รีวิว CTRL ONE จาก CTRL Eyewear แว่นกันแดดเทคโนโลยี E-Tint

Print Friendly

ออกตัวก่อนนะครับ อันนี้รีวิวฉบับเพื่อนกัน พอดีเพื่อนสมัยมัธยมเขาเตรียมจะนำเขามาจำหน่าย เลยฝากผมช่วยรีวิวหน่อยว่าเป็นยังไง ชอบไม่ชอบตรงไหน ตัวนี้คือแว่นกันแดดครับ แต่เป็นแว่นกันแดดที่ต้องเรียกว่าเป็น IT Gadget มากกว่า เพราะมันไม่ได้ใช้เลนส์กันแดดเหมือนพวกแว่นกันแดดทั่วไป แต่มันใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า E-Tint ครับ หรือจริงๆ ก็คือ เทคโนโลยี LCD โดยใช้ผลึกเหลวในการปิดกันแสง เพื่อสร้างเลนส์สีชากันแดดครับ มันจะมีข้อดีกว่าแว่นกันแดดทั่วไปตรงไหน แล้วมันจะด้อยกว่าแว่นกันแดดทั่วไปตรงไหน มาดูกันครับ

รายละเอียดของ CTRL Eyewear

 

ดีไซน์ของ CTRL ONE นี่มีสองแบบครับ คือแบบกรอบครอบเต็มเลนส์กับแบบกรอบครึ่งเลนส์ ตัวที่ผมเอามารีวิวนี่เป็นแบบกรอบครึ่งเลนส์ครับ โดยส่วนตัว ผมว่ามันเท่กว่าแบบเต็มเลนส์นะ (แต่ก็วิตกนิดๆ หากทำตกอะนะ เพราะมันก็จะไม่มีอะไรปกป้องเลนส์ที่ด้านล่างเลย … ของที่มากับตัวผลิตภัณฑ์ ก็จะมีตัวแว่น CTRL ONE และ Soft case เอาไว้ใส่แว่น กับสาย Micro USB 2.0 เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่

 

ใส่แว่น CTRL Eyewear แล้ว เท่มะล่ะ อันนี้คือเปิดโหมด E-Tint แล้วนะ

 

ดีไซน์ของแว่น CTRL ONE นั้น จะออกแนวสปอร์ตครับ ให้ความรู้สึกว่าเอาไว้ใส่ตอนไปตีกอล์ฟ ตอนออกกำลังกาย ไปขี่จักรยาน อะไรแบบเนี้ย มันก็ดูเข้ากันดีไม่หยอกครับ ตัวกรอบแว่น เป็นไนล่อน TR90 ที่มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อสารเคมี และเหงื่อ ส่วนเลนส์เป็นโพลีคาร์บอเนตแบบ Ballistic lens มาตรฐาน ANSI Z87.1 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการออกแบบอุปกรณ์ป้องกันดวงตา พวกแว่นตานิรภัยที่ใช้ในโรงงาน หรือ สถานที่ก่อสร้าง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานนี้ครับ

 

 

Ballistic lens หมายถึง เลนส์ถูกออกแบบให้กันกระแทกครับ แม้ว่าจะโดนวัตถุกระเด็นมาโดน ก็ต้องไม่แตกและมีเศษวัสดุไปถูกดวงตา ดูวิดีโอด้านบน จากเว็บไซต์ของ CTRL ในการทดสอบการยิงโดยการยิงกระสุน 0.15 mm ระยะสองหลาที่ความเร็ว 700 ฟุตต่อวินาที โดยที่เลนส์ไม่แตกครับ … อย่างไรก็ดี ในสายอาชีพด้านความปลอดภัยและอาชีวะอนามัยนั้น มาตรฐาน ANSI Z87.1 นี่คือขั้นพื้นฐานนะครับ แต่มันก็เพียงพอสำหรับการป้องกันโดยทั่วไปแล้ว (ถ้าต้องการเทพกว่านั้นก็มี CE EN166, MIL-PRF-31013 หรือ APEL ครับ … สองอันหลังนี่เป็นมาตรฐานกองทัพสหรัฐเลย)

 

มาดูที่เทคโนโลยี E-Tint บ้าง

E-Tint ไม่ใช่อะไรแปลกใหม่นะครับ มันก็คือเทคโนโลยีผลึกเหลวที่ใช้กับบนหน้าจอ LCD ของคอมพิวเตอร์หรือทีวีนั่นแหละครับ เมื่อจ่ายไฟให้กับผลึกเหลว มันก็จะเกิดการบิดตัวแล้วไปปิดกั้นการผ่านของแสง การปรับสีของจอ LCD มันก็ใช้หลักการเดียวกันนี้แหละครับ อยากจะให้แต่ละพิกเซลสว่างหรือมืดแค่ไหน ก็ให้ผลึกเหลวมันบิดตัวกั้นแสงจาก Backlight เอาไว้ … เพียงแต่ในกรณีนี้ ให้คิดซะว่าแสงจากภายนอกนี่แหละ คือ Backlight ที่จะเข้ามาที่ดวงตาของเรา

 

CTRL Eyewear ตอนยังไม่เปิดใช้งาน

CTRL Eyewear ตอนเปิดใช้งานแล้ว

ยังไม่เปิดใช้ E-Tint แสงจะเข้ามาเต็มๆ มองท้องฟ้างี้ แสบตานะครับเปิดใช้ E-Tint แล้ว ตัดแสงไปได้เยอะทีเดียว

 

ในเวลาปกติ เราจะเห็นว่าแว่น CTRL ONE นี่จะมีสีแอบชานิดๆ อยู่นะครับ แต่เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ E-Tint แล้ว จะเห็นว่ามันจะตัดแสงออกไปค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ … จุดที่มันเหนือกว่าแว่นกันแดดก็คือ การที่มันสามารถปรับเป็นแว่นปกติ หรือ แว่นกันแดด ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว หรือจะให้มันกันแดดอัตโนมัติก็ได้ มันมีเซ็นเซอร์วัดแสงอยู่ตรงด้านข้างครับ

 

CTRL Eyewear ปุ่มกดเพื่อเปิดใช้ E-Tint นี่จะอยู่ตรงใต้คำว่า CTRL Eyewear พอดี

 

 

หลายๆ คนอาจจะคิดว่า แล้วมันจะแตกต่างจากแว่นกันแดดที่ใช้เลนส์ที่เปลี่ยนสีอัตโนมัติยังไง? คำตอบคือ มันเหนือกว่า 3 เรื่องครับ

  • เรื่องแรกคือความเร็วในการเปลี่ยนสี ซึ่งเลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติ มันต้องใช้เวลาระยะนึงกว่าที่มันจะเปลี่ยนสี (ทั้งเปลี่ยนไปกันแดด และเปลี่ยนกลับมาปกติ) แต่ CTRL ONE นี่เปลี่ยนไปมาได้ในเวลาไม่ถึง 0.1 วินาทีครับ
  • เรื่องที่สองก็คือผู้สวมใส่ CTRL ONE เลือกเปลี่ยนสีเลนส์ได้ตามต้องการครับ
  • เรื่องสุดท้ายคือ เลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติจะทำงานก็ต่อเมื่อตัวเลนส์ถูก UV ครับ ฉะนั้นหากเราอยู่ในรถยนต์ เลนส์จะไม่เปลี่ยนสี เพราะฟิล์มกระจกรถมันกัน UV ครับ แต่ CTRL ONE มันไม่ต้องง้อ UV ครับ กดปุ๊บเปลี่ยนสีปั๊บได้เลย

 

การขี่จักรยานไม่ใช่แนว แต่เอามาใส่ตอนแว๊นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านี่ก็เท่อยู่นะ

 

ในการทดสอบ ผมลองเอามาใส่ตอนขับรถจากกรุงเทพไปเพชรบุรี (แก่งกระจาน) ส่วนขากลับก็วกไปราชบุรีและกลับมาที่กรุงเทพอีกที คือดีงามครับ กันแดดได้ดีทีเดียว (ลองเทียบระหว่างเปิดปิด) คือ ปกติผมเป็นคนขับรถแล้วไม่ได้ใช้แว่นกันแดด ส่วนแว่นสายตาของผมก็เป็นแบบเปลี่ยนสีอัตโนมัติ ซึ่งก็ไม่เปลี่ยนสีให้เวลาอยู่ในรถอยู่แล้ว คือรู้สึกได้เลยว่า อืมมม คราวหน้าถ้าขับรถนี่ควรหาแว่นกันแดดใส่นะ มันสบายตากว่าเยอะจริงๆ … แล้วเวลาขับรถทางไกลเนี่ย มันต้องแวะซื้อของ แวะกินข้าว อะไรแบบเนี้ย การที่ปรับสีได้ตามใจชอบ และปรับได้รวดเร็ว มันเป็นประโยชน์ดีนะ ใครที่ขี่จักรยานก็น่าจะได้ประโยชน์เช่นกันครับ เพราะดีไซน์มันก็เหมาะกับแนวสปอร์ตอยู่แล้วด้วย

ถ้าจะให้สรุปสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับ CTRL ONE (หรือจะเรียกว่าจุดเด่นก็ได้) ก็คือ

  • น้ำหนักเบา แค่ 43 กรัม อันนี้คงเพราะตัวแว่นเป็นไนล่อน เลนส์ก็เป็นโพลีคาร์บอเนต
  • ตัวเลนส์เป็นแบบ Ballistic lens กันกระแทก มาตรฐาน ANSI Z87.1 ฉะนั้นมันใจได้ว่าแม้จะมีอุบัติเหตุมีอะไรมาโดน ดวงตาเราก็ยังมีอะไรป้องกัน
  • เลนส์เปลี่ยนสีทำงานรวดเร็ว และใช้งานได้ตามใจต้องการ สะดวกดีมาก

อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดของ CTRL ONE มันก็มีนะครับ คือ

  • สนนราคาแพงอยู่ครับ แบบกรอบครึ่งเลนส์ (กรอบย่อ) ราคา 12,500 บาท แบบกรอบเต็ม ราคา 13,500 บาท
  • คุณสมบัติกันแดด ต้องชาร์จแบตเตอรี่นะครับ ชาร์จทีนึงใช้เวลา 1 ชั่วโมง ใช้งานต่อเนื่องได้ 70 ชั่วโมง … มองแง่นึงก็คือ ชาร์จทีนึงก็ใช้ได้เป็นอาทิตย์นั่นแหละ (ไม่ได้เปิดใช้ตลอดเวลานิ) แต่ถ้าลืมชาร์จนี่จบกัน
  • ไม่ใช่เลนส์สายตา และไม่คิดว่าจะทำเลนส์สายตามาติดเพิ่มได้ง่ายๆ ด้วย เพราะเฮียแกไม่ดีไซน์เผื่อเลย ของผมน่ะยังดี คือ สายตาสั้น 100 แม้จะไม่ใส่แว่นสายตา ก็ขับรถยนต์ได้สบายๆ ตอนกลางวัน (ตอนกลางคืนไม่ไหวครับ ต้องใส่แว่นสายตา แต่ตอนกลางคืนก็ไม่ได้ต้องการแว่นกันแดดแล้วอ่ะนะ)

 

บทสรุปการรีวิว CTRL ONE

โดยส่วนตัวผมมองว่าแว่นตามันเหมือนกับนาฬิกาอะ มันมีคำว่า “แบรนด์” และ “ดีไซน์” เป็นปัจจัยสำคัญของการซื้ออยู่ CTRL ONE นี่เป็นแบรนด์หน้าใหม่ และไม่ได้มีงบโฆษณาเท่าพวกแบรนด์ใหญ่ๆ ฉะนั้นก็อาจจะลำบากในการสร้างความตระหนักถึงผลิตภัณฑ์อยู่ และดีไซน์ของ CTRL ONE นี่ยังต้องปรับอีกเยอะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ “ความหลากหลาย” ครับ ก็หวังว่าจะมีรุ่นมากกว่า CTRL ONE มาในเร็วๆ นี้ เพราะโดยส่วนตัว เทคโนโลยี E-Tint นี่ใช้กับแว่นได้อีกหลากหลายดีไซน์ครับ

อ้อ! ขนาดของแว่น ผมว่ามันเล็กไปหน่อยครับ หรือหัวผมโตหว่า ใส่แล้วมันหนีบหัวเอาเรื่อง ต้องปรับอยู่พักนึงเลยแหละ กว่าจะใส่แล้วสบาย นี่ถ้ามีไซส์ให้เลือกอีกนิด เพื่อเลือกกรอบที่เหมาะกับหัวได้ด้วยก็จะดีครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

1 Response

  1. ใส่แล้งดูแปะยิ้งยังไงชอบกล

Leave a Reply

%d bloggers like this: