รีวิว Wiko Upulse สมาร์ทโฟนเน้นลูกเล่นกล้อง ในราคา 4,990 บาท

Print Friendly, PDF & Email

 

นับวัน หลังจากได้เห็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัด (หมายถึงราคาต่ำกว่า 5,000 บาท) เปิดตัวมา ก็รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เราเข้าถึงพวกเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น และเทคโนโลยีเองก็ดีเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไปมากขึ้นด้วย ล่าสุดนี่ได้สมาร์ทโฟนจากค่าย Wiko ของฝรั่งเศสมาลอง เป็นรุ่น Upulse ครับ ได้มาพักใหญ่ๆ แล้ว และผมก็ว่าได้เวลาที่จะมาเล่าสู่กันอ่านแล้วล่ะว่าลองใช้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง หุหุ

 

ดีไซน์ของ Wiki Upulse

จนถึงตอนนี้ หมดยุคของสมาร์ทโฟนราคาประหยัดแต่ดีไซน์ก๊องแก๊งแล้วครับ ยิ่งถ้าเกิดสนนราคาค่าตัว 4,990 บาทแบบ Wiko Upulse นี่ด้วยแล้ว แม้ว่าวัสดุจะไม่ได้เกรดพรีเมี่ยมแบบพวกราคาเฉียดหมื่นหรือแพงกว่า แต่มันก็ดูดีในระดับราคาของมันเองนะครับ และจริงๆ แล้ว โดยส่วนตัวผมเป็นพวกชอบวัสดุที่เป็นพลาสติกหรือโพลีคาร์บอเนตมากกว่าด้วยนะ เพราะมันมีลูกเล่นด้านสีสันมากกว่าครับ (คือ ไม่ได้หมายความว่าพวกวัสดุอย่างอลูมิเนียมจะไม่มีสีให้เลือกนะ แต่หลายๆ แบรนด์ไม่ค่อยทำมาให้เลือกอะ)

 

Wiko Upulse ด้านหน้า

 

และนี่ก็คือจุดที่ผมชอบอย่างนึงเกี่ยวกับตัว Wiko Upulse ครับ มันมีสามสีให้เลือก คือ Cherry Red (แดง), Black (ดำ) และ Gold (ทอง) ตัวที่ Wiko Thailand ส่งมาให้ผมลองเล่นคือ Cherry Red ครับ คือ ใครที่ชอบสีแดงแบบผม น่าจะชอบสีนี้เลย คือ มันแดงเปล่งปลั่งดีแท้

 

Wiko Upulse ด้านหลัง

Wiko Upulse ด้านบน

Wiko Upulse ด้านล่าง

Wiko Upulse ด้านขวา

 

หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1280×720 พิกเซล ให้ความสว่างระดับ 500 nits ที่ถือว่าสว่างมากทีเดียว ตัวกระจกเป็นแบบ 2.5D โค้งมนตรงขอบจอ สัมผัสลื่นดีทีเดียว เพียงแต่อาจจะวุ่นเรื่องหาฟิล์มกันรอยมาติดเต็มหน้าจอซะหน่อย (ก็เพราะขอบจอโค้งมนนี่แหละ) และแต่เนื่องจากตอนส่งมอบของมาให้รีวิว มันไม่ได้มาพร้อมกล่อง ผมเลยไม่แน่ใจว่าภายในกล่องเขามีฟิล์มกันรอยหรือเคสมาให้ไหม แต่เดี๋ยวนี้หลายๆ แบรนด์เขาแถมมาให้นะ เพราะผู้ซื้อจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาหาซื้อครับ

 

Soft selfie flash

 

กล้องหน้านี่เป็นความละเอียด 8 ล้านพิกเซลครับ และมี Soft selfie flash มาให้ไว้ถ่ายเซลฟี่เวลาอยู่ในสภาวะแสงน้อยครับ

 

แกะฝาหลังออกมาเป็นแบบนี้

 

ด้านหลัง เป็นฝาพลาสติกแบบที่แกะเปิดออกมาได้ครับ สี Cherry Red นี่คือแบบว่า ชอบ (อันนี้เป็นการส่วนตัว) มีกล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED flash กับมีตัวอ่านลายนิ้วมือไว้สำหรับสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกเครื่องครับ … ดูเหมือนว่าสแกนลายนิ้วมือแบบแตะเนี่ย มันกลายเป็นฟีเจอร์มาตรฐานของสมาร์ทโฟนไปแล้วละมั้ง ลำโพงของตัวเครื่องก็มาอยู่ด้านหลังด้วย

Wiko Upluse รองรับ 2 ซิมครับ เป็น Micro SIM ทั้งคู่นั่นแหละ และใส่ MicroSD card ได้เพิ่มสูงสุดถึง 128GB ด้วย และเพราะว่าตัวเครื่องใหญ่ และไม่ต้องพยายามทำให้บาง หรือใส่สเปกอะไรเยอะแยะเหมือนพวกไฮเอนด์ ก็เลยทำให้ไม่ต้องมาเลือกรักพี่เสียดายน้องว่าจะใส่ซิมที่สอง หรือจะใส่ MicroSD card ครับ

อย่างไรก็ดี แม้จะแกะฝาหลังออกมาได้จนเห็นแบตเตอรี่ แต่มันถูกออกแบบมาไม่ให้แกะแบตเตอรี่เปลี่ยนได้นะครับ ทั้งๆ ที่ดูทรงแล้ว แบตเตอรี่มันเป็นแบบที่น่าจะถอดแบตเตอรี่ได้อะ

 

ซอฟต์แวร์และการใช้งาน

สมกับเป็นสมาร์ทโฟนที่ออกมากลางปีครับ เจ้านี่ได้กิน Android 7.0 Nougat มาตั้งแต่ต้นเลย หรือก็คือ มาพร้อมกับ Android ตัวล่าสุดนั่นแหละ และผมชอบ Wiko ตรงที่มันไม่ได้มีพวกแอปบังคับลงมามากมายเหมือนกับพวกสมาร์ทโฟนราคาประหยัดบางแบรนด์ มันเลยดูโล่งดีจริงๆ … แต่ตัวนึงที่ติดตั้งมาคือ 360 security ครับ แต่ตัวนี้ก็เป็นตัวที่ผู้ใช้งานคนไทยจำนวนไม่น้อยเขาเคยมีเคสกังวลอยู่ (ลองอ่านบทความของ Droidsans อันนี้) ผมมองว่า ไม่น่าติดตั้งมาเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะของแบรนด์ตะวันตก ถ้าจะเลือก เลือกพวก Free antivirus ค่ายตะวันตกจะดูดีกว่า (อันนี้ขอคอมเม้นต์)

แก้ไข: ก่อนหน้านี้ผมมีเขียนถึงแอปแฟนพันธุ์แท้ที่มากับเครื่อง แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่แอปที่มากับเครื่องครับ มันเป็นแอปที่ถูกติดตั้งเพื่อทดสอบ แล้วเขาลืมลบออกก่อนส่งมาให้ผมรีวิวเฉยๆ ครับ ผมจึงขอลบเนื้อหาที่เขียนถึงแอปตัวนี้ออกครับ

 

 

พวกแอปอื่นๆ ที่มาพร้อมกับ Wiko Upulse

 

แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว อื่นๆ ก็เป็นแอปมาตรฐานตามที่สมาร์ทโฟนพึงจะมีครับ ไม่ว่าจะเป็นแอปสำหรับเคลียร์หน่วยความจำ แอปแกลอรี่ แอปเพลง บลาบลาบลา มีแอปวิทยุ เพราะชิปเซ็ตมันรองรับการใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นวิทยุ FM ด้วย อะไรแบบนี้

 

QuickSettings และ Notifications ก็เป็น UI Android

พวก Settings นี่คือ UI แบบ Android ปกติเลย

 

User Interface การใช้งาน จะเป็นสไตล์แบบไม่จำเป็นต้องมี App tray ครับ แอปทุกตัวที่ติดตั้งมา มันจะมี App shortcut โผล่บน Home screen หมด ซึ่งโดยส่วนตัวผมชอบสไตล์นี้มากกว่าแบบที่มี App tray เพราะผมเป็นพวกที่ไม่ค่อยได้ติดตั้ง Widget อะไรบนหน้า Home screen ของ Android อยู่แล้ว นอกจากนี้ ผมก็ใช้ iPhone คู่กับ Android smartphone ด้วย ฉะนั้นเมื่อ UI มันทำงานคล้ายๆ กัน ก็สะดวกต่อการใช้งานกว่า ส่วนพวก QuickSettings, Notifications และพวก Settings ต่างๆ จะมาสไตล์ Android ที่ไม่ได้มีการปรับแต่งอะไรครับ ก็เลยไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี

 

สแกนลายนิ้วมือของ Wiko Upulse

 

การสแกนลายนิ้วมือ สามารถจดจำได้สูงสุด 5 นิ้ว ซึ่งมากพอครับ เพราะจากประสบการณ์ในการใช้งานสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้ลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อก แค่จำไว้ 2 นิ้วก็เยอะแล้วครับ โดยเฉพาะในกรณีที่ตัวสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังแบบนี้ จำแค่นิ้วชี้สองข้างก็พอครับ ที่เหลือ เอาไว้เผื่อจำนิ้วแฟน พ่อ แม่ ไรงี้ละกัน … การตั้งค่านี่ไม่ยาก และการอ่านก็ค่อนข้างแม่นดีครับ การปลดล็อกหน้าจอ ก็ทำได้ด้วยการสแกนนิ้วเลย ไม่ต้องมาวุ่นกับการกดปุ่ม Power ดีจะตาย เพียงแต่มันใช้เวลานิดนึง ซึ่งก็เข้าใจได้จากสเปกครับ

 

ลองเล่นเกม Asphalt Extreme บน Wiko Upulse

 

ด้านสเปกนั้นก็ให้มาประมาณนึงครับ หน่วยประมวลผลเป็น MTK MT6737 Quad-core 1.3GHz พร้อมหน่วยความจำ 3GB และเนื้อที่เก็บข้อมูล 32GB (แต่เหลือใช้เกือบๆ 25GB นะครับ เพราะต้องเอาไปใส่พวกระบบปฏิบัติการกับแอปต่างๆ ที่ติดตั้งมาใน ROM) แม้จะไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์ แต่ถ้าจะเอามาใช้แค่ท่องเน็ต เล่นโซเชียลมีเดีย แชทไลน์ ดูหนังฟังเพลง เล่นเกมบ้าง ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะเกมดังๆ ส่วนใหญ่ ก็มีการจูนกราฟิกมาให้เหมาะสมกับสเปกสมาร์ทโฟนที่สเปกต่ำครับ ก็แค่กราฟิกมันจะดูหยาบๆ กว่าเวลาเราเล่นบนสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ครับ … อย่างไรก็ดี ประเด็นนึงที่ผมพบบ่อยเวลาใช้ Android smartphone ราคาประหยัดก็คือ ระหว่างที่ทำการติดตั้งแอปอยู่ ความเร็วในการใช้งานโดยรวมอาจเกิดการกระตุกไปบ้าง

อ้อ! ถ้าเราเล่นเกมกราฟิกโหดๆ ซักพักนึง ตัวเครื่องนี่อุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนทีเดียว อันนี้คือจุดนึงที่ต้องคิดครับ

 

ดูหนังบน Wiko Upulse

ลำโพงของ Wiko Upulse มันอยู่ด้านล่าง วางแล้วเสียงอู้อี้ไปเลย

 

หน้าจอแสดงผลความละเอียดระดับ 720p แบบ IPS ก็ให้ภาพที่โอเคทีเดียวนะครับ สำหรับสมาร์ทโฟนสนนราคาระดับนี้ ในส่วนของเสียงจากลำโพงก็ดังดีครับ แต่คุณภาพเสียงก็สมกับราคาค่าตัวครับ เปิดดังๆ เสียงแหลมออกจะแผดไปหน่อยด้วย … นอกจากนี้ ตำแหน่งลำโพงอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ตรงบริเวณด้านล่าง เวลาที่เล่นเกมอุ้งมือของเราก็อาจจะเผลอไปบังลำโพง เสียงมันก็อาจจะอู้อี้ไปบ้าง และเวลาฟังเพลงโดยไม่ใส่หูฟังหรือดูหนัง แล้ววางไว้บนพื้นราบ เสียงมันอับไปเลยครับ

 

กล้องถ่ายรูปและวิดีโอ

จากเอกสารที่ทาง Wiko Thailand ส่งมาให้ผม ดูท่า Upulse นี่จะเน้นไปที่เรื่องกล้องครับ กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมโหมด Super Pixel ที่เพิ่มความละเอียดของภาพขึ้นมาเป็น 52 ล้านพิกเซลได้ และโหมดโปร ที่ให้เราปรับค่าความอิ่มของสี, EV, ISO, White balance หรือ โฟกัส ได้แบบตามใจ และที่สำคัญ ถ่ายวิดีโอแบบ Timelapse ได้อีก

ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซึ่งลูกเล่นที่เด่นก็จะเป็นการที่มีไฟ Soft LED flash สำหรับใช้ถ่ายเซลฟี่ตอนสภาพแสงน้อย และสามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้

 

User Interface ของกล้อง Wiko Upulse

โหมดถ่ายรูปต่างๆ ของ Wiko Upulse

 

ในแง่ของ User Interface แล้ว ก็ถือว่าโอเคครับ ไม่ได้มีลูกเล่นถ่ายได้หลายโหมดขนาดนั้น แต่ลูกเล่นที่พึงมีสำหรับตอบโจทย์คนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโหมดบิวตี้ โหมดถ่ายพาโนรามา หรือแม้แต่การถ่ายแบบ HDR (High Dynamic Range) และใครชอบปรับแต่ง ก็ใช้โหมด Professional ไป

 

Settings ของกล้อง เรียบง่ายมาก

 

Settings ของโหมดกล้อง เรียบง่ายมาก ผมว่าเหมาะสำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนแบบ Entry level จริงๆ ครับ คือ ไม่ต้องไปวุ่นวายมาก เลือกแค่ว่าจะให้ขนาดภาพใหญ่เล็กแค่ไหน ตั้งเวลาลั่นชัตเตอร์ไหม แค่นี้ก็พอแล้ว เพียงแต่ ตัวเลือกขนาดภาพของ Wiko Upulse มีน้อยไปหน่อย คือแค่ 13 ล้านพิกเซล (4:3), 10 ล้านพิกเซล (16:9) แล้วข้ามไป 5 แสนพิกเซล (1:1) เลย ที่โหดสุดคือตอนถ่ายภาพแบบสี่เหลี่ยม (1:1) เนี่ย ทำไมไม่ให้จำนวนพิกเซลเยอะกว่านี้อ้ะ?!?

ที่แอบเซ็งคือ User Interface ของการเซ็ตกล้อง หรือเลือกโหมดถ่ายรูป มันดันมีแต่แนวตั้ง ไม่มีแนวนอนซะงั้น … จริงๆ น่าจะออกแบบให้หมุนกลับมาเป็นแนวนอนได้ เมื่อจะถ่ายรูปแนวนอนนะ

 

ภาพโดย Wiko Upulse

ภาพโดย Wiko Upulse

ภาพโดย Wiko Upulse

ภาพโดย Wiko Upulse

ภาพโดย Wiko Upulse

 

เสียดายว่าตอนที่ลงไปเที่ยวใต้ ทาง Wiko Thailand เขาส่งของมาให้ลองไม่ทัน เลยต้องลองคว้า Wiko Upulse ไปถ่ายรูปแถวบ้านแทนครับ เพราะช่วงนี้ไม่มีแผนหนีเที่ยวแล้ว ก็ต้องบอกว่าแม้กล้องจะไม่ได้ถ่ายภาพให้สีสันแบบจี๊ดจ๊าดแบบพวกรุ่นไฮเอนด์ (ที่มีสเปกแรงพอที่จะให้ซอฟต์แวร์ช่วยประมวลผลภาพได้รวดเร็วโดยไม่กระทบต่อความเร็วในการลั่นชัตเตอร์) Wiko Upulse นี่ก็ให้คุณภาพของภาพถ่ายที่ดีครับ

 

ภาพแบบ 13 ล้านพิกเซล

ภาพแบบ Super Pixel กลายเป็น 52 ล้านพิกเซล

 

ลองถ่ายรูปในโหมด Super Pixel แล้ว ผมว่าโหมดนี้เหมาะสำหรับเวลาที่เราต้องการได้ภาพที่มีรายละเอียดสูงขึ้น ได้คุณภาพของภาพดูดีขึ้นทีเดียวเวลาซูมเข้าไป การไล่เม็ดสีทำได้ดีขึ้นเยอะครับ แต่ว่าไม่เหมาะกับการถ่ายภาพต่อเนื่อง เพราะว่าใช้เวลาหลายวินาทีเลยกว่าจะถ่ายเสร็จนะครับ … รูปด้านบน อันบนสุดเป็นแบบ 13 ล้านพิกเซล ส่วนอันล่างเป็นแบบ 52 ล้านพิกเซลครับ ถ้าดูให้ดีๆ จะเห็นว่าภาพด้านล่างนั้น การไล่สีดีกว่า ปุ่มบน Keyboard สีดำ ก็ดำดีกว่าด้วย

 

ซูมชัดๆ 13 ล้านพิกเซล

ซูมชัดๆ Super Pixel 52 ล้านพิกเซล

 

ลองซูมดูใกล้ๆ ให้ชัดๆ จะเห็นเลยว่าภาพบนที่เป็นแบบ 13 ล้านพิกเซล ขอบภาพจะเบลอๆ รายละเอียดจะสูญหายไปบ้าง และ Noise ก็เยอะ ส่วนภาพล่างที่ซูมมาจากภาพ 52 ล้านพิกเซล สีเกลี่ยเนียนดีมาก ขอบภาพชัดเจนขึ้นเยอะครับ

 

เซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอแบบระยะไกล

เซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอแบบใกล้ๆ

 

โหมดเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอของกล้องหน้า ลองเล่นแล้ว มันมาแนวกิมมิกครับ ทำได้ดีเวลาที่ตัวเรากับฉากหลังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ และยิ่งถ่ายใกล้ตัวเท่าไหร่ ยิ่งแยกแยะหน้าชัดหลังเบลอได้ดีขึ้นครับ แต่ถ้ากะถ่ายมุมกว้าง ก็จะเริ่มมีปัญหาในการแยกแยะหน้าชัดหลังเบลอละครับ แต่มองอีกมุม ถ่ายมุมกว้าง ก็หมายความว่าอยากได้วิวด้านหลังเนอะ จะทำหน้าชัดหลังเบลอไปทำไม อย่างไรก็ดี ในขณะที่กล้องหน้ามีโหมดหน้าชัดหลังเบลอ แต่กล้องหลังกลับไม่มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอนะครับ

 

บทสรุปการรีวิว Wiko Upulse

ในระดับราคา 4,990 บาท Wiko Upulse นี่ถือว่าให้สเปกมาค่อนข้างดีทีเดียวครับ มีหน่วยความจำมาให้เยอะ มี Storage มาให้เยอะ มีกล้องที่คุณภาพโอเคทีเดียว และที่สำคัญ คือสีสันอย่าง Cherry Red น่าจะถูกใจคนชอบสีแดง (ฮา) เป็นตัวนึงที่ผมว่าเอามาเป็นตัวเลือกในการพิจารณาหากคิดจะซื้อสมาร์ทโฟนซักเครื่องในงบไม่เกิน 5,000 บาทได้ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: