โปร Go No Limit 1Mbps ของดีแทคแรง พอใช้หรือไม่? เล่าจากประสบการณ์ 1 เดือนกว่า

Go No Limit

ภาพประกอบ จิ๊กมาจากเว็บ dtac

ผมเคยแนะนำค่ายมือถือทั้งสามค่ายเวลาไปร่วมงานบล็อกเกอร์ ว่าน่าจะออกแพ็กเกจแบบไม่ลดสปีด แต่ไม่ต้องให้สปีดเต็ม โดยมีราคาประมาณนึง เพื่อตอบโจทย์คนใช้งานในยุค 3G (ใช่ครับ ตอนนั้นบ้านเรายังไม่มี 4G) เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว ความเร็วแค่ระดับ 1-2Mbps เนี่ย มันก็เพียงพอสำหรับการท่องเว็บ เล่นโซเชียลมีเดีย และดูคลิปออนไลน์ความละเอียดไม่สูงมากได้สบายๆ อยู่แล้ว แต่ตอนนั้นไม่มีค่ายไหนทำกันเลย มีคนบอกว่าทำไม่ได้ เพราะเดี๋ยวจะมีคนเอามาโหลดบิต หรือกินแบนด์วิธจนกระทบลูกค้าคนอื่น แต่ผมก็แย้งว่าถ้าความเร็วแบบ 1-2Mbps น่ะ ไม่มีใครเขาเอามาโหลดบิตหรอก แถวบ้านเรียกเน็ตเต่า … กาลเวลาผ่านไปสามสี่ปี dtac ก็ออกมาเปิดตัวแพ็กเกจ Go No Limit ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่ไม่ลดสปีด แต่จะมีการกำหนดความเร็วสูงสุดเอาไว้ โดยผู้ใช้งานจะได้ความเร็วมากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ที่ว่าจ่ายเงินซื้อแพ็กเกจไหนครับ ผมไม่ขอพูดถึงว่าแพ็กเกจเป็นยังไง ใครอยากรู้ไปหาดูจากเว็บ dtac เอาเอง แต่ผมอยากขอพูดถึงว่าแพ็กเกจต่ำสุด 499 บาท ที่ให้ความเร็ว 1Mbps นี่ มันพอกินพอใช้ไหม?

 

เราคาดหวังอะไรจากความเร็วเน็ต 1Mbps ได้บ้าง??

ตามที่ dtac แปะไว้ในเว็บ เขาเขียนว่า 1Mbps เนี่ย เน้นโซเชียล และ YouTube ครับ แต่จริงๆ แล้ว มันทำได้เยอะกว่านั้นนะ อย่างแรกเลยคือมันแรงพอจะเปิดเว็บไซต์ทั่วๆ ไปได้สบายๆ อยู่แล้วนะ ประมาณปีที่แล้ว วิศวกรซอฟต์แวร์ชื่อ Ronan Cremin บอกว่าขนาดหน้าเว็บโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.3MB ครับ ซึ่งหากเป็นความเร็วเน็ต 1Mbps ก็จะใช้เวลาดาวน์โหลดประมาณ 19 วินาที แต่ถ้าเป็นหน้าเว็บผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต และผ่านเบราว์เซอร์บางตัว ข้อมูลจะถูกบีบอัดเข้าไปอีก ทำให้ขนาดเล็กลง ดาวน์โหลดเร็วขึ้นครับ จากประสบการณ์ใช้งาน ผมพบว่าการดาวน์โหลดหน้าเว็บนึงที่ไม่ได้มีรูปภาพเยอะแยะมากมาย ก็จะใช้เวลาราวๆ 1-3 วินาทีครับ … แน่นอนว่ามันช้ากว่าความเร็วเต็มสปีด 4G (ที่ปกติวิ่งได้แถวๆ 10-20Mbps) เยอะ แต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไรนะ

ในแง่ของการฟังวิทยุหรือเพลงออนไลน์ แบนด์วิธระดับ 1Mbps หากวิ่งได้นิ่งๆ ก็เร็วเพียงพอสำหรับการใช้งานฟังวิทยุสบายๆ อยู่แล้ว แม้ว่าจะฟังแบบ Hi-Res ที่ Bit rate 340kbps ก็ตาม ส่วนถ้าจะเอาไว้ดูหนังดูคลิป จะเหมาะสำหรับความละเอียด 360p ครับ … ส่วนการดาวน์โหลด ก็คิดง่ายๆ ว่า นาทีนึงก็จะดาวน์โหลดได้เกือบๆ 8MB ฉะนั้น เอามาใช้ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารบ้าง ก็พอไหว แต่ถ้าดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ๆ ก็รอเงกอะครับ

 

ทีนี้พูดถึงประสบการณ์ในการใช้งานจริง ตลอดเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา

เอาล่ะ ทีนี้มาลองเล่าประสบการณ์ในการใช้งานตลอดเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาบ้างนะครับ แต่ขอออกตัวก่อนว่างขออภัยที่งวดนี้บล็อกไม่มีรูปประกอบนะครับ เพราะตั้งใจว่าจะเป็นบล็อกที่ไม่ยาว เน้นแต่สรุปผลการทดลองให้ได้อ่านกัน

 

ในแง่คุณภาพการให้บริการ (ความคงเส้นคงวาของความเร็ว และ ความครอบคลุมของสัญญาณ)

  • จากประสบการณ์ในการใช้งานสามค่าย AIS, dtac, truemove H ก็ต้องบอกว่าในแง่ของความครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่ที่ผมไปบ่อยๆ ตอนนี้ dtac ครอบคลุมน้อยสุดครับ ในบางพื้นที่ที่ AIS และ truemove H มีสัญญาณ 4G ผมพบว่า dtac มีแค่ 3G หรือเลวร้ายสุดคือขึ้น No service ไปเลย … แต่ก็มีบางเขตบางพื้นที่ที่สัญญาณ dtac ดีกว่าอีกสองค่ายนะ ผมเคยไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง (จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน) truemove H นี่เน็ตไม่วิ่งเลย แต่ dtac วิ่งฉลุยมาก … ผมว่าเรื่องสัญญาณ แต่ละคน แต่ละพื้นที่ จะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป
  • แพ็กเกจความเร็ว 1Mbps ผมทดสอบหลายหน และในหลายพื้นที่แล้ว มันได้ 1Mbps นิ่งๆ จริงๆ  และคงเพราะว่าความเร็วมันไม่สูงมากละมั้ง ผมลองใช้นำทางด้วย Google Maps พร้อมกับเปิดดู YouTube (360p) ตลอดระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที แบตเตอรี่หดไป 5% เอง (แอบแปลกใจ)

 

ในแง่ของความเร็วในการใช้งาน 1Mbps ทำอะไรได้บ้าง?

  • การท่องเว็บ หรือ เช็คอีเมล ทั่วไป ความเร็วเน็ต 1Mbps นี่เหลือเฟือสบายๆ ครับ โดยเฉพาะหากเว็บไซต์มีหน้าเว็บแบบ Mobile-friendly เพราะข้อมูลมันจะถูกบีบอัดมาแล้ว … เสียดายว่าผมทดสอบบน iPhone 7 Plus และไม่ได้ลองกับ Google Chrome เลยไม่รู้ว่าถ้าใช้ฟีเจอร์ Data save ของเบราว์เซอร์ มันจะให้ประสบการณ์ยังไง … ไว้มีโอกาสจะลองดู
  • การใช้งานโซเชียลมีเดีย แน่นอนว่าไม่ได้โหลดรูปเร็วปรี๊ดแบบกดปุ๊บมาปั๊บ อัพปุ๊บเสร็จปั๊บแบบเน็ตเต็มสปีด แต่ก็เล่นได้นะ ตรงนี้คงเพราะว่าแอปพวกนี้มันทำมาสำหรับสมาร์ทโฟน มีการบีบอัดคุณภาพรูปเพื่อให้อัพโหลดดาน์โหลดเร็วอยู่แล้ว ใครเน้นแชร์รูปขึ้นโซเชียลมีเดีย ผมคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย อัพรูปขึ้น Facebook หรือ Twitter ก็ใช้เวลาราวๆ 3 วินาที แต่การอ่าน Timeline ถ้าเกิดเจอจังหวะคนอัพโหลดรูปอวดรัวๆ ก็ต้องรอโหลดรูปกันนิดนึง
  • ใครชอบอ่านการ์ตูนออนไลน์ ผมว่าก็ยังโอเค แน่ล่ะ มันโหลดรูปขึ้นมาช้ากว่าเน็ต 4G แบบเต็มสปีดอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ช้าจนน่าเกลียด แต่กับบางเว็บ (ไม่ขอเอ่ยนาม) ที่มันโหลดการ์ตูนทุกหน้ามาพร้อมๆ กัน จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ภาพโหลดมาช้า (เพราะมันโหลดแบบไม่เรียงลำดับ) และเกือบทุกครั้ง มันโหลดมาไม่ครบทุกภาพด้วย
  • การฟังเพลงออนไลน์ ลองฟังผ่าน JOOX แบบฟรี ก็ลื่นไหลดี ไม่ได้กระตุกอะไร ลองฟังวิทยุออนไลน์ ก็โอเคครับ อันนี้ไม่น่าแปลกใจ เพราะ Bit rate ของเสียงอย่างเดียว มันไม่ได้กินแบนด์วิธระดับ 1Mbps อยู่แล้ว
  • เอามาดู YouTube แล้วชัดเจนครับ ความละเอียดที่ได้คือ 360p (ถ้าเปิดผ่าน Mobile data) ใช้เวลาประมาณ 8-10 วินาทีในการ Buffering ก่อนเริ่มเล่น และแน่นอนว่าคุณภาพเสียงดรอปลงเล็กน้อย แต่ในระยะยาวเล่นแล้วไม่กระตุก และการที่เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด ข้อดีคือดูได้จุใจ ไม่ต้องกลัวว่าเน็ตหมดแล้วความเร็วตกเป็นเต่า
  • ลองดูคลิปออนไลน์ค่ายอื่นๆ บ้าง เช่น พวกซีรี่ส์เกาหลี (ไม่ขอบอกเว็บนะ หลายคนน่าจะนึกออกว่าเว็บไหน) อันนี้มันให้เลือกได้ว่าอยากได้ความละเอียดระดับไหน เลยลองจัด HD ดูซะเลย ดูทั้งบงชุน ดูทั้ง Saimdang Light’s Diary พบว่าก็ดูได้สบายๆ ไม่กระตุกครับ
  • การดูวิดีโอความละเอียด 360p ถ้าดูแบบแนวนอน จะรู้สึกได้ว่าภาพมันแตก ผิดกับแบบ HD แต่ก็ยังดูรู้เรื่องนะ (ตรงนี้เพราะจอสมาร์ทโฟนมันไม่ใหญ่จนอาการแตกของภาพมันชัดเจนเกินไป) แม้แต่ซับก็ยังอ่านออก
  • เล่นเกมออนไลน์ … อันนี้น่าสนใจ ผมไม่ได้เล่นอะไรมากมาย ผมลองกับ Need for Speed: No Limits กับ Dynasty Warriors: Unleased บน iPhone 7 Plus ก็เล่นได้ครับ เพียงแต่ Need for Speed ดูจะโหลดอะไรเยอะแยะเป็นพิเศษ กว่าจะเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ได้ ต้องรอพักนึง ผิดกับ Dynasty Warriors โหลดแป๊บเดียวพร้อมเล่นเลย
  • ลองเอามาดาวน์โหลดแอปบ้าง … ข่าวดีคือ พอเน็ตไม่อั้น ไม่ลดสปีด พวกแอปอัพเดตเลยไม่ต้องง้อรอ WiFi แต่ก็ไม่ใช่ทุกแอปที่จะอัพเดตได้ บางอันมันบังคับให้อัพผ่าน WiFi อันนี้ก็อด … ข่าวร้ายคือ 1Mbps มันดาวน์โหลดได้นาทีละประมาณเกือบๆ 8MB เองครับ ถ้าเจอไฟล์ใหญ่ๆ ก็คูณเอาเลยว่าจะใช้เวลาดาวน์โหลดกี่นาที
  • dtac เขาบอกว่า ไม่ให้นำไปปล่อย Hot spot และห้ามไปใช้ดาวน์โหลด Bittorrent แต่เขาไม่ได้บล็อกนะครับ แต่เข้าใจว่าหากมีพฤติกรรมการใช้งานแบบ “สูบ” แบนด์วิธมากเกินไป (โดยเฉพาะกับคนใช้แพ็กเกจความเร็วสูงๆ อย่าง 10Mbps หรือ เร็วไม่อั้น) ก็อาจจะมีการแจ้งเตือน หรือยกเลิกการให้บริการแพ็กเกจนี้ แต่คนใช้ 1Mbps น่ะ จะใช้ยังไงมันก็ไม่ไปกระทบอะไรใครมากอยู่แล้ว ไม่น่าโดนอะไรครับ ผมเองก็เอามาใช้ปล่อย Hotspot ให้กับโน้ตบุ๊กยามฉุกเฉินอยู่เนืองๆ
  • เลยขอพูดถึง 1Mbps ในการปล่อย Hotspot ให้กับพีซีแล้วเอามาใช้ท่องเน็ต บอกได้เลยว่ามันก็เหมือนเอาเน็ตบ้านความเร็ว 1Mbps (หรือจะเรียกว่าความเร็วเมื่อสิบปีก่อนดี?) มาใช้นั่นแหละ มันพอเอาไว้ใช้เปิดเว็บนิดหน่อย รับส่งอีเมล พอไหว แต่เอาไปดู YouTube ดูคลิป ผมว่าไม่เหมาะ เพราะดูวิดีโอความละเอียด 360p บนจอคอมฯ มันภาพแตกเกินไปหน่อย

 

สรุปแล้ว Go No Limit 1Mbps เหมาะกับใครอ่ะ?

สำหรับคนที่เน้นดูคลิปวิดีโอเป็นหลัก แบบดูเยอะๆ ดูนานๆ ถ้าได้แบบเน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด จะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ที่สุดครับ ลองคิดว่าถ้าเราดูวิดีโอความละเอียดสูง 720p แบบ bitrate ต่ำสุดเลย คือ ราว 1.5Mbps เท่ากับนาทีนึงโดนไป 11.25MB โดยประมาณ ดูคลิปยาว 2 ชั่วโมง ก็โดนไป 1.35GB ครับ ดูแบบนี้ 30 วันก็ซัดเน็ตไป 40.5GB ลองเช็คกับเว็บ dtac แล้ว ก็ต้องสมัครแพ็ก 1,099 – 1,299 บาทนั่นแหละ จะได้เน็ต 40-60GB ไว้ใช้งานถึงจะพอ แต่หากเผลอใช้เกินเมื่อไหร่ ความเร็วตกเหลือ 384kbps ทันที (ความเร็วประมาณ 2.5G)

แต่ถ้าเรารับได้กับความละเอียดของคลิปวิดีโอที่ลดลง มาดูที่ 360p แทน แต่ดูที่ bitrate ดีที่สุดเลย คือ 1Mbps ตัวแพ็กเกจ Go No Limit 1Mbps มันก็พอกล้อมแกล้มเลยแหละ จะดูนานเกินกว่าวันละ 2 ชั่วโมงก็ยังคงได้เน็ต 1Mbps ต่อไปได้ครับ

แต่ถ้าเป็นคนทั่วไป ที่ใช้เน้นเล่นโซเชียลมีเดีย แชท LINE ท่องเว็บบ้าง ดูคลิปบ้างเป็นครั้งคราว ผมว่าเดือนนึงใช้เน็ตไม่เกิน 10GB อ่ะแบบนี้ 499 บาท สมัครแพ็กเกจปกติดีกว่า หรือ หากใช้เกินนิดหน่อย สมัครแพ็ก 599 บาท ได้เน็ต 16GB นี่ผมว่าเหลือเฟือแล้ว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: