LG G6 สามารถถ่ายภาพสองระยะได้จากจุดถ่ายจุดเดียว ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายรูปเวลาไปเที่ยวได้เยอะทีเดียวครับ

สำหรับคนที่ชอบใช้งานแบบออโต้ LG G6 มีความ “ออโต้” อำนวยความสะดวกได้ดีในระดับนึง ซึ่งก็ครอบคลุมดีนะครับ มีโหมด Panorama, 360 Panorama, Food มาให้ แต่การออกแบบ UI ผมว่ายังดูสับสน เอาโหมดถ่ายภาพนิ่งกับวิดีโอมารวมกันอ่ะ จริงๆ มันควรจะแยกกันมากกว่า และโหมด HDR จริงๆ มันเป็นอะไรที่ใช้กันได้บ่อยๆ ควรจะให้เปิดปิดการใช้งานได้ดีกว่านี้ … แน่นอนว่ามี HDR Auto อยู่ และใช้งานได้ค่อนข้างโอเค แต่ผมก็ชอบที่จะเปิดปิดได้ตามใจมากกว่าที่จะต้องไปเปิดใน Settings ซะทุกที

 

โหมด Manual ของกล้อง LG G6

 

โหมด Manual ของ LG G6 เรียกว่าทำออกมาได้ดี ตั้งค่าต่างๆ ได้ง่าย ตอนเลือกปรับโฟกัสแบบ Manual แล้ว มันจะมีตัวช่วยให้การปรับโฟกัสให้คมชัด เหมือนพวกกล้องดิจิทัลทั่วไปด้วย (มันจะเป็นเส้นขอบเขียวๆ ตรงวัตถุ เพื่อบ่งชี้ว่าตอนนี้โฟกัสชัดแล้ว) แต่หากเลือกเป็นเลนส์มุมกว้าง เราก็จะปรับแต่งในส่วนของโฟกัสไม่ได้ครับ เพราะเลนส์มันเป็น Fixed focus อะ

 

ภาพโดย LG G6

ภาพโดย LG G6

ภาพโดย LG G6

ภาพโดย LG G6

ภาพโดย LG G6

ภาพโดย LG G6

ภาพโดย LG G6

 

ลองเอาไปเที่ยวเล่นถ่ายรูปโน่นนี่นั่นดู ก็ต้องบอกว่ากล้อง 13 ล้านพิกเซลตัวหลัก ที่มีกันสั่น มีรูรับแสงกว้าง มันให้ภาพออกมาดีทีเดียวครับ พอถ่ายแบบ Close-up แล้ว รูรับแสง f1.8 มันทำให้เราได้ภาพหลังที่เบลอนิดๆ ด้วย (แต่อย่าไปคาดหวังภาพหลังละลายแบบเลนส์ไฮโซๆ ล่ะ) แอบเสียดายตรงที่ และการที่เราเลือกเปลี่ยนไปใช้เลนส์มุมกว้างได้ตามใจ (ซึ่งกล้องเลนส์คู่สไตล์เดียวกันอย่าง Apple iPhone มันทำไม่ได้ ยกเว้นจะใช้แอปกล้องตัวอื่น เช่น Pro Cam 4) ก็ทำให้เราสะดวกเวลาถ่ายภาพมาก ยืนอยู่ที่เดียว ถ่ายรูปได้ 2 ระยะเลย

 

ระยะถ่ายรูปที่ทดสอบ

ภาพจากเลนส์มุมกว้างของ LG G6

ภาพจากเลนส์มุมแคบของ LG G6

 

ใครนึกไม่ออก ดูรูปด้านบนนะครับ นั่นคือระยะที่ผมถ่ายภาพสองภาพด้วยเลนส์สองมุมครับ คิดซะว่าบ้านนกพวกนั้นคือคนที่ยืนอยู่ก็แล้วกันนะครับ และรูปถัดมาคือภาพตอนใช้เลนส์มุมกว้างถ่าย จะเห็นว่าได้ภาพมุมกว้างมาก เห็นวิวหมดเลย ส่วนรูปสุดท้าย เป็นภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์มุมแคบ จะเห็นว่าเราจะได้ภาพของบ้านนกแบบเต็มๆ แต่ต้องเสียวิวไปเยอะเอาเรื่อง

 

กล้องหน้าตอนมุมแคบ

กล้องหน้าตอนมุมกว้าง

 

กล้องหน้าก็ทำได้เหมือนกันนะครับ ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f2.2 คุณภาพของภาพที่ได้ถึงได้แตกต่างไปจากกล้องหลังแบบเห็นได้ชัดมาก และแม้ว่าจะสามารถเลือกถ่ายแบบมุมกว้างมุมแคบได้ แต่จริงๆ แล้ว เจ้านี่ดูเหมือนจะใช้หลักการของการซูมแบบดิจิทัลครับ เพราะกล้องหน้ามันมีเลนส์เดียวอ้ะ … เทียบกับคู่แข่งรายอื่นแล้ว กล้องหน้า LG G6 นี่ไม่ค่อยเท่าไหร่เลย … ขาเซลฟี่ไม่น่าจะชอบ

 

ภาพโดย LG G6 ระยะปกติ

ภาพโดย LG G6 แบบซูมเต็มเหนี่ยว

 

อีกเรื่องนึงคือการซูมแบบดิจิทัลครับ แต่เนื่องจาก UI มันไม่บอก ก็เลยไม่รู้ว่ามันซูมไปสุดที่กี่เท่า แต่ก็ยอมรับว่ามันซูมได้ดีในระดับนึงเลย และคุณภาพของภาพที่ได้ ก็ยังเรียกว่าโอเคอยู่ครับ

 

บทสรุปการรีวิว LG G6

เป็นสมาร์ทโฟนที่ผมว่าดีไซน์ออกมาดี มีขนาดหน้าจอใหญ่ระดับนึง ใช้งานได้ง่ายแม้จะมือเดียว กล้องดิจิทัลคู่ 13 ล้านพิกเซล ให้ภาพถ่ายที่คุณภาพดี มีลูกเล่นพอประมาณ ด้วยสนนราคาที่ไม่แพงมาก (ราคาอยู่ที่ 14,xxx – 16,xxx แล้วแต่ว่าเครื่องประเทศไหนและซื้อที่ร้านไหน) ถ้ามองข้ามเรื่องที่ใช้ CPU รุ่นเก่าปี 2016 และกล้องหน้าความละเอียดแค่ 5 ล้านพิกเซล คุณภาพรูปถ่ายพื้นๆ มากๆ ผมก็ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ ก็แปลกใจที่ LG ไม่นำเข้ามาขายในประเทศไทยแฮะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: