ลองไล่เรียงดูว่ามี Gadget เอาไว้ใช้ตอนไฟดับ เพื่ออำนวยความสะดวกได้บ้าง?

Print Friendly, PDF & Email

พวก Gadget ต่างๆ ที่ใช้ตอนไฟดับได้

บล็อกนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ไฟดับที่บ้านเมื่อคืนอ่ะครับ คือ ถ้าไฟดับตอนเย็นๆ เราก็ยังพอจะแว้บออกนอกบ้านไปห้างใกล้บ้านได้ แต่ว่าถ้ามันเกิดตอนซักสามทุ่มไรงี้ เริ่มยากแล้วครับ แถมบ้านเรายิ่งอากาศร้อนๆ อยู่ ไฟดับทีนี่คือแบบว่ามีนอนไม่หลับกันล่ะ เหงื่องี้ไหลโชกแน่ๆ แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเราได้เยอะแล้ว ลองมาดูกันว่าเรามี Gadget อะไรบ้าง ที่จะช่วยให้ชีวิตของเรายังดำเนินต่อไปได้อีกพักใหญ่ๆ แม้จะไฟดับครับ

 

ไฟดับยังไงก็ไม่มืดแน่ๆ

ตอนเด็กๆ เนี่ย ไฟดับทีมีจุดเทียนครับ จุดเทียนนั่งกินข้าว (โรแมนติกสุดๆ) จุดเทียนในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ไรงี้ แต่สมัยนี้ไฟดับไม่ต้องจุดเทียนแล้วครับ เรามี Gadget มากมาย ที่จะเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็น

 

พวกไฟล LED แบบพกพา

 

  • ไฟ LED แบบเสียบ USB ซึ่งใช้กับ PowerBank ได้เลย ความจุแค่ 5,000mAh นี่ แทบจะอยู่ได้ข้ามคืนกันเลยทีเดียว
  • ไฟ LED แบบมีแบตเตอรี่ในตัว ซึ่งเดี๋ยวนี้มีหลากหลายแบบมากครับ มีหลายขนาดด้วย อันล่าสุดที่แม่ซื้อมาจากลาว (ซึ่งจริงๆ สำเพ็งก็มีเยอะแยะ) เป็นแบบเหมือนตะเกียง ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยแสงอาทิตย์ได้ และมี PowerBank ในตัวอีก
  • พวกสมาร์ทโฟนสมัยนี้ ก็มีฟีเจอร์เป็นไฟฉายในตัวอยู่แล้ว เอาไฟ LED Flash นั่นแหละมาใช้ หรือยี่ห้อไหนไม่มีฟีเจอร์นี้ ก็โหลดแอปมาติดตั้งเอาได้เช่นกัน

Gadgets นี่สำหรับใช้ให้แสงสว่างนี่ จริงๆ ไม่แนะนำก็ได้นะ เพราะว่าคนคงรู้จักกันเยอะอยู่แล้ว แต่ผมก็เขียนถึง เพราะอยากให้บล็อกตอนนี้มันเนื้อหาครบๆ อ่ะ

 

ไฟดับแล้วแต่ก็ยังไม่ร้อน

สำหรับประเทศไทยเรา ไฟดับปุ๊บ ปัญหาใหญ่อันนึงน่าจะเป็นเรื่องอากาศร้อนครับ ถ้าเป็นสมัยก่อน เราก็ต้องหาอะไรมาพัดเพื่อดับร้อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องพัดให้เมื่อยแล้ว เรามีพวกพัดลมพกพาเยอะแยะมากมายให้เลือกใช้ครับ แต่จุดสำคัญคือ ต้องดูว่าขนาดพัดลมมันใหญ่แค่ไหน และพัดลมมันหมุนเร็วแค่ไหนด้วยนะ

 

พัดลมพกพารูปแบบต่างๆ

 

ต่อไปนี้คือประสบการณ์ในการใช้พัดลมในรูปแบบต่างๆ (ซึ่งผมมีหมดเลย ในรูปด้านบน เพียงแต่ขี้เกียจถ่ายรูปเอง เลยไปตัดแปะมาจาก Google มา เพราะรูปจะได้สวยๆ อิอิ)

  • อันซ้ายมือ พัดลมพกพา มีแบตเตอรี่ในตัว เป็นแบตแบบชาร์จซ้ำได้ เจ้านี่มักจะมีไฟฉายมาให้ในตัวด้วย แต่ผมแนะนำว่าให้เก็บแบตเตอรี่ไว้ใช้เปิดพัดลมดีกว่านะ มันเลือกความแรงได้หลายระดับ และมีใบพัดที่ใหญ่ พัดลมแบบนี้ แพงหน่อย แต่ช่วยได้เยอะ
  • อันขวาบน ที่เห็นเสียบกะ PowerBank เป็นพัดลมแบบที่รับไฟจาก USB มันสะดวกดีเวลาใช้งาน ผมไม่รู้ว่ายี่ห้อ Xiaomi (แบบในรูป) มันจะพัดแรงแค่ไหน แต่อันที่วางขายทั่วไป อันไม่กี่สิบบาท พัดไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ครับ
  • อันขวาล่าง เป็นแบบใช้กับสมาร์ทโฟน ต้องเลือกหัวให้ตรงกับสมาร์ทโฟนของเรานะ เท่าที่เห็น ในท้องตลาดมีสองแบบให้เลือก คือ Micro USB กับ Lightning ครับ แต่ใครใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ USB-C ก็ต้องใช้ตัวแปลงมาเป็นเสียบครับ แต่อันนี้ไปซื้อเสือป่ามา ราคาส่งราวๆ 30-35 บาท แต่พัดแรงเป็นบ้า แม้จะใบพัดเล็กๆ …​ แต่เปราะบางนะครับ สายไฟที่ต่อมอเตอร์เส้นกะปิ๋วมาก ดึงใบพัดไม่ดี ลากมอเตอร์ออกมาทั้งยวง เจ๊งนะจ๊ะ

ตัวเลือกอื่นนอกเหนือจากพัดลม ก็มีพวกแอร์ส่วนตัวครับ เช่น ผ้าพันคอไฟฟ้า (ที่โฆษณาเป็นแอร์ส่วนตัว) ที่ผมเคยรีวิวไป กับพวกแอร์พกพาที่มีระดมทุนกันบน Kickstarter หรือ Indiegogo

 

ผ้าพันพอไฟฟ้า และ แอร์แบบพกพา

 

แต่จากที่ผมได้ลองใช้ บวกกับพิจารณาจากสเปกแล้ว พบว่า

  • ผ้าพันคอไฟฟ้า ใช้หลักการแลกเปลี่ยนความร้อน และเทคนิคที่ว่าทำให้คอเย็นแล้ว ส่วนอื่นๆ ของร่างกายจะรู้สึกเย็นตามไปเอง มันใช้ได้เวิร์กระยะนึง แต่พอคอเริ่มเย็นจริงจัง มันก็ไม่บังเกิดผลใดๆ อีก และในกรณีที่คอเราเหงื่อเยอะ หรือ ความชื้นในอากาศสูงๆ (เช่น ไฟดับตอนฝนตก) มันช่วยอะไรแทบไม่ได้เลยครับ
  • แอร์พกพา พวกนี้ใช้หลักการลดอุณหภูมิของอากาศด้วยน้ำ คือ เอาอากาศมาผ่านน้ำก่อน อากาศจะเย็นลงประมาณนึง แล้วก็ใช้พัดลมเป่าอากาศที่อุณหภูมิลดลงออกมา หลักการเดียวกันนี้ แอร์ Saijo Denki เคยเอามาใช้กับคอมเพรสเซอร์แล้ว (ที่บ้านผมก็ใช้อยู่) แต่พอเอามาใช้ในแอร์พกพา มันจะมีประโยชน์เฉพาะตอนที่ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศไม่สูงครับ คือ ยิ่งความชื้นมีน้อย อากาศที่ออกมายิ่งเย็น (เพราะอากาศไม่ชื้นก็จะรับน้ำไปได้เยอะ) แต่ถ้าความชื้นในอากาศเยอะๆ มันก็จะมีประสิทธิภาพน้อยลงไป บ้านเราอากาศร้อนชื้น ไอ้นี่เลยไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่จ้า

 

ไฟดับแต่เน็ตยังไม่หลุด ยังบันเทิงอยู่ได้

พอไฟดับแล้ว เน็ตก็มักจะหลุดไปด้วย ไม่ใช่อะไรหรอก Router มันไม่มีไฟ ก็ต่อเน็ตไม่ได้ไงล่ะ แต่จริงๆ แล้ว เน็ตเราก็ไม่ได้หลุดอะไรนะ เรายังมีอุปกรณ์อีกมากมายที่จะมาช่วยให้เราเล่นเน็ตต่อไปได้อีก จริงมะ

  • วิธีแรกสุดคือ ใช้ UPS เอามาสำรองไฟให้กับ Router ครับ พวกนี้จริงๆ กินไฟไม่เยอะนะ อย่างเช่น ADSL WiFi Router ของ TP-Link รุ่นนึง กินไฟแค่ประมาณ 10 วัตต์เอง มี UPS ซัก 500VA ก็อยู่ได้ยาวพอสมควรแล้ว
  • แต่ในบางกรณี ฝนฟ้าตก ไฟดับ เน็ตบ้านก็ดับไปด้วย (เช่น ของ True เป็นต้น เดี๋ยวนี้ไฟดับปุ๊บ เน็ตดับไปด้วยซะงั้น อารมณ์เหมือนระบบสำรองไฟของชุมสายห่วยมากๆ) ต่อให้มี UPS มาสำรองไฟให้ Router ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เคสนี้ เราเลือกได้ 2 ทาง
    • ใช้สมาร์ทโฟนต่อเน็ต จ่าย WiFi ให้อุปกรณ์อื่นๆ ไว้ใช้งาน ซึ่งปกติเชื่อมต่อได้ 5-8 เครื่องพร้อมๆ กัน แต่กินแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนเอาเรื่องอยู่ครับ
    • ใช้ Pocket WiFi มาช่วยแชร์เน็ต ซึ่งมีทั้งแบบที่มีแบตเตอรี่ในตัว หรือแบบที่เป็นเหมือน Aircard แล้วเสียบกับ PowerBank ซึ่งแบบหลังนี่ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานมากเลยแหละ (อยู่ที่ความจุของ PowerBank) แบบนี้มีข้อจำกัดตรงที่ต้องหาซิมมาใส่ให้มันด้วย
    • เน็ตจำพวกไม่อั้น ไม่ลดสปีด ของทั้งสามค่าย จะเหมาะกับเคสแบบนี้มาก เพราะแม้จะเน็ตช้าลงไปเยอะ แต่เราไม่ต้องกังวลเรื่องติด FUP เลยครับ แม้ไฟดับคนในบ้านก็ยังดู YouTube ได้สบายแฮอะ … โปรเน็ตอีกแบบที่เหมาะกับเคสแบบนี้คือ พวก Shared Plan ซึ่งทั้งสามค่ายก็มี เพราะมักจะให้ปริมาณเน็ตมาเยอะ และเราสามารถเปิดซิมเพิ่มมาใส่ Pocket WiFi ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ข้อจำกัดคือ อย่าคิดว่าใช้เน็ตบ้านอยู่ แล้วถล่มโหลดเละเทะล่ะ ติด FUP ไม่รู้ด้วยนา

 

สุดท้าย ไฟดับ แต่ยังมีไฟใช้

พอนึกถึงโซลูชั่นที่ทำให้เรายังมีไฟใช้แม้จะไฟดับ เราก็นึกถึง UPS เนอะ แต่ปัญหาก็คือ UPS มันหิ้วไปไหนมาไหนลำบาก และมักจะถูกเอาไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ อะไรทำนองนี้ซะมากกว่า คงไม่ได้เอามาใช้ชาร์จแบตเตอรี่มือถือ หรือ โน้ตบุ๊ก

 

พวก PowerBank ที่จ่ายไฟ AC ได้

 

แต่สมัยนี้ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และ พวก Inverter เพื่อแปลงไฟ DC (กระแสตรง)​ เป็น AC (กระแสสลับ) มันพัฒนาไปมาก พวกแบตเตอรี่สำรองไฟไซส์ PowerBank ก็สามารถจ่ายไฟ AC ได้แล้วครับ ผมเองก็ใช้ Omni13 อยู่ เอามาใช้เป็น PowerBank พกพาแบบปกติก็ได้ แถมมันก็จ่ายไฟ AC 110V ชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กได้สบายๆ เลย และแม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่ค่อยได้เห็นกันมากนัก (แต่ก็มีขายอยู่บ้างนะ ลองหาๆ ดูบนออนไลน์นั่นแหละ)

ข้อสังเกตจากผม เกี่ยวกับการใช้ PowerBank แบบที่จ่ายไฟ AC ได้คือ

  • ราคามันแพงเอาเรื่องนะครับ ไม่แพ้พวก UPS เลย แต่ความจุสู้พวก UPS ไม่ได้นะครับ … เช่น ตัว Omni13 ที่ผมใช้ ตัวนึง $199 ครับ ก็ประมาณ 7,000 บาท (13,600mAh หรือประมาณเกือบ 50Wh)
  • ส่วนใหญ่รองรับการจ่ายไฟ AC แค่ 110V ฉะนั้นมันจะใช้จ่ายไฟให้พวกโน้ตบุ๊ก หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างที่กินไฟ 110V หรือ ต้องมีอะแด็ปเตอร์แปลงไฟเป็น DC แต่ถ้าไปเจอพวกพัดลม หมดสิทธิ์ครับ มันทำให้พัดลมหมุนได้แต่เอื่อยฝุดๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: