การเพิ่มฟังก์ชันเชื่อมต่อบลูทูธให้วิทยุในรถยนต์ผ่านวิทยุ FM เวิร์กไม่เวิร์ก?

Print Friendly, PDF & Email

Car G7

เดี๋ยวนี้เห็นคนฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตกันเยอะขึ้น เพลงส่วนใหญ่ก็โหลดมาเก็บไว้บ้าง บางคนก็ใช้บริการฟังเพลงออนไลน์อย่าง JOOX, Apple Music หรืออื่นๆ บางคนก็เปิด YouTube ซะเลย … ประสบการณ์ในการฟังเพลงมันเริ่มไร้รอยต่อ เมื่อเครื่องเสียงรถยนต์เริ่มมีฟีเจอร์รองรับการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ เพื่อให้เราสามารถเปิดเพลงฟังต่อในรถยนต์ได้ โดย Streaming มาจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเลย แต่ปัญหาก็คือ มันไม่ใช่ทุกยี่ห้อทุกรุ่นที่จะมีแบบนี้มาให้นี่สิ บางคนเลยต้องไปเปลี่ยนเครื่องเล่น เสียตังค์หลายพันหรือบางทีก็เป็นหมื่น ได้ความสามารถมาเพียบ แต่เอาจริงๆ กลับใช้แค่ฟังเพลงผ่านบลูทูธเข้าลำโพงรถยนต์ … แบบนี้ ลองอีกวิธีที่ราคาไม่กี่ร้อยดีกว่าปะ

ของที่ผมซื้อมาลอง อันนี้ซื้อที่ร้านแก็ดเจ็ตที่เซ็นทรัลพระราม 2 แถวบ้าน สอยมา 440 บาท แต่หากไปสอยจากร้านค้าออนไลน์ ก็จะอยู่ที่แถวๆ 350-400 บาทครับ แล้วแต่ว่าไปซื้อที่ไหนนะ อันนี้ก็แล้วแต่สะดวก … ลักษณะของมันคือคล้ายๆ กับที่ชาร์จแบตมือถือแบบเสียบที่จุดบุหรี่ในรถนั่นแหละครับ แต่มันจะมีแง่งโค้งๆ ยื่นออกมาเพิ่มครับ คิดซะว่ามันคือส่วนของบลูทูธที่เพิ่มเข้ามาก็แล้วกัน

อัพเดตเพิ่ม: มีคอมเม้นต์มาว่าของแท้ไม่มีสีดำ ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ ดูจากรูปประกอบด้านบนที่มีแค่สามสี … เข้าใจว่าที่ผมซื้อมาลองอาจจะเป็นของปลอมครับ ฉะนั้น ผมจึงขอแก้เนื้อหาโดยเพิ่มคำว่า (ปลอม?) เข้าไป เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้สะดุดใจไว้ก่อนว่าที่ผมทดสอบนี้อาจเป็นของปลอมนะครับ ขอบคุณคุณธนกฤตที่ทักท้วงมาครับ

 

เสียบกับที่จุดบุหรี่ในรถนี่แหละ

 

อัพเดตเพิ่มเติมอีกรอบ

มีคอมเม้นต์นึงชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องความเป็นของแท้หรือของไม่แท้ … ต้องขออภัยเจ้าของคอมเม้นต์ที่ทำให้คิดว่าผมลบคอมเม้นต์ที่เห็นต่างทิ้ง … แต่อยากให้เข้าใจด้วยว่า เพื่อป้องกันการสแปมและการใช้ภาษาหยาบคาย ผมจึงตั้งระบบไว้ว่า หากผมยังไม่ได้รีวิวและอนุมัติคอมเม้นต์ มันจะยังไม่ขึ้นโชว์ครับ และด้วยหน้าที่การงานในปัจจุบันของผม ทำให้ผมมีเวลาเข้ามาเช็คคอมเม้นต์น้อยลง โดยเฉพาะเดือนที่ผ่านมา ผมจะเช็คบล็อกแค่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ คอมเม้นต์จึงขึ้นช้าครับ … ลองอ่านคำชี้แจงขออีกฝั่งตามด้านล่าง (ทำตัวเอียง) นี้นะครับ … อย่าเคย ผมไม่ฟันธงว่าใครถูกใครผิด ทุกอย่างอยู่ที่แต่ละท่านคิดเอาครับ … และด้วยเหตุผลด้านล่างนี้ ผมจะลบคำว่า (ปลอม?) ออกไป แล้วให้ท่านผู้อ่านคิดต่อเองนะครับ ว่าจะเรียกว่าแท้ไม่แท้อย่างไร

เอาข้อมูลมาจากไหนครับที่ว่าของแท้ไม่มีสีดำ ถ้ายังไม่ทราบประวัติฐานผลิตของ Car G7 อย่าให้ข้อมูลเท็จครับ

สินค้า Car G7 แต่เดิมเป็นแบรนด์ Earldom โดยผลิตขึ้นมาในชื่อแบรนด์ Earldom Car G7 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผลปรากฏว่ายอดขายไม่ได้บูมหรือดังมาก ทางโรงงานจึงนำออกจำหน่ายโดยไม่ใส่ยี่ห้อ เพื่อกดราคาลงให้ต่ำ จนเป็นที่นิยมในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนแท้ไม่แท้เป็นสิ่งที่มโนกันขึ้นมาระหว่างหมู่คนขายที่สู้ราคาไมไ่ด้ จึงพยามหาจุดที่นำมาติได้ และได้มีโรงงาน (แม้จะโรงงานเดิมนั้นแหละ) พยามลดสเปคต่างๆเพื่อทำราคาแข่งขัน โดย

1. Car G7 เมื่อแพร่หลายในหลายโรงงานในประเทศจีนได้ผลิตขึ้นมาเพื่อแข่งขันทางด้านราคา ขอไม่ใช้คำว่าแท้ไม่แท้นะครับเพราะด้วยตัวมันเองไม่ได้จดลิขสิทธิ์ต่างๆเอาไว้ แต่ราคาที่ถูกลงเป็นไปตามกลไกของตลาดเรื่อยๆเป็น Nature ของคนจีนเมื่อสินค้ามาตอนแรกคุณภาพและวัสดุจะสูง เมื่อมีการแข่งขันจะลดสเปคลง เช่น แต่ก่อนเคยใส่หลอด LED เพื่อให้เห็นไฟได้เต็มวง ก็หันมาใช้หลอดที่ถูก ทำให้เห็นไฟตรงเลขโทรไม่เต็มวงเป็นต้น

2. Original จริงๆของรุ่นนี้และอยากใช้ที่คุณภาพสูงเหมือนแรกๆของสายการผลิตต้องซื้อแบรนด์ Earldom เนื่องจากมีการคุม QC เพื่อรักษาแบรนด์

3. Car G7 ปัจจุบันราคา 100 กลางๆเท่านั้น ซึ่งที่ผมรู้เพราะตัวแทนจำหน่ายของผมนำมันไปขาย ไปรีวิวใน Youtube และขาย 350-490 โดยพยามอ้างอิงว่าแท้ต้องดูแบบนั้นแบบนี้เป็นต้น

4. Car G7 ของแท้ไม่มีสีดำ อันนี้ไม่ใช่แน่นอน Car G7 จะมีกี่สีก็ได้ครับ ตามที่โรงงานต้นขั้วต้องการให้มี โดยสายการผลิตแรก ออกมาเพียง ทองและเงิน เท่านั้น จากนั้นมาเพิ่มสี ชมพูทองและดำ เพื่อสอดคล้องกับเทรนด์ที่ช่วง 2 ปีที่แล้วฮิต

บทสรุปไม่ใช่ผมแย้งแบบไม่มีเหตุผลนะครับ แต่ผมเข้าโรงงาน Earldom ตั้งแต่ Car G7 วางขายแรกๆในจีนครับ

—- จบอัพเดต อ่านรีวิวต่อ —-

 

ปกติแล้ว อุปกรณ์ที่เพิ่มฟังก์ชั่นบลูทูธให้เนี่ย หลักการทำงานก็คือ ชาร์จแบตเตอรี่ใส่อุปกรณ์หรือจ่ายไฟผ่าน Micro USB ให้กับตัวอุปกรณ์ แล้วก็เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเรา จากนั้นตัว Bluetooth dongle เนี่ยก็จะต้องต่อสาย Audio เข้ากับช่อง Auxiliary ของรถยนต์ การใช้งานก็คือ สมาร์ทโฟนทำการ Streaming เพลงผ่านบลูทูธให้เจ้า Bluetooth dongle จากนั้นสัญญาณเสียงก็จะถูกส่งต่อให้กับรถยนต์ของเราผ่านสาย Audio อีกที

ข้อจำกัดของวิธีที่พูดถึงเมื่อกี้นี้ก็คือมันยังไม่ไร้สายสมบูรณ์แบบครับ คือ แม้ว่าจะไม่ต้องเอาสาย Audio ต่อจากสมาร์ทโฟนมาที่วิทยุรถ แต่ก็ยังต้องมีสาย Audio จากตัว Bluetooth dongle เข้าสู่วิทยุรถอยู่ดีครับ ซึ่งหากเจอรถยนต์ที่เครื่องเล่นวิทยุไม่มีช่อง Auxiliary (พวกรถรุ่นเก่าๆ ไรงี้) ก็จบกันอีก ซึ่งเจ้า Car G7 นี่แหละ จะเข้ามาแก้ปัญหานั้นด้วยแนวคิดง่ายๆ ครับ นั่นก็คือ ตัว Car G7 จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตผ่านบลูทูธ จากนั้นการเชื่อมต่อระหว่าง Car G7 กับเครื่องเสียงรถยนต์ จะใช้เทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยกันดีครับ นั่นคือ FM นั่นเอง

 

เปิดวิทยุ เพื่อเชื่อมต่อกับ Car G7

 

หลายคนอาจนึกไม่ถึงครับว่าเราสามารถส่งสัญญาณเสียงแบบไร้สายไปยังวิทยุได้ ผ่านทางคลื่น FM นั่นแหละ บางคนอาจจะงงว่าทำได้ยังไง ในเมื่อคลื่นพวกนี้ก็ถูกใช้งานกันอยู่ … คำตอบง่ายมากครับ เพราะแม้จะใช้คลื่นเดียวกัน แต่อันไหนสัญญาณแรงกว่า วิทยุในรถยนต์ของเราก็จะรับสัญญาณอันนั้นไป มันก็เหมือนกับตอนที่เราเจอคลื่นวิทยุชุมชนแทรกคลื่น FM ปกติของเรานั่นแหละ

 

Car G7 ด้านหน้า

Car G7 ด้านขวา

Car G7 ด้านซ้าย

 

ตัว Car G7 มีส่วนต่างๆ ดังนี้ครับ

  • ปุ่มที่มีรูปหูโทรศัพท์ เอาไว้รับสาย วางสาย โทรซ้ำ เล่นเพลง หยุดเพลงชั่วคราว หรือปิดบลูทูธ
  • ด้านซ้ายมีช่อง Audio ครับ ไม่ได้เอาไว้เสียบกับช่อง Auxiliary ของวิทยุรถนะ แต่เอาไว้เสียบกับสมาร์ทโฟน เผื่อไม่อยากต่อผ่านบลูทูธ
  • ด้านใต้หน้าจอแสดงผล มีรูเล็กๆ เป็นไมโครโฟน เอาไว้ใช้ตอนสนทนาโทรศัพท์
  • มีพอร์ต USB ให้พอร์ตนึง ทำได้สองหน้าที่ อันแรกคือเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ได้ จ่ายไฟ 5V 2.5A หรือเอาไว้เสียบ Flashdrive เผื่อเล่นเพลงผ่านเจ้านี่ได้
  • มีสล็อต MicroSD card อยู่ เอาไว้สำหรับเปิดเพลงผ่านการ์ดได้เช่นกัน
  • ด้านขวาเนี่ย ก็จะมีปุ่มกดต่างๆ ครับ หลักๆ เลยคือปุ่มเดี่ยวๆ ด้านบนก็เป็นปุ่มเปลี่ยนโหมด ระหว่างปรับ Volume กับปรับความถี่ FM ซึ่งด้านล่างก็จะเป็นปุ่ม +/- ที่เอาไว้ปรับ Volume หรือความถี่นั่นแหละ

การใช้งานเจ้านี่ง่ายกว่าที่คิดเยอะครับ หากเราเข้าใจในหลักการแล้ว … ก็แค่เสียบเจ้า Car G7 เข้าไปที่ตัวที่จุดบุหรี่เพื่อเริ่มใช้งาน จากนั้นเปิดสมาร์ทโฟนออกมา จะเจออุปกรณ์ชื่อว่า G7 ครับ ก็ทำการ Pair กับเจ้านี่ แค่นี้สมาร์ทโฟนกับ Car G7 ก็เชื่อมต่อกันเสร็จแล้วพร้อมใช้งาน จากนั้น ถ้าจะเล่นง่ายๆ ก็ดูครับว่า Car G7 ตอนเปิดมามันอยู่บนคลื่น FM อะไร เราแค่หมุนสถานีไปที่ FM คลื่นนั้นก็เรียบร้อยครับ จบ พร้อมใช้งาน … ง่ายขนาดนั้นเลย

ในการใช้งานจริง แนะนำว่าตั้งค่าให้ Car G7 ส่งสัญญาณในคลื่น FM ย่านที่เราเซฟไว้บนวิทยุหรือเครื่องเสียงในรถยนต์ของเราดีกว่า เช่น ผมอาจจะเซฟไว้ที่ FM105MHz ไรงี้ ผมก็ตั้งค่า Car G7 เอาไว้ ซึ่งทำได้ง่ายๆ ก็แค่กดปุ่มเปลี่ยนโหมดให้เป็นการปรับความถี่ เราจะเห็นตัวเลขกระพริบครับ พอกระพริบแล้วก็กดปุ่ม +/- เพื่อเลือกความถี่ที่ต้องการได้แล้ว

 

สมาร์ทโฟนก็เชื่อมต่อกับ Car G7

 

ส่วนในการใช้งานเวลาฟังเพลง กดปุ่มเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นการปรับเสียบ ตัวเลขจะไม่กระพริบ ตอนนั้นก็แค่กดปุ่ม + หรือ – ค้างไว้เพื่อปรับระดับเสียง หรือกดปุ่ม + หรือ – ทีเดียว เพื่อเลือกเล่นเพลงก่อนหน้าหรือเพลงถัดไป

ทีนี้ลองใช้งานจริงครับ … ตอนแรกลองอยู่ในบ้านตัวเอง ย่านชานเมือง มันโอเค เสียงดีทีเดียวเลยแหละ แนวคิดของการใช้คลื่นวิทยุดูเวิร์กครับ แต่พอได้มีโอกาสใช้ยาวๆ แบบเอาไปใช้ตอนขับรถไปทำงาน ขับรถไปประชุมตามที่ต่างๆ ในกรุงเทพแล้ว รู้สึกได้เลยว่าแนวคิดของการใช้คลื่น FM โดยคาดหวังว่าคลื่นมันจะแรงกลบคลื่นวิทยุปกติ มันไม่เวิร์กซักเท่าไหร่ เพราะตอนที่ขับรถขึ้นทางด่วนเข้ากรุงเทพ สังเกตได้เลยว่าเริ่มได้คลื่นแทรกซ่าๆ (อารมณ์เหมือนสัญญาณวิทยุมันไม่แรงพอ) ตอนอยู่บนสะพานพระราม 9 และยิ่งแถวๆ ทางด่วนไปแจ้งวัฒนะ ตรงแถวๆ เหนือพระราม 6 แล้ว คลื่นวิทยุปกติแทรกเข้ามาจนเหมือนกับเป็นวิทยุปกติเลยครับ … อย่างไรก็ดี ผมไม่แน่ใจว่ามันมีปัจจัยเรื่องคุณภาพของวิทยุในรถเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไหม เพราะผมได้ลองกับ Mitsubishi Mirage ครับ ยังไม่มีโอกาสได้ลองกับรถยนต์ยี่ห้อและรุ่นอื่นๆ … แต่ที่แน่ๆ ถ้าจะเอาให้ชัวร์ๆ ผมว่า Car G7 มันเหมาะกับการขับรถออกต่างจังหวัด โดยเฉพาะในระหว่างทาง ที่ไม่ใช่ตัวเมือง ที่ไม่มีคลื่น FM มาแทรกมากกว่าครับ

 

บทสรุปการรีวิว Car G7

 

เกือบจะเรียกว่าดีแล้ว หากเจ้า Car G7 มันสามารถปล่อยคลื่น FM มาได้แรงแบบมั่นใจว่าจะกลบสัญญาณ FM จากคลื่นวิทยุปกติ … แต่เอาเข้าจริงๆ พบว่า มันไม่แรงพอที่จะไปสู้กับคลื่น FM ปกติในบางพื้นที่ครับ … ซึ่งตรงนี้เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะถ้าปล่อยแรงกว่านี้ เดี๋ยวมีประเด็นกับรถยนต์คันอื่น เพราะคลื่น FM เราจะไปรบกวนรถคันอื่น หากเขาบังเอิญเปิดฟัง FM ย่านเดียวกับเราพอดี และก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องกฎหมายเรื่องการนำเข้าอุปกรณ์รับส่งคลื่นวิทยุหรือเปล่า เลยต้องพยายามปรับความแรงของสัญญาณให้ไม่สูงมาก อันนี้ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เลยไม่กล้าฟันธง ไว้ถ้าเกิดสอบถามผู้เชี่ยวชาญได้คำตอบมาว่ายังไง แล้วจะเอามาอัพเดตให้อ่านกันครับ

แต่โดยสรุปแล้ว เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ก็ดีครับ แต่มันเหมาะกับการนำไปใช้นอกเขตตัวเมืองมากกว่า ใครที่นิยมใช้ในตัวเมือง ผมว่ายังไม่สะดวกครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

11 Responses

  1. ขอแสดงความยินดีด้วยครับคุรได้ของปลอมมาทดสอบรีวิว ของแท้ไม่มีรุ่นสีดำครับขอบคุณครับ 555

    • @kafaak says:

      อ้าว … เวร
      แบบนี้ต่อไปต้องไม่ซื้อของจากร้านนี้แล้วสิ … เล่นเอาของปลอมมาขาย

      • job says:

        เอาข้อมูลมาจากไหนครับที่ว่าของแท้ไม่มีสีดำ ถ้ายังไม่ทราบประวัติฐานผลิตของ Car G7 อย่าให้ข้อมูลเท็จครับ

        สินค้า Car G7 แต่เดิมเป็นแบรนด์ Earldom โดยผลิตขึ้นมาในชื่อแบรนด์ Earldom Car G7 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผลปรากฏว่ายอดขายไม่ได้บูมหรือดังมาก ทางโรงงานจึงนำออกจำหน่ายโดยไม่ใส่ยี่ห้อ เพื่อกดราคาลงให้ต่ำ จนเป็นที่นิยมในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนแท้ไม่แท้เป็นสิ่งที่มโนกันขึ้นมาระหว่างหมู่คนขายที่สู้ราคาไมไ่ด้ จึงพยามหาจุดที่นำมาติได้ และได้มีโรงงาน (แม้จะโรงงานเดิมนั้นแหละ) พยามลดสเปคต่างๆเพื่อทำราคาแข่งขัน โดย

        1. Car G7 เมื่อแพร่หลายในหลายโรงงานในประเทศจีนได้ผลิตขึ้นมาเพื่อแข่งขันทางด้านราคา ขอไม่ใช้คำว่าแท้ไม่แท้นะครับเพราะด้วยตัวมันเองไม่ได้จดลิขสิทธิ์ต่างๆเอาไว้ แต่ราคาที่ถูกลงเป็นไปตามกลไกของตลาดเรื่อยๆเป็น Nature ของคนจีนเมื่อสินค้ามาตอนแรกคุณภาพและวัสดุจะสูง เมื่อมีการแข่งขันจะลดสเปคลง เช่น แต่ก่อนเคยใส่หลอด LED เพื่อให้เห็นไฟได้เต็มวง ก็หันมาใช้หลอดที่ถูก ทำให้เห็นไฟตรงเลขโทรไม่เต็มวงเป็นต้น

        2. Original จริงๆของรุ่นนี้และอยากใช้ที่คุณภาพสูงเหมือนแรกๆของสายการผลิตต้องซื้อแบรนด์ Earldom เนื่องจากมีการคุม QC เพื่อรักษาแบรนด์

        3. Car G7 ปัจจุบันราคา 100 กลางๆเท่านั้น ซึ่งที่ผมรู้เพราะตัวแทนจำหน่ายของผมนำมันไปขาย ไปรีวิวใน Youtube และขาย 350-490 โดยพยามอ้างอิงว่าแท้ต้องดูแบบนั้นแบบนี้เป็นต้น

        4. Car G7 ของแท้ไม่มีสีดำ อันนี้ไม่ใช่แน่นอน Car G7 จะมีกี่สีก็ได้ครับ ตามที่โรงงานต้นขั้วต้องการให้มี โดยสายการผลิตแรก ออกมาเพียง ทองและเงิน เท่านั้น จากนั้นมาเพิ่มสี ชมพูทองและดำ เพื่อสอดคล้องกับเทรนด์ที่ช่วง 2 ปีที่แล้วฮิต

        บทสรุปไม่ใช่ผมแย้งแบบไม่มีเหตุผลนะครับ แต่ผมเข้าโรงงาน Earldom ตั้งแต่ Car G7 วางขายแรกๆในจีนครับ

        • @kafaak says:

          ผมเขียนว่าอาจจเป็นของปลอม เพราะมีคนแจ้งมาว่าอาจจไม่ใช่ของแท้ … เมื่อมีคนคอมเม้นต์มา ผมก็แก้ไขข้อมูลไปตามนั้นครับ … ตอนผมซื้อ ผมก็เข้าใจว่าเป็นของแท้เช่นกัน

          ป.ล. อย่าเพิ่งหาว่าคอมเม้นต์แล้วลบนะครับ … สัปดาห์นี้ผมแค่วุ่นจนไม่ได้เข้ามาอ่านบล็อก และไม่ได้ Approve ให้คอมเม้นต์แสดงขึ้นมาเท่านั้น

      • นัท says:

        อ่าวพิมชี้แจงตั้งเยอะแต่ลบความเห็น เรื่องสีดำของแท้ปลอม แสดงว่ามีส่วนได้เสียกับเจ้าของความเห็นสิเนี่ย

        • @kafaak says:

          ?!? ผมไม่ได้ลบความเห็นอะไรไปเลยนะครับ
          ที่คอมเม้นต์ยังไม่ได้ขึ้น เพราะต้องรอ Approve ก่อน แต่หากไม่ใช่คอมเม้นต์ที่จะมาขายของ ผมก็ไม่เคยลบอะไรทิ้งนะครับ

  2. Kelly says:

    ของผมก้อสีดำนะ กล่องสีขาวข้างในเป็นกำมะหยี่ กล่องแบบใหม่มีสติกเกอร์รับประกันจากผู้ผลิตด้วย ซื้อมา 350.

  3. Vios says:

    ผมก็สีดำ ของแท้ชัวร์ ดูจากวิธีที่เค้าดูกันว่าแท้หรือปลอม

  4. Aoi Kitsana says:

    ของแท้ก็มีสีดำค่ะ วันก่อนไปดูที่ร้านมา แต่ไม่ได้ซื้อวีดำ เอาสีบรอนด์ทองมา

  5. Monchai - Yai says:

    แนวคิดแบบนี้ มีมานานแล้วครับ แต่ควรตั้งช่องไปช่อง FM ว่างๆ เลขแปลกๆ มากกว่าไปตั้งตรงกับช่องที่มีสถานีหลักอยู่แล้วครับ เพราะจะสู้แรงส่งของสถานีหลักไม่ได้ ลองดูนะครับ ผมว่าน่าจะใช้งานได้ดีพอสมควร

    • @kafaak says:

      คือ ที่บอกว่าไม่เวิร์กเท่าไหร่ เพราะผมลองกับเลขแปลกๆ แล้วครับ … คือ ใน กทม แม้จะใช้เลขแปลกๆ แต่คลื่นมันแรงมากครับ มันกวนข้ามย่านกันได้สบายๆ (เขาถึงพยายามแยกด้วย .5 ไม่ใช่ .25) แต่ละเขตพื้นที่ “เลขแปลกๆ” ก็เวิร์กแตกต่างกันไป จึงไม่ค่อยเกิดประโยชน์ในชีวิตจริงเท่าไหร่ หากต้องมาคอยจูนคลื่นตลอดเวลา

Leave a Reply

%d bloggers like this: