ประสบการณ์มาจอร์แดนครั้งแรก

สนามบิน Queen Alia International Airport ที่จอร์แดน

ด้วยความที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เป็นเวลา 3 วัน แต่ด้วยความที่อยากจะบินตรงจากกรุงเทพมาที่อัมมานเลย ก็เลยต้องบินกับ Royal Jordanian ซึ่งวันนึงมีไฟล์ทบินแค่ไฟล์เดียว คือตอนเที่ยงคืนแล้วมาถึงที่ Queen Alia International Airport ประเทศจอร์แดนตอน 6 โมงเช้าโดยประมาณ มันก็เลยทำให้พอจะมีเวลาไปไหนมาไหนอยู่บ้าง ก่อนที่จะต้องปฏิบัติงานครับ และนี่คือประสบการณ์ครั้งแรกแบบสั้นๆ ของผม ขอเก็บเอามาเล่าสู่กันอ่าน

 

ประเทศจอร์แดนติดกับซีเรีย ไม่น่ากลัวเหรอ?

บอกก่อนเลยว่าไม่น่ากลัวครับ ประเทศจอร์แดนนี่มีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย ฉะนั้นเรื่องการรักษาความปลอดภัยของที่นี่จึงสำคัญ แน่นอนว่าเราอาจจะได้เห็นทหารและรถหุ้มเกราะอยู่ตามสถานที่ต่างๆ บ้าง (ขออภัย ไม่มีภาพประกอบ เพราะกลัวมีเรื่องกับทหาร 555) แต่มันคือเรื่องของการรักษาความปลอดภัยอ่ะ

จริงๆ แล้ว ประเทศจอร์แดนนี่ก็มีนักท่องเที่ยวชาวไทยมากันเยอะ มีคนมาทำงานที่นี่ก็เยอะเหมือนกัน และแน่นอน นักท่องเที่ยวชาวจีนก็เพียบด้วยครับ … ดูเหมือนคนจีนจะไปอยู่ทุกที่จริงๆ

 

หาซื้อซิมในประเทศจอร์แดน ทำยังไง?

มาจอร์แดนแล้วอยากจะใช้อินเทอร์เน็ต อย่าคิดว่าจะโรมมิ่งมาจากประเทศไทย ผมลองเช็คแล้ว มันไม่มีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดปริมาณที่เป็นดาต้าโรมมิ่งมาที่นี่ครับ และดีที่สุดคืออย่าเผื่อโทรทางไกลเอาไว้ด้วยเช่นกัน เพราะที่นี่ค่าโทรซิมไทยแพงมาก นาทีละเป็นร้อย ค่ารับโทรศัพท์ก็เกือบร้อย

 

ซื้อซิม UMNIAH ได้ที่นี่

 

มาถึงแล้ว ตอนจะเดินออกจากสนามบิน มองรอบๆ จะเห็นบูธขายซิมครับ ผมเห็นอยู่สองยี่ห้อ คือ UMNIAH กับ Zain … ผมเลือก UMNIAH เพราะเห็นเว็บไหนที่มาจอร์แดนเขาก็เลือกยี่ห้อนี้กัน … เสียตังค์ประมาณ 10JD (JD = จอร์แดนดีนาร์ คนที่นี่เรียกสั้นๆ ว่า J แต่บางคนอาจออกเสียงแล้วเราฟังเป็น G โดย 1JD = 50 บาทไทย โดยประมาณ คิดแบบง่ายๆ ปัดเศษกลมๆ) คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 500 บาทครับ เขาจะดำเนินการให้เสร็จสรรพ เรียกว่ารับเครื่องคืนปุ๊บ พร้อมใช้งาน ซึ่งจะมีทั้งเน็ตให้ 6GB ส่ง SMS ได้ 500 ครั้ง และโทรต่างเครือข่ายได้ 750 นาที โทรในเครือข่ายอีก 5,000 นาที … แพ็กเกจมันชื่อ UMNIAH 5 Smart Line ใช้ได้ 30 วัน เที่ยวสบายเหอะ … ถ้าไม่พอ ก็ซื้อเพิ่มได้ครับมีหลายแบบ

สะดวกที่สุดคือ ดาวน์โหลดแอป UMNIAH ไป ลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรของเรา (ถ้าจำไม่ได้ กด *111# แล้วโทรออก มันเป็นรหัส USSD สำหรับเช็คเบอร์โทรตัวเอง)

 

การแลกเงินจอร์แดนดีนาร์

ผมอยากแลกจากประเทศไทยมาเลย แต่ไปหาในเว็บ Super Rich แล้วมันก็ไม่มี เลยไม่ได้คิดว่าจะไปหาที่อื่นล่ะ มาแลกที่ประเทศจอร์แดนเลยดีกว่า ก็แลกที่สนามบินครับ เพราะกะว่าแลกทีเดียวจบ … ไม่รู้ว่าแลกจากเงินไทยได้ไหม ผมแลกจากดอลล่าห์เอาอ่ะ คิดๆ แล้ว แลกดอลล่าห์เก็บไว้ เวลาจะไปเที่ยวประเทศไหน ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะแลกเงินที่ประเทศเขาไม่ได้อะเนอะ

 

การเดินทางจากสนามบินเข้าอัมมาน

ถ้าอยากสะดวกสบาย นั่ง Airport Taxi ครับ สนนราคาอยู่ที่ 17.25JD หรือใครอยากนั่งแท็กซี่จากที่นี่ไปเพตรา หรือ ทะเลทรายวาดิรัมก็ได้นะ แต่แพงหน่อย เพราะมันไกล (69.25JD) หรือจะไปเจราช (Jerash หรือบางป้ายก็เขียน Jarash) ก็ 32.25JD ครับ … จะมีพวกคนขับแท็กซี่เดินมาถามเราว่าจะใช้บริการแท็กซี่ไหมด้วยนะ แต่อันนั้นใครจะไปด้วยก็เสี่ยงกันเอาเอง

 

ตู้สำหรับซื้อตั๋วโดยสารรถบัส

ป้ายแนะนำวิธีการดูว่ารถบัส รถแท็กซี่คันไหนเป็นแบบที่ลงทะเบียน

นี่รถบัสเข้าอัมมาน

อัตราค่า Airport Taxi ไปยังที่ต่างๆ โดยเริ่มจากสนามบิน

 

สำหรับผม ผมไปแบบสมฐานะครับ … ผมไป Airport Bus … ค่าใช้จ่าย 2.90JD เท่านั้นเอง แต่รถมาทุกๆ 30 นาทีโดยประมาณ ถ้าพลาดก็รอเงกหน่อย (โดนมากับตัว) แต่ที่นั่งสะดวกสบาย รถก็สะอาด แต่ว่าเขาจะไปส่งที่ 7th Circle ครับ จากตรงนั้นก็คิดต่อว่าจะไปที่หมายของเรายังไง ซึ่งบางคนบอกว่านั่งรถบัส แต่ผมอยู่มา 4 วันแล้ว ยังนึกไม่ออกว่ารถบัสในกรุงอัมมานนี่มันดูยังไงว่าคันไหนไปไหน ฉะนั้น พึ่งบริการแท็กซี่หรืออูเบอร์ดีที่สุดแล้ว

 

แท็กซี่หรืออูเบอร์ดีกว่ากัน?

แท็กซี่ที่นี่เป็นแบบมิเตอร์ แต่ส่วนใหญ่จะพยายามไม่เปิดมิเตอร์ ในขณะที่อูเบอร์ก็เจอสถานการณ์คล้ายๆ ประเทศไทยคือ ผิดกฎหมาย แท็กซี่ประท้วง (ลองไปคุยกับแท็กซี่ว่านั่งอูเบอร์ดิ โดนตัดพ้อให้ฟังกันยาว) แท็กซี่ที่ลงทะเบียนของรัฐ ป้ายจะมีสีเขียวอยู่ตรงด้านขวา เขาว่าหากเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา ก็เหมือนจะมีประกันให้อะไรแบบนี้ แต่อูเบอร์ผิดกฎหมาย หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็ตัวใครตัวมัน … อันนี้ฟังมาจากพี่คนขับแท็กซี่

แต่ถึงกระนั้น ผมก็พึ่งบริการอูเบอร์ไป 3 หนจ้า … ก็แหม่ มีแอปอูเบอร์อยู่แล้ว เอาซิมจอร์แดนนี่แหละ ลงทะเบียนใช้เลย … โดยภาพรวมคนขับอูเบอร์ที่เจอมาสามคน ก็บริการดีนะ ค่าใช้จ่ายก็เป๊ะตามที่แอปมันบอก และเจ๋งสุดคือตอนนั่งจากอัมมานไปเจราช เสียค่ารถแค่ 10.20JD เอง ถูกฝุดๆ เล่าให้อูเบอร์คันอื่นฟัง หรือเล่าให้แท็กซี่ฟัง ทุกคนบอกว่า มันยอมไปได้ไง ไปโน่นแล้วต้องกลับมารถเปล่า ไม่คุ้มนะ 10.20JD (เดี๋ยวค่อยเล่าต่อให้อ่านอีกทีตอนหลัง)

 

ติดต่อ Shawki ได้ตามนี้เลยครับ

 

อีกวิธีที่ผมว่าน่าสนใจคือ ใช้บริการ Tourist Taxi เลยครับ หากใครสนใจ ผมแนะนำเฮีย Shawki Dahier (เรียกแกว่า เชากี้) วิธีติดต่อ ก็ตามรูปเลยครับ ได้ทั้งโทร, WhatsApp (ยังมีกันอยู่ปะ) และ Email เฮียแกภาษาอังกฤษดี ฟังเข้าใจง่าย ชำนาญเส้นทาง คิดค่าบริการไม่ฟันหัวแบะ และสามารถจ้างหลายๆ วันต่อเนื่องได้ และให้เขาช่วยจัดทริปให้ยังได้เลย (เดี๋ยวเล่าเรื่องของแกให้อ่านตอนหลังนะ)

อ้อ! ที่นี่เขามีอีกแอป ใช้เรียกรถได้ ชื่อ Careem แต่มันอารมณ์จะเหมาะกับคนท้องถิ่นมากกว่าครับ และพิจารณาจากค่าใช้จ่ายแล้ว แพงกว่าอูเบอร์ด้วยนะ

 

ไปไหนมาไหนในอัมมาน ถ้าเดินมีอ้วก

การท่องเที่ยวสไตล์ผมคือ เน้นเดินกับขนส่งมวลชน ระยะทางสั้นๆ แบบ 1-2 กิโลเมตร เดินเอา ง่ายดี แต่ที่อัมมานนี่อาจมีอ้วก … ตอนขามา ลงจากรถบัสที่ 7th Circle จะไปโรงแรมที่ 5th Circle ดูจาก Google Maps แล้ว 2.2 กิโลเมตร หมูๆ ก็เดินลากกระเป๋า (22 นิ้ว หนัก 12.8 กิโลกรัม) ปรากฏว่า มัน 2.2 กิโลเมตรก็จริง แต่มันขึ้นเนินจ้า … ลากกันอ้วกเลย … คือ ระหว่างเดินก็มีรถแท็กซี่บีบแตรเรียกขึ้นตลอดเวลานะ แต่ฟิต อยากเดิน 555 … เคราะห์ดีว่าอากาศที่นี่ยามเช้ามัน 26 องศาเซลเซียส เลยพอเอาอยู่

 

จาก 7th Circle ไปโรงแรม คือ เดิน 2.2 กิโลเมตร ขึ้นเนินจ้า

 

อ้อ! ที่นี่หน้าร้อนลมแรง ฝุ่นเยอะมาก เดินๆ อยู่เว้ย ลมพัดแรง ฝุ่นทรายคลุ้งเข้าเต็มหน้า ปิดปากปิดจมูกเกือบไม่ทัน … ฉะนั้น อย่าเดินเล่น … กำหนดจุดที่จะไป แล้วถ้ามันไกลจริงอะไรจริง เรียกแท็กซี่หรืออูเบอร์เหอะ

 

จากอัมมานไปเจราช

เช็คอินที่โรงแรมเสร็จประมาณ 8 โมงเช้า … มาไฟล์ทโคตรเช้ามันก็ดียังงี้แหละ เวลาเหลือ เลยกะว่าไปเจราชครับ เมืองเก่าที่ใช้เวลาเที่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็เอาอยู่ แต่ระยะทางน่ะ 45-50 กิโลเมตรนะ จากอัมมาน เดินทางก็ประมาณ 50 นาทีครับ ค่าแท็กซี่อยู่ที่ 20JD ครับ ถ้าแพงกว่านี้อย่าเลย … จำไว้นะว่าแพงกว่ากัน 1JD คือ แพงกว่ากัน 50 บาทนะ

ส่วนผม เกิดอยากลองของ เลยเรียกอูเบอร์ครับ แอปมันบอกว่า 10JD เศษๆ เอง … ตอนนั้นไม่ได้คิดหรอกว่าเจราชมันอยู่นอกพื้นที่บริการของอูเบอร์ (อารมณ์เหมือนเรียกแท็กซี่จากกรุงเทพมหานครไปนครปฐม) พูดง่ายๆ คือ อูเบอร์ที่ไปส่งผมต้องตีรถเปล่ากลับ … พี่เขาก็มารับเว้ย … แล้วก็คุยสนุกกันไปตลอดทาง … แต่เอาเรื่องนี้มาเล่าให้อูเบอร์อีกคันที่เรียกจาก Hercules Temple กลับโรงแรมฟัง โดนเขาบ่นมาตลอดทางเลยว่าเราเอาเปรียบอูเบอร์ พี่แกบ่นเหมือนพี่แกเป็นคนขับไปส่งผมที่เจราชในราคา 10.20JD เลย

 

วิวภายในเจราช

Arch of Hadrian

 

มาที่เจราช ไม่ต้องไปไหนไกล มาที่ The Archaeological Site of Jerash ครับ คิดซะว่ามันคืออยุธยาสไตล์โรมัน เราจะได้เห็นซากปรักหักพังของปราสาทที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมยุคโรมัน สวย และพื้นที่กว้างขวางเอาเรื่อง ใช้เวลาเดินข้างในก็ประมาณ 2-3 ชั่วโมงอ่ะ … ค่าเข้า 10JD … จ่ายค่าบัตรเข้าเสร็จ อย่าทิ้งบัตรนะ มันจะให้เราเดินผ่านซุ้มประตู (Arch of Hadrian) และชม Hippodrome ก่อน แล้วมันจะมาขอตรวจดูบัตรตอนถึง South Gate อะ ถ้าทิ้งบัตรไปแล้ว คุณจะไม่ได้ไปต่อ

ทางเข้าของ The Archaeological Site of Jerash มันเป็นโซนร้านขายของที่ระลึก … อยากซื้อแม็กเน็ตก็ซื้อที่นี่แหละ ตกอันละ 35 บาท แพงกว่านั้นอย่าซื้อ ต่อราคาได้อีกถ้าอยากทำ (ผมขี้เกียจต่อ เพราะซื้อแค่สามอัน)

อย่าซื้ออาหารในนี้เด็ดขาด!!!!!! ขอย้ำ ทำตัวหนา เพราะโดนมากับตัว … ซื้อเบอร์เกอร์ไก่ โดนไป 6.00JD (ค่าน้ำแยกต่างหาก โค้กกระป๋อง 330ml โดนไป 1JD) ขนมปังใหญ่มาก ไก่บางเท่าแผ่นแฮม … คุณหลอกดาว!!!! … กินมาจากข้างนอกเหอะ

พกน้ำขวดไปเยอะๆ … ถ้าโรงแรมมีแจกฟรี เอาติดตัวไปให้หมด มีซักคนละลิตรกำลังดี เชื่อเหอะ เดินๆ ไป แดดร้อน (นี่ไม่ได้ทาซันบล็อก โดนเผาซะตัวแดง) ลมแรง อากาศแห้ง คุณจะเสียน้ำไปเยอะมาก และควรที่จะดื่มน้ำเยอะๆ

 

วิวของ Nympheum ที่ Jerash

Artemis Temple

 

 

เดินผ่านจาก South Gate มาแล้ว ก็ชมวิหารเทพซูส (Temple of Zeus) กับ South Theatre, ดูพื้นที่ตลาดโบราณ (Agora) ไปดูลานกว้างอลังการ ไปดู Nympheum แล้วเดินเลยไปถึง Artemis Temple (ต้องเดินขึ้นเนินกันหน่อย) และไปจบที่ North Theatre เป็นอันครบทริป … แต่ละจุด ไปถ่ายรูปกันเยอะๆ อยู่จุดละ 10 นาที ก็หมดไปหลายแล้ว … ถ้าจะให้ดี มีไกด์มาด้วย เขาจะได้แนะนำว่าอะไรเป็นอะไร (มีค่าใช้จ่าย) แต่ตอนผมไป ผมอยากจะไปไหนมาไหนตามใจ และไม่อยากเสียตังค์ (งก) เลยใช้วิธีการเดินเอง แล้วแอบฟังกรุ๊ปอื่นเอา อิอิ

 

 

ขาไปใช้เวลานานมาก แต่ขากลับแป๊บเดียว เพราะไม่ได้แวะที่ไหนเลย … อ้อ! ระหว่างทาง จะมีคนมาขายของที่ระลึก ขายน้ำ ด้วยนะ … ของที่ระลึกไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่น้ำดื่มนี่ แช่มาเย็นๆ ถ้าเกิดน้ำดื่มที่เราพกมามันหมด หรือไม่ได้พกมา แล้วเราหิว ก็ซื้อกินเหอะ ยอมจ่ายแพงหน่อย (พอดีผมไม่ได้ซื้อ เลยไม่ทราบราคา)

ขากลับ คือ ไม่ทันได้วางแผนว่าจะกลับยังไง เลยเดินไปหาตำรวจท่องเที่ยวเพื่อสอบถามว่ามีรถบัสกลับอัมมานไหม … อยากบอกว่า ตำรวจท่องเที่ยวที่นี่ คือ แย่มาก ช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้ครับ ถามว่ามีรถบัสกลับไหมก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่มีข้อมูล ถามว่าแท็กซี่กี่ตังค์ก็ไม่รู้ คือ พี่ครับ พี่รู้อะไรบ้าง? … สุดท้าย มีตาลุงคนนึงเดินมาบอกว่าจะเรียกรถให้ แต่ขอ 20JD นะ (ซึ่งราคานี้ก็คือราคาขึ้นแท็กซี่ปกติ) ผมก็โอเคไป แต่แกบอกรอนาทีเดียวมาประมาณ 20 รอบได้ ก็ไม่เห็นจะเรียกใครมาได้ซะที สุดท้าย ตัดสินใจเดินไปตรงถนนเส้นหลัก แล้วโบกแท็กซี่เองหมดเรื่อง … 20JD เหมือนกัน ฮ่วย!

 

เที่ยวในอัมมาน เยือน Roman Theatre กับ Hercules Temple

ในอัมมานมีที่เที่ยวหลักๆ 2 จุดเลยคือ Roman Theatre กับ Hercules Temple … สองที่นี้อยู่ใกล้กัน เดินไปมาหากันได้ แต่ก็อยากให้กลับไปอ่านด้านบนที่ผมเตือนไว้นะครับ … ถ้าเดินคือมีอ้วก … Roman Theatre อยู่ด้านล่าง Hercules Temple อยู่ด้านบน ฉะนั้นหากอยากจะเดิน จงไปเริ่มที่ Hercules Temple แต่บอกไว้ก่อนว่ามันไม่มีทางเดินตัดตรงลงมา ต้องเดินวนรอบเขาขึ้นไปนะจ๊ะ

แต่ปัญหาของผมคือ เรียกอูเบอร์จากโรงแรมไป Hercules Temple แต่มันดันเข้าไปไม่ได้ ถนนมันมีตำรวจมาปิด (งง) ผมเลยให้พี่คนขับหย่อนผมลงตรง Roman Theatre แทน แล้วบอกเขาว่าเดี๋ยวผมเดินไปเอง … โดนค่ารถไป 2.80JD ซึ่งก็รู้ตั้งกะแรกแล้ว เพราะแอปมันคำนวณไว้ให้เสร็จสรรพ

 

Roman Theatre ในเมืองอัมมาน

วิวเมืองอัมมานจากมุมสูง

 

Roman Theatre ที่นี่อลังการดี มันก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าที่นั่นหินหรอก แต่ค่าเข้ามัน 2JD เองไง ไหนๆ ก็มาแล้ว อุดหนุนประเทศเขาหน่อย ไปถ่ายรูปซักแป๊บนึงก็ยังดี … ณ ที่นี่ ผมเจอลุงชาวจีนคนนึงเดินมาทัก คือเขามาเที่ยวคนเดียว อยากได้เพื่อนร่วมทางมาช่วยหารพวกค่ารถ (ซึ่งค่ารถนี่แหละ แพงสุดแล้ว) แต่เสียดายที่ผมต้องปฏิเสธ เพราะผมไม่ได้มาเที่ยวอ่ะ นี่มันแค่วันฟรีเดย์วันเดียวที่ผมมี … แต่เราก็คุยกันถูกคอนะ แล้วเราก็กล่าวลากันไป จ้ายเจี้ยน 再见 ครับลุง

ด้วยความงก (อีกแล้ว) ก็เลยตัดสินใจเดินขึ้นไป Hercules Temple ครับ แต่เดินไปได้ประมาณครึ่งทาง มีแท็กซี่บีบแตรแล้วบอกว่าเขากำลังจะไปที่นั่นพอดี เดี๋ยวไปส่งให้ฟรี … คือแอบตกใจ ตอนแรกก็ปฏิเสธความหวังดีไป แต่เฮียแกตื๊อครับ สุดท้ายก็เลยไม่เกรงใจล่ะ ไปด้วยละนะคร้าบบบบ

ขึ้นมาถึงแกบอกว่าแกเป็น Tourist Taxi ชื่อ Shawki Dahier และเป็น 1 ใน 2 คนขับแท็กซี่ที่หนังสือ Lonely Planet: Jordan แนะนำ ผมลองค้นดูจาก Google เห็นคนชมแกหลายคนบน TripAdvisor ก็เลยบอกเขาว่าเดี๋ยวขากลับ ถ้าเขายังไม่ได้ไปไหน จะใช้บริการให้ไปส่งโรงแรม ระหว่างทางขึ้น เขาก็โฆษณาตัวเองไปตลอดทาง แกเป็นคนคุยเก่งนะเนี่ย และมีความรู้เรื่องเส้นทางดี … และก็เฮีย Shawki คนนี้แหละ ทำให้ผมตัดสินใจที่จะไป Dead Sea ก่อนจะกลับกรุงเทพ เพราะวันสุดท้ายผมจะมีเวลาตั้งแต่ 4 โมงเย็นไป แล้วผมบินไฟล์ทดึก สบายอยู่แล้ว

ไปถึง Hercules Temple ก็โดนค่าเข้าไปอีก (เท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว) แต่ระหว่างกำลังจะซื้อน้ำดื่ม ก็เจอกลุ่มคนไทยครับ เลยแอบไปชวนคุยซะเลย ก็ทราบว่าพี่คนนึงเขาทำงานอยู่ที่จอร์แดน แล้วพาพี่อีกคนมาเที่ยว เพราะเพิ่งมาจอร์แดนครั้งแรก คุยกันสนุก และแลก LINE เอาไว้ เผื่อคราวหน้ามาจอร์แดน มีปัญหาอะไรจะได้ขอปรึกษาได้

 

วิวจาก Hercules Temple

Hercules Temple ในเมืองอัมมาน

 

ไปเดิน Hercules Temple มันก็มีซากปรักหักพังให้ถ่ายจุดนึง มีพิพิธภัณฑ์ให้ดูนิดหน่อย (ไม่ค่อยได้ดูรายละเอียดมาก เพราะของไม่ได้เก่ามาก และไม่ได้เขียนคำอธิบายอะไรมากมายเท่าไหร่เลย) จุดเด่นของที่นี่ น่าจะเป็นการที่มันอยู่บนยอดเนินเขา ทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองอัมมานได้ในระดับนึงเลย สวยดี

 

 

ขากลับออกมา หาเฮีย Shawki ไม่เจอ เลยเรียกอูเบอร์กลับครับ … ก็คันนี้แหละ ที่บ่นผมตลอดทางว่าเอาเปรียบอูเบอร์ เพราะดันเรียกไปเจราช … ฮ่วย! เฮียไม่ได้ขับไม่ใช่เรอะ

 

ไปลอยคอที่ Dead Sea

พอรู้ว่าวันสุดท้ายที่ทำงาน มันจะเสร็จตอน 4 โมงเย็น ก็รีบส่งข้อความทาง WhatsApp ไปจองคิว Shawki ก่อนเลยครับ แกก็ตอบมาว่าโอเค (เราพิมพ์ไปเป็นภาษาอังกฤษ เขาตอบกลับมาด้วยการส่งข้อความเสียงเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน) พอเสร็จงานปุ๊บ ก็รีบไปเตรียมตัวครับ แต่ด้วยความที่เสร็จเร็วกว่ากำหนด 4 โมงเย็นผมก็เลยส่งข้อความไปบอก Shawki ว่ามาได้เลยนะ วันนี้เสร็จเร็วกว่าที่คาด (ผมนัดเขาไว้ 4 โมงครึ่ง) เขาก็ตอบกลับมาว่า รออยู่ด้านหน้าแล้ว … เหยด ตรงเวลาดีมากมาย

เราตกลงค่าบริการกันไว้แบบนี้ครับ Shawki จะมารับผมที่โรงแรม ไปส่งที่ Dead Sea แล้วรับจาก Dead Sea มาส่งที่โรงแรม จากนั้นรอผมอาบน้ำ แพ็กกระเป๋า แล้วมาส่งผมที่สนามบิน Queen Alia International Airport เบ็ดเสร็จ 65JD (ประมาณ 3,250 บาท) ผมเช็คค่ารถอูเบอร์ผ่านทางแอปแล้ว ก็เห็นว่าเรตราคานี้โอเค (ค่าอูเบอร์จากอัมมานไป Dead Sea อยู่ที่ 20JD แต่ต้องบอกว่า มันอยู่นอกเขตทำการนะ ฉะนั้นมันไม่ได้ราคานี้ง่ายๆ หรอก แถมจะต้องหารถกลับมาอีก)

นั่งรถไป Dead Sea ก็เห็นทหารอยู่ข้างทางมาตลอดแนวเลย … เห็นเขาว่ากษัตริย์จอร์แดนจะเสด็จมาทอดพระเนตรอะไรซักอย่างที่ Dead Sea … ตอนนั้นก็ยังไม่คิดอะไร แต่พอใกล้จะถึง Amman Beach (ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวที่จะไป Dead Sea จะไปกัน เพราะมันใกล้อัมมานที่สุดแล้ว) ปรากฏว่าถนนปิดครับ เขาไม่ให้เข้าไป … อ้าว ชิบเป๋งแล้ว แล้วตูอุตส่าห์นั่งรถมาจากอัมมาน

ก็ได้ Shawki นี่แหละ ช่วยคิดหาทางออกให้ เป้าหมายคือ ไปลอยตุ๊บป่องที่ Dead Sea ครับ สรุปคือ แวะเข้าโรงแรม Grand East ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเสียค่าเข้า 20JD (ค่าเข้าที่ Amman Beach มัน 10JD) แต่มาถึงตรงนี้แล้ว จ่ายแพงขึ้นอีก 500 บาท ก็ดีกว่านั่งรถมาจากอัมมานให้เสียเที่ยวละวะ

Dead Sea นี่ แม้จะได้ชื่อว่า Sea แต่จริงๆ แล้วอยู่ในหมวดหมู่ทะเลสาบนะ และอยู่ในพื้นที่ที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 390 เมตรด้วย (จุดที่ลึกที่สุดของ Dead Sea นี่จะต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 417.5 เมตร) มีความเค็มมากกว่าน้ำทะเลทั่วไปถึง 4 เท่า ส่งผลให้ตัวคนสามารถลอยอยู่บนน้ำได้เลย โดยไม่ต้องออกแรงว่าย … การไป Dead Sea ก็เลยเป็นการไป ลอยน้ำเค็ม เราดีๆ นั่นเองครับ แล้วตรงหาด (ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม) ก็จะมีบริการ “โคลน Dead Sea” ให้เอามาทาตัวครับ เห็นว่าจะทำให้ผิวดี

 

ลอยคอสบายแฮใน Dead Sea

 

เห็นคนไป Dead Sea เขาถ่ายรูปหินที่มีเกลือเกาะเต็มไปหมด แต่ด้วยความที่ผมไปหาดส่วนตัวของโรงแรม ก็เลยไม่ได้เห็นอะไรแบบนั้น แย่จริงๆ … มา Dead Sea ครั้งนี้ เหมือนมาแค่ 70% อะ … อีก 30% ยังไม่ได้สัมผัสจริงๆ

อ้อ! เห็นคนที่ไป Dead Sea มา เขาเขียนถึงการลองชิมน้ำของ Dead Sea ครับ เขาบอกว่าเค็มจนขม … ผมอยากบอกว่า ไม่ควรทำนะ มันอันตราย เพราะปกติการดื่มน้ำทะเลก็เป็นอันตรายต่อร่างกายอยู่แล้ว และนี่เค็มกว่าน้ำทะเล 4 เท่าเลยนะ … ผมไปลอยคออยู่พักนึง มีน้ำกระเด็นมาติดตรงหน้า โดนตรงริมฝีปากบ้าง และเอาลิ้นเลียบางหยดที่เกาะอยู่ ยังรู้สึกได้เลยว่า โคตรเค็ม

ความเค็มของ Dead Sea นี่คือแบบว่า ถ้าเราขึ้นมาจากน้ำ มาแตะหน้าจอมือถือ หน้าจอสัมผัสมันจะเพี้ยนๆ ไม่ยอมทำงานครับ และขนาดน้ำมันแห้งไปแล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ เพราะมันมีคราบเกลือจางๆ ครับ … วิธีแก้คือต้องเอาน้ำมาเช็ดออก แล้วเช็ดให้แห้ง … มือของเราก็เช่นกัน ลำพังแค่เช็ดให้แห้งมันไม่พอนะ ต้องเอาน้ำเปล่ามาล้างแล้วเช็คให้แห้ง คราบเกลือถึงจะออกไปแบบจริงจัง

 

ลอยคอสบายแฮใน Dead Sea

 

พระอาทิตย์ตกทุ่มครึ่ง แต่ผมไม่ได้อยู่รอดูขนาดนั้น … ก็เสียดายเหมือนกัน จริงๆ แล้ว Shawki บอกว่าอยู่ดูได้นะ เขารอได้สบายๆ … แต่อยากบอกว่า ตัวมันเหนียวไปหมดแล้วอ่ะ … กลับโรงแรมดีกว่า

 

 

ประสบการณ์ครั้งแรกในประเทศจอร์แดนของผมก็ประมาณนี้แหละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

4 Responses

  1. Peboom says:

    อยากไปเที่ยวอย่างนี้สักครั้งเหมือนกันครับ อยากรู้ว่าเวลาลอยอยู่ใน Dead sea นี่มันลอยจริงๆหรือครับเอาขากดลงไปในน้ำได้ไหมครับ แบบเหยียบถึงพื้นไหม

    • @kafaak says:

      มีโอกาสก็แวะมาครับ
      มันลอยจริงๆ เลยครับ แต่เรายังพอจะเอาขากดลงไปในน้ำได้ เดินในน้ำได้ครับ เพียงแต่เราจะดำน้ำยากมาก (คิดซะว่าเหมือนพยายามเอาลูกโป่งกดน้ำ แต่แรงดันกลับมาเบากว่าพอสมควร)

      • kanawutc says:

        ใต้น้ำมันมีอะไรน่ากลัวไหมครับปลาอะไรพวกนี้

        • @kafaak says:

          ผมไม่ได้ไปที่ลึกๆ (เขาจะไม่ให้ไป) แต่เค็มขนาดนี้ สิ่งมีชีวิตอยู่ไม่รอดหรอกครับ เขาถึงได้ชื่อว่า Dead sea ไง

Leave a Reply

%d bloggers like this: