รีวิว Garmin Forerunner 35 … Smartwatch สำหรับนักวิ่ง พร้อม GPS

Garmin Forerunner 35

Garmin Forerunner 35 เป็น Smartwatch และ Activity tracker ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต่างประเทศ ใน IFA2016 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดนี่ก็เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยได้พักใหญ่ๆ แล้ว กับสนนราคา 8,290 บาท แอบแพงกว่าราคาขายในต่างประเทศที่เป็น US$ นิดหน่อย … จุดเด่นของเจ้านี่คือ เป็น Smartwatch + Activity tracker ใช้หน้าจอแสดงผลแบบคล้ายๆ E-Ink พร้อม GPS ในตัว ออกแบบมาเพื่อให้ใช้ตัวเดียวจบ และใช้แบบไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ เลย

หน้าตาของ Garmin Forerunner 35 ก็คือนาฬิกานั่นแหละ Smartwatch ครับ ดีไซน์ออกแนวเรียบๆ เหมาะสำหรับเอาไว้ใส่ติดตัวตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เฉพาะตอนวิ่งออกกำลังกาย หน้าจอแสดงผลขนาด 23.5 มม. × 23.5 มม. หนักแค่ 37.3 กรัมเท่านั้นเอง เรียกว่าใส่แล้วแทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักครับ

 

Garmin Forerunner 35

ข้อจำกัดของหน้าจอแบบ E-Ink คือเวลากลางคืนดูยาก ต้องเปิด Backlight เอา

 

หน้าจอแสดงผลเป็นแนว E-Ink ซึ่งทำให้กินพลังงานต่ำ เลยสามารถใช้งานต่อเนื่องในโหมดนาฬิกาได้ 9 วันต่อการชาร์จแบบเต็มๆ 1 ครั้ง (ตามที่สเปกเขาว่ามา) และหน้าจอแสดงผลแบบนี้ มีข้อดีตรงที่ใช้งานกลางแจ้งได้สบายๆ ครับ จริงๆ ต้องบอกว่ายิ่งสว่าง ยิ่งเราเห็นอะไรต่อมิอะไรชัด ก็จะยิ่งเห็นหน้าจอ Garmin Forerunner 35 นี่ชัดแจ๋วเลย … แต่ข้อจำกัดน่ะเหรอ ก็ถ้ามันมืดละก็ มองไม่เห็นเช่นกัน แต่มันมีปุ่มให้กดเปิด Backlight ดูได้ครับ

 

สายนาฬิกาของ Garmin Forerunner 35

 

สายนาฬิกายาวประมาณนึง เป็นสายยาง มีรูสำหรับล็อกสายอยู่เยอะมาก ฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าข้อมือเล็กใหญ่ต่างกันแล้วจะใส่ได้ไหม … แต่ว่าสายเป็นแบบเฉพาะรุ่นนะครับ ฉะนั้นไปเปลี่ยนสายตามอำเภอใจที่ร้านนาฬิกาไม่ได้นะครับ

 

ปุ่ม 4 ปุ่มสำหรับควบคุม Garmin Forerunner 35 อยู่ด้านข้าง

ตัวอย่างปุ่มของ Garmin Forerunner 35

 

การใช้งาน Garmin Forerunner 35 เลือกฟังก์ชันต่างๆ ผ่านปุ่ม 4 ปุ่มบนตัวนาฬิกาทั้งสองด้านครับ คือ

  • ปุ่มบนซ้าย … เอาไว้เปิด Backlight
  • ปุ่มบนขวา … เอาไว้กดเลือกกิจกรรมออกกำลังกาย หรือ ใช้เป็นปุ่ม ตกลง
  • ปุ่มล่างซ้าย … ที่หน้าจอแรกสุดกดแล้วจะเป็นการเปิด Settings menu แต่ในหน้าจออื่นๆ กดแล้วจะเป็นปุ่ม Back
  • ปุ่มล่างขวา … เอาไว้เลื่อนหน้าจอไปหน้าจอถัดไป

 

ดันหลังของ Garmin Forerunner 35 เป็นเซ้นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ

 

นอกจากนี้ Garmin Forerunner 35 ก็มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ที่ใช้เทคโนโลยีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ข้อมือ Garmin ElevateTM ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Garmin เขา … โดยจากที่ลองใช้ดู มันมีการวัดอัตราการเต้นของหัวใจของเราเป็นระยะๆ ตลอดเวลาที่สวมใส่ครับ ซึ่งก็คงเพราะเจ้านี่เป็น Activity tracker ที่ถูกออกแบบมาแบบว่า กะให้ใส่ตลอดเวลาล่ะมั้ง

 

การชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ Garmin Forerunner 35

 

การชาร์จแบตเตอรี่ของ Garmin Forerunner 35 ต้องใช้สายชาร์จเฉพาะของมันนะ มีลักษณะเป็นคลิปหนีบแบบนี้เลย … ข้อดีคือ มันไม่ต้องวุ่นวายกับการเปิดจุกเพื่อเสียบสาย Micro USB 2.0 หรือ USB-C ไรงี้ และดีไซน์ของ Garmin Forerunner 35 เป็นแบบกันน้ำลึก 5ATM (เอาไปใส่ว่ายน้ำได้สบายๆ)

 

แอป Garmin Connect เอาไว้เก็บข้อมูลการออกกำลังกาย

 

การใช้งาน … เอามาใช้ร่วมกับ Garmin Connect ครับ เป็นแอปที่มีทั้งบน iOS และ Android แต่เวลาออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องเอาสมาร์ทโฟนออกไปด้วยก็ได้ เพราะ Garmin Forerunner 35 มี GPS ในตัว และสามารถเก็บประวัติกิจกรรมการออกกำลังกายได้ 7 อย่างครับ ฉะนั้น ใช้ออกกำลังกายให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยกลับมาซิงก์กับสมาร์ทโฟนก็ยังทันถมถืด …​ ตรงนี้มันมีข้อดี เพราะทำให้เราไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนออกไปให้หนัก ส่วนใครอยากจะฟังเพลงไประหว่างออกกำลังกาย ก็เอาพวก Portable music player อื่นๆ ไปใช้แทน เบากว่าเยอะ

แต่มันก็มีข้อจำกัดนะ เพราะว่าบางคนอาจจะมีแอปออกกำลังกายตัวโปรดอยู่แล้ว เช่น Nike+ Run Club งี้ RunKeeper, Strava ไรงี้ ซึ่งมันต้องมีสมาร์ทโฟนอ่ะนะ …​ ถ้าเป็นแบบนั้น ก็จะไม่ได้ใช้ฟังก์ชัน GPS ของ Garmin Forerunner 35 มากนัก (เพราะสมาร์ทโฟนมันช่วย Track ให้อยู่แล้ว)

[อัพเดตแก้ไข] ในกรณีที่เราใช้แอปเก็บข้อมูลวิ่งอย่างพวก Nike+ Run Club, RunKeeper, Strava หรืออื่นๆ แม้เราจะไม่ได้พกสมาร์ทโฟนออกมา แต่ Garmin Forerunner 35 มันเก็บข้อมูลไว้ให้ แล้วเราก็สามารถใช้ Garmin Connect ในการซิงก์ข้อมูลไปยังแอปเหล่านี้เพื่อเก็บข้อมูลได้ครับ

แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าใครยังไม่ได้มีแอปออกกำลังกายในดวงใจ และกะว่าจะใช้ Garmin เป็นแบรนด์หลักละก็ ใช้ Garmin Connect ก็ไม่เลวนะครับ มันออกแบบมาให้รองรับการออกกำลังกายหลักๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ เข้ายิม ขี่จักรยาน ฯลฯ แต่สำหรับ Garmin Forerunner 35 เนี่ย กิจกรรมที่มีให้เลือกก็จะเป็นเดิน, วิ่ง (ในร่มและกลางแจ้ง), ขี่จักรยาน และ คาร์ดิโอ ครับ ซึ่งน่าแปลกใจที่มันไม่รองรับการว่ายน้ำแฮะ ทั้งๆ ที่ออกแบบให้เจ้านี่กันน้ำได้ระดับลึก 5ATM ก็ตาม

 

เอา Garmin Forerunner 35 ออกมาวิ่งมาเดินบ้างอะไรบ้าง

 

อย่างที่บอก ถ้าไม่ได้ยึดติดกับแอปออกกำลังกายอะไรเป็นพิเศษ เวลาเราออกวิ่ง หรือขี่จักรยาน ก็ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนให้ยุ่งยาก แต่นั่นก็หมายความว่าถ้าเราเป็นพวกชอบฟังเพลงไปวิ่งไปหรือขี่จักรยานไป ก็ต้องไปหาเครื่องเล่นเพลงตัวอื่นมาพกนะครับ แต่ก็อาจจะวุ่นอีกนิด เพราะต้องหาไอ้พวกที่กันเหงื่อระหว่างออกกำลังกายได้ดีด้วยอะนะ … แต่แม้ว่าเราจะเอาสมาร์ทโฟนไปด้วย ก็ยังได้ประโยชน์จาก GPS ของ Garmin Forerunner 35 อยู่ดีครับ ปิด GPS บนสมาร์ทโฟนซะ ก็ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนได้เยอะนะเออ แล้วไปเอาข้อมูล GPS จาก Garmin Forerunner 35 แทน ไรงี้

 

Garmin Forerunner 35 เทียบกับ Samsung Gear Fit 2

 

ในการใช้งานในฐานะ Smartwatch ในชีวิตประจำวันปกติ ผมว่า Garmin Forerunner 35 พอทำงานได้นะครับ เวลามีอีเมลมา เวลาแอปในสมาร์ทโฟนมีการแจ้งเตือน มันก็เด้งขึ้นบน Garmin Forerunner 35 ครับ และเจ้านี่รองรับภาษาไทยอยู่แล้ว ฉะนั้นพร้อมใช้เลยครับ แต่ว่าถ้าให้เทียบกับ Smartwatch อย่าง Samsung Geat Fit 2 หรือพวก Andriod Wear ละก็ ผมว่าการแจ้งเตือนของ Smartwatch พวกนั้นมันทำได้ดีกว่าเยอะครับ … ขอ Garmin Forerunner 35 นี่มันออกแนวแค่เตือนให้รู้ว่ามีการแจ้งเตือนเข้ามานะ

 

บทสรุปการรีวิว Garmin Forerunner 35

สนนราคาค่าตัวของ Garmin Forerunner 35 นี่ก็ประมาณพวก Smartwatch นั่นแหละครับ แต่ความโดดเด่นของเจ้านี่มันอยู่ที่การเป็น Activity tracker มากกว่าการเป็น Smartwatch นะ ดูได้จากการที่มันสามารถติดตามการออกกำลังกายของเราได้ โดยไม่ต้องง้อสมาร์ทโฟน (ไปออกกำลังกายก่อน ค่อยซิงก์กับสมาร์ทโฟนทีหลัง ก็ยังไม่สาย ไรงี้) แต่การแจ้งเตือน ซึ่งเป็นความสามารถนึงของ Smartwatch กลับทำได้ไม่ดีเท่าไหร่อะ

แต่ถ้ามองในแง่ของ Activity tracker ละก็ Garmin Forerunner 35 ถือว่าครบเครื่องสำหรับคนที่เน้นการวิ่งออกกำลังกาย หรือขี่จักรยานเลยนะ กันน้ำ มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ มี GPS ในตัว … ที่ราคาแอบแตะไปเกือบหมื่น ผมว่าเป็นเพราะใส่มาทั้งเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจและ GPS นี่แหละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

3 Responses

  1. urasri407 says:

    ขอเพิ่มเติมค่ะ
    ถ้าใช้ STRAVA อยู่ ตัวนี้ sync ได้ดีนะ sync เสร็จก่อน Garmin Connect ซะอีก
    คือวิ่งเสร็จ กด save activity แป๊บเดียว มันก็ขึ้นว่า STRAVA ready to view แล้ว (คือยังไม่ได้เข้า Garmin Connect เลยด้วยซ้ำ)
    เรื่องการแจ้งเตือน มันก็อ่านข้อความได้ sms, line, fb และ notified อื่นๆ โดยไม่ต้องเปิดโทรศัพท์ (เปิดดู line แล้วในโทร.จะไม่ขึ้นว่า read ด้วย) แต่ถ้าเป็นข้อความที่ส่งมาจาก app อื่นๆ อาจมี error

    ใน FR35 มี function ควบคุมเพลงด้วย คือถ้าฟังเพลงในโทรศัพท์ (ต้องเปิด Garmin Connect ไว้ด้วย) จะสามารถควมคุมการเล่นเพลงจาก FR35 ได้ด้วย ก็สะดวกดี

    ส่วนการ connect BT เอาไว้ตลอด มันก็ไม่ได้เปลืองแบตเท่าไหร่ ถ้าแบตอยู่ในสภาพปกติ connect BT, ฟังเพลงด้วย ถ้าไม่หยิบโทรฯ ขึ้นมาเปิดดูบ่อยๆ วิ่ง mini ประมาณ 1.30 ชม นี่แบตอยู่ได้สบายๆ

  2. อยากรู้ว่าเวลาหน้าจอเปียกน้ำแล้วมัน error มั้ยคะ บางทีก็วิ่งลุยฝน หรือเหงือออกเยอะๆ หรือมือเปียกๆไปโดนหน้าจออ่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: