รีวิว fitbit flex 2 Wearable device แบบเรียบง่าย แต่ตามติดกิจกรรมได้ดีทีเดียว

fitbit flex 2

ของเล่นชิ้นล่าสุดที่เอามาเล่นในช่วงนี้ คือ fitbit flex 2 ที่เพิ่งจะวางจำหน่ายในประเทศไทยไปไม่นานครับ ตัวนี้ไม่ใช่ Smartwatch แต่เรียกว่าเป็น Wearable ดีกว่า มันมีลักษณะเหมือน Wristband และทำหน้าที่เป็น Activity tracker ครับ ซึ่งผมว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว เพราะเคยมีคนกล่าวไว้ว่า Wearble device ถ้าไม่สามารถทำให้มันดูดี สวมใส่ได้ทุกวัน ก็ต้องทำให้มันเนียนจนสังเกตไม่ออกว่าสวมใส่อยู่ … ซึ่งในกรณีของ fitbit flex 2 นี่คือแบบแรกครับ มันดูดี สวมใส่ได้ทุกวัน เพราะดูๆ แล้วมันก็คือ Wristband เส้นนึงครับ

แกะกล่องของ fitbit flex 2 ออกมา สิ่งที่เราจะได้ก็คือ สายข้อมือ 2 เส้น ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เลือกสวมตามความเหมาะสมของผู้ใช้ สายชาร์จแบบสั้นๆ กับคู่มือที่ไม่มีประโยชน์อะไรกับเราเพราะมันบอกให้เราไปที่เว็บไซต์ fitbit.com/setup เฉยๆ เลย

 

อุปกรณ์ที่ได้มากับกล่อง fitbit flex 2

 

โดย Default แล้ว fitbit flex 2 นี่เขาเตรียมมาให้สำหรับใส่สายข้อมือไซส์เล็กครับ ถ้าคนข้อมือใหญ่ๆ (เช่นผม) ต้องเปลี่ยนมาใส่เส้นใหญ่ ซึ่งเท่ากับต้องแกะเอาหมุดสแตนเลสออกมาจากสายข้อมูลไซส์เล็ก เปลี่ยนมาเส้นไซส์ใหญ่ด้วย แกะยากเอาเรื่องครับ ซึ่งตอนแรกก็คิดนะว่าทำไมไม่เตรียมหมุดสแตนเลสมาให้ในสายทั้งสองเส้นเลย แต่คิดอีกที มันก็ไม่ใช่อะไรที่เราจะถอดเปลี่ยนบ่อยๆ อยู่แล้วอะเนอะ

 

ชาร์จแบตเตอรี่ fitbit flex 2

 

การใช้งานไม่ยุ่งยากนะ ก่อนอื่นก็ไปดาวน์โหลดแอป fitbit มาจาก Apple App Store หรือ Android Play Store ครับ จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนที่แอปแนะนำ ซึ่งก็คือการเอาตัว flex 2 ที่มีลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไปชาร์จแบตเตอรี่ซะก่อนครับ จากนั้นก็เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเรา ก็เรียบร้อย

 

ไฟแสดงเป้าหมายของ fitbit flex 2

 

ตัว fitbit flex 2 ติดต่อกับเราผ่านทางไฟ LED 5 ดวง เป็นสีฟ้า/เขียว/ม่วงดวงนึง (ไฟดวงเดียว แสดงผลได้ 3 สี) กับสีขาวอีก 4 ดวง ซึ่งเอาไว้แสดงผลว่าเราใกล้จะถึงเป้าหมายการเดินประจำวันหรือเปล่า โดยแต่ละดวงจะแสดงผลเท่ากับ 25% ของเป้าหมายครับ

 

หมุดสำหรับรัดสายข้อมือ fitbit flex 2

 

การสวมใส่และถอด fitbit flex 2 อาจจะแอบไม่ถนัดในช่วงแรกๆ เพราะหมุดมันแน่นมาก ใส่ก็ยาก แกะก็ยาก แต่พอเริ่มชิน (แล้วถอดเข้าถอดออกหลายรอบหน่อย) มันจะเริ่มสะดวกขึ้น แต่หลักๆ ในฐานะ Activity tracker เนี่ย เราไม่ได้ถอดออกบ่อยอยู่แล้วครับ เพียงแต่ทาง fitbit เองก็บอกว่าเราควรจะถอดออกมาทำความสะอาดบ้าง ซึ่งก็อาศัยช่วงที่เราถอดมันออกไปชาร์จแบตเตอรี่นั่นแหละ (ตามสเปกคือชาร์จทีนึงใช้งานต่อเนื่องได้ราว 5 วัน)

 

หน้าจอ dashboard ที่แสดงข้อมูลทั้งหมดของวันให้เห็น รายละเอียดของการออกกำลังกาย กิจกรรมการออกกำลังกายต่างๆ ที่ fitbit flex 2 สามารถตรวจจับได้

 

แม้ว่าจะเป็น Activity tracker แบบง่าย แต่เมื่อใช้คู่กับแอป fitbit แล้ว ก็สามารถเอาไว้ใช้ติดตามกิจกรรมการออกกำลังกายของเราได้โดยอัตโนมัติครับ คุณสมบัติ SmartTrack ของ fitbit จะทำการบันทึกกิจกรรมการออกกำลังกายให้โดยอัตโนมัติ เมื่อเรามีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที นอกจากนี้ก็ยังมี Swim mode ที่เก็บข้อมูลการว่ายน้ำของเรา ไม่ว่าจะเป็นระยะทาง ระยะเวลา อะไรแบบนี้ให้โดยอัตโนมัติ เพียงแต่เราต้องไปเปิดฟังก์ชั่นนี้ก่อน (ซึ่งกีฬาว่ายน้ำไม่ใช่อะไรที่เป็นผมเลย ฉะนั้นผมเลยไม่ได้ลองนะครับ)

ตัว flex 2 นี่มีความสามารถในการตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง การขี่จักรยาน การเล่นกีฬา การเล่นแอโรบิก และการว่ายน้ำ เราสามารถเลือกปิดฟังก์ชั่นการตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติได้ด้วยเช่นกัน

 

หน้า dashboard รายละเอียดการนอน ตารางรายละเอียดการนอน

 

นอกจากนี้ มันยังสามารถตรวจจับการนอนหลับได้ด้วยครับ แต่ต้องใส่นอนนะ ซึ่งผมลองมาสัปดาห์นึงเต็มๆ แล้วแอบถูกใจครับ มันตรวจจับได้ค่อนข้างแม่นทีเดียว เรานอนเมื่อไหร่ ตื่นเมื่อไหร่ ค่อนข้างตรงครับ ทำให้เรารู้ได้ว่าแต่ละวันเรานอนวันละกี่ชั่วโมง และในระหว่างการนอน มีช่วง Restless (นอนกลิ้งไปมา เปลี่ยนท่านอน) กี่หน ตอนไหนบ้าง และตื่นขึ้นมาระหว่างการนอนกี่หน รวมแล้วกี่นาที (เช่น ตื่นมาลุกไปฉี่ อะไรแบบนี้ก็นับนะ)

และแอป fitbit ยังใช้ตรวจกิจกรรมอื่นๆ ได้อีก แต่เป็นแบบ Self-report นะครับ เช่น การดื่มน้ำ การทานอาหาร อะไรแบบนี้ อันนี้ข้อจำกัดคือความมีวินัยในการใส่ข้อมูลของเราครับ (ซึ่งผมไม่มีวินัยขนาดนั้น เหอๆ)

การใช้งาน fitbit flex 2 เป็นสไตล์สวมใส่แบบเครื่องประดับครับ ทำตัวเป็น Wristband ก็ได้ ถ้าไม่ชอบสายแบบยาง ก็สามารถไปหาซื้ออุปกรณ์เสริมได้ (อันนี้เอามาจากอีเมลที่ได้จากทาง fitbit เอง) คือ

  • เครื่องประดับสายรัดข้อมือฟิตเนสแบบคลาสสิค มีให้เลือก 2 โทน ประกอบไปด้วยโทนชมพู (สีชมพูบลัช สีลาเวนเดอร์ และสีมาเจนต้า) และสีโทนสปอร์ต (สีเทา สีกรม และสีเหลือง) ราคา 1,290 บาท
  • เครื่องประดับกำไลทอง สีโรสโกลด์ (ราคา 3,990 บาท) และสีเงินสเตนเลสสตีล ราคา 3,590 บาท
  • จี้เครื่องประดับสีทอง ราคา 3,990 บาท และสีเงินสเตนเลสสตีล ราคา 3,190 บาท

พูดง่ายๆ จะใส่เป็นสายรัดข้อมือ เป็นกำไลข้อมือ หรือจะห้อยเป็นจี้ก็ได้ครับ

การใช้งาน fitbit flex 2 แบบนี้ มันทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลกิจกรรมการออกกำลังกายต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องใช้พวก Smartwatch เลย เราสามารถใส่มันในฐานะ Wristband แล้วใส่นาฬิกา (หรือจะไม่ใส่) ที่เราชอบก็ได้ และการใส่นาฬิกานอนมันดูแปลกๆ แต่ใส่ Wristband นอน มันไม่แปลกมากไง แล้ววันไหนไม่อยากใส่เป็น Wristband ก็เอามาใส่เป็นจี้ได้

 

บทสรุปการรีวิว fitbit flex 2

สนนราคา fitbit flex 2 อยู่ที่ 4,490 บาท อยู่ในระดับเกือบๆ จะเป็น Smartwatch อยู่แล้วล่ะ แม้ว่ามันจะขาดความสามารถในฐานะ Smartwatch แต่ในแง่ของการเป็น Activity tracker ถือว่าทำได้ดี และคุณสมบัติ SmartTrack ของ fitbit สามารถตรวจจับกิจกรรมต่างๆ ได้ค่อนข้างแม่นยำทีเดียว (รวมถึงตอนนอนด้วย) เหมาะมากสำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบต้องการติดตามกิจกรรมการออกกำลังกายในระดับนึง อยากได้ Activity tracker ที่พร้อมสำหรับการใช้งานในทุกๆ กิจกรรม แต่ไม่ใช่นักออกกำลังกายตัวยง

อย่างไรก็ดี เนื่องจาก fitbit flex 2 มาในฐานะ Wearable device ที่เป็น “เครื่องประดับ” ฉะนั้นสนนราคาก็เลยแอบแรงอยู่บ้างครับ คือ ถ้าจะใส่ในฐานะ Wristband ก็จ่าย 4,490 บาทแล้วจบ แต่ถ้าเกิดอยากจะมีตัวเลือกมากกว่านั้น ก็ต้องซื้ออุปกรณ์เสริม ซึ่งราคาตั้งกะพันต้นๆ ยันสามพันต้นๆ ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: