ไปลองมาแล้ว ซิ่งโกคาร์ทไฟฟ้า ที่ Impact Speed Park

เตรียมซิ่ง

ช่วงนี้งานยุ่งมาก เลยไม่ได้มาอัพเดตบล็อกเลย แต่วันนี้ยกภูเขาออกจากอกไปลูกนึงได้ มีเวลาหายใจหายคอประมาณวันเศษๆ เลยขอเขียนถึงประสบการณ์ขับโกคาร์ทไฟฟ้าที่ไปลองมาเมื่อสัปดาห์ก่อนเอาไว้ให้อ่านกันครับ ซึ่งผมได้ไปลองขับที่สนาม Impact Speed Park ที่เป็นสนามโกคาร์ทแห่งแรกในประเทศไทย ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตามคำเชิญของทางสนาม การขับโกคาร์ทไฟฟ้าจะเป็นยังไงบ้างนั้น มาติดตามอ่านกันได้ครับ

พิกัดของ Impact Speed Park นี่หาไม่อยาก เปิด Google Maps แล้วหาชื่อนี้ได้เลย (แต่ Apple Maps และ HERE maps นี่ ตัวใครตัวมันครับ) ขับมาตามแผนที่นั่นแหละ เดี๋ยวก็ถึงเอง … ที่นี่เปิดให้บริการตั้งแต่กลางวันครับ แต่จากที่สอบถามกับเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่จะมาใช้บริการกันตอนกลางคืนกันมากกว่าครับ ซึ่งวันหยุดสุดสัปดาห์เนี่ย เขาเปิดยันเที่ยงคืนเลยครับ

 

 

ผมมาตอนกลางวัน และไม่มีโดรน ฉะนั้นก็เลยได้แค่ถ่ายภาพแบบ 360 องศามาให้ดูนะ ว่าไปยืนอยู่แถวๆ กลางสนามแล้วเป็นยังไง … บอกตรงๆ ว่า มายืนแบบนี้แล้วรู้สึกว่า ตอนขับมันจะดูงงๆ เส้นทางไหมเนี่ย

 

Reception ของ Impact Speed Park

อัตราค่าบริการของ Impact Speed Park

 

ขั้นตอนการใช้บริการ ไม่ยุ่งยากมากครับ ก็มาที่เคาน์เตอร์ก่อนเพื่อสอบถามข้อมูล ให้เจ้าหน้าที่เขาช่วยแนะนำก็ได้สะดวกดี ค่าบริการมีสองส่วนหลักๆ คือ ค่าสมาชิกปีละ 100 บาท และ ค่ารอบ ซึ่งเด็กอายุ 14 ปีขึ้นไปเป็นบัตรผู้ใหญ่ ก็ 600 บาท (จากราคาเต็ม 650 บาท … ตอนนี้เขามีราคาโปรโมชั่นจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้) ส่วนเด็กอายุ 7-14 ปี ความสูงไม่ต่ำกว่า 120 เซ็นติเมตร ก็ 480 บาท (จากราคาเต็ม 520 บาท) แต่าถ้าอายุน้อยกว่านี้ หรือสูงน้อยกว่านี้ … ขออภัยครับ ไม่ถึงเกณฑ์ครับ

 

บัตรสมาชิกของ Impact Speed Park

ลงทะเบียนครั้งแรก สะดวกสุดก็คือเชื่อมต่อ Facebook โลด

 

แล้วก็มีลงทะเบียนนิดหน่อยครับ ผ่านคอมพิวเตอร์ที่เตรียมไว้ให้นั่นแหละ จะใช้อีเมลก็ได้ หรือจะใช้ Facebook ก็ได้เช่นกัน … เท่าที่ผมลองเนี่ย ใช้อีเมลจะป่วนน้อยกว่านะ ใช้ Facebook นี่บางคนอาจจะเจอมาตรการป้องกันการล็อกอินโดยไม่ได้รับอนุญาตของ Facebook ทำปวดหัวได้ (ไม่เกี่ยวกับ Impact Speed Park แต่อย่างใด)

 

ติดต่อขอรอบเล่น แล้วรอครับ

 

จะเล่น ก็แค่ไปแจ้งที่เคาน์เตอร์ แล้วก็จะได้ใบเสร็จเล็กๆ มาแบบรูปด้านบนครับ มันจะบอกเราว่าเป็นรอบเล่นที่เท่าไหร่ (อย่างในรูปคือ Race 44 หรือ รอบที่ 44) และได้เล่นประมาณกี่โมง

 

หิวก็หาอะไรกินได้

ของว่างและเครื่องดื่มก็มี

 

ระหว่างรอรอบเล่น ก็หาอะไรกินก่อนได้ครับถ้าหิว มีทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มต่างๆ ให้เลือก ราคาก็ … ประมาณร้านคอฟฟี่ช้อปแหละนะ

เมื่อเรียบร้อยทุกอย่าง ถึงเวลาเล่น ก็ได้เวลาไปนั่งฟังบรีฟครับ คือ เขาต้องให้เราดูวิดีโอแนะนำกติกาการขับขี่ในสนามก่อน แล้วก็มีการแนะนำเรื่องเส้นทางด้วย ถ้าวันนึงเราเล่นหลายรอบ ก็ไม่ต้องบรีฟทุกรอบครับ รอบเดียวก็พอ รอบอื่นๆ ก็เดินเข้า Pit lane ไปเลย

 

ห้องบรีฟ

บรีฟเส้นทางขับในสนาม

 

สนามที่นี่ จะมีการเปลี่ยนเส้นทางทุกเดือนครับ ฉะนั้นมันก็จะมีความท้าทายใหม่ๆ มาให้ลองทุกเดือน (ขับเส้นทางเดิมๆ บ่อยๆ มันก็เบื่อใช้ปะล่ะ) และก็มีทั้งแบบวนซ้ายและวนขวา ปกติที่นี่จะขับวนขวาครับ แต่ตอนผมมาลองนี่ เป็นครั้งแรกที่เขาให้วนซ้ายครับ (เอ๋า! ลองของใหม่ซะงั้น) ระยะทางนี่สูงสุดได้ถึง 850 เมตรครับ แต่เส้นทางของเดือนมีนาคมที่ผมไปลองนี่ 570 เมตรครับ

บรีฟเสร็จก็มารอที่ Pit lane ครับ แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนชุด หรือมีสัมภาระที่กลัวจะเป็นภาระในระหว่างขับขี่ ก็สามารถใช้บริการห้องน้ำ ซึ่งใช้เปลี่ยนเสื้อผ้า และมีล็อกเกอร์ให้บริการเก็บของได้

 

ห้องน้ำ ใช้แต่งตัว ใช้เก็บของได้ มีล็อกเกอร์ไว้คอยบริการ

 

ผมเลือกมาทดสอบตอนกลางวัน และแน่นอนว่าได้รับเชิญจากทางสนาม ก็เลยได้รับอนุญาตให้เดินซนรอบๆ Pit lane ถามโน่นถามนี่ได้ แล้วก็ถือโอกาสถ่ายวิดีโอแบบ 360 องศา แนะนำรอบๆ Pit Lane มาให้ดูด้วยครับ

 

 

ใครที่ไม่สะดวกดูวิดีโอ ก็อ่านต่อได้ครับ …​หลักๆ เลย ที่ Pit lane นี่เราก็จะเห็นรถจอดเรียงรายกันอยู่ครับ มีทั้งสิ้น 30 คัน แต่เวลาใช้จริงๆ ไม่ได้วิ่งที 30 คันนะครับ เขาบอกว่าปกติจะวิ่งรอบละไม่เกิน 12 คันอย่างมาก เพราะไปเยอะมากๆ มันเต็มสนามครับ ขับเร็วๆ ก็จะลำบาก

 

Pit Lane กับรถโกคาร์ทที่จอดรออยู่

หมวกกันน็อก มีให้เลือกหลายขนาด

มีผ้าคลุมศีรษะ และที่รองคอ

 

ที่นี่เรื่องความปลอดภัยสำคัญครับ ตั้งแต่การแต่งกายก็ต้องทำตามระเบียบแล้ว หมวกกันน็อกก็ต้องใส่นะครับ ไม่จำเป็นต้องซื้อ (แต่พวกที่ขับกันเป็นประจำก็จะมีหมวกเป็นของตัวเอง) ที่นี่มีให้ยืมครับ มีให้เลือกตั้งแต่ไซส์ XS ยัง XXL เลย (ผมต้องใส่ XXL …​ หัวโต) แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาด เพราะเขาจะมีผ้าคลุมศีรษะให้ใส่ก่อน

ใครที่รู้สึกว่าหมวกกันน็อกมันถ่วงศีรษะ แนะนำว่าใส่หมอนรองคอครับ ช่วยได้เยอะ ขอบอก … ผมลองขับไปสองรอบ รอบนึงใส่หมอนรองคอ อีกรอบไม่ใส่ รู้สึกถึงความแตกต่างได้

 

ยางรัดผม สำหรับสุภาพสตรี

 

สำหรับสุภาพสตรีที่ผมยาว เขาให้ทำการรวบผมและมัดให้เรียบร้อยครับ เพราะว่ามันอันตราย เนื่องจากด้านหลังของรถเนี่ย เป็นจุดสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ต้องระวังเรื่องผมมันเข้าไป เดี๋ยวเกิดช็อตเปรี้ยงปร้างขึ้นมา (เขาว่างั้น) หากไม่คิดจะรัดผมด้วยหนังสติ๊ก ก็ต้องเอาผมรวมใส่ไว้ในเสื้อให้เรียบร้อยครับ

รถนี่ก็มีเรื่องของความปลอดภัยอยู่เช่นกันครับ … ลองดูวิดีโอด้านล่าง (แบบ 360 องศาอีกเช่นเคย … ช่วงนี้บ้าเห่อ) ผมไปนั่งอยู่ในรถ แล้วแนะนำส่วนต่างๆ ให้ดูกันครับ

 

 

ส่วนใครไม่สะดวกที่จะดูวิดีโอ ก็อ่านต่อครับ … คือ รถโกคาร์ทแบบไฟฟ้าเนี่ย ให้ความรู้สึกเหมือนรถบั๊มพ์ชอบกล (ฮา) แม้ส่วนสูงผมจะ 176 ซม. ตัวอ้วนกลม 81.2 กิโลกรัม แต่ก็ยังเข้าไปนั่งได้สบายๆ อยู่ เพียงแต่ต้องปรับระยะคันเร่งกับเบรกหน่อย

 

มุมมองจากตอนนั่งในรถโกคาร์ทแล้ว

คันเร่งอยู่ทางขวา เบรกอยู่ทางซ้าย

 

จุดที่ต้องปรับเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละคน  หลักๆ ก็คือพวงมาลัยกับระยะคันเร่งกับเบรกครับ ซึ่งทำได้ด้วยการกดปุ่มแดงตรงใต้พวงมาลัยนั่นแหละ อันใหญ่ไว้ปรับความสูงพวงมาลัย ส่วนปุ่มแดงอันเล็กเอาไว้ปรับระยะเบรกและคันเร่ง ปรับความสูงพวงมาลัยนี่แบบต้องออกแรงกดเอาเรื่อง … แนะนำว่าหากปรับอะไรไม่ได้ ก็ให้เจ้าหน้าที่มาช่วยครับ

 

ปุ่มแดงอันใหญ่ ปรับระดับพวงมาลัน ส่วนอันเล็ก เอาไว้ปรับระยะเบรกกับคันเร่ง

ปุ่มหยุดฉุกเฉินอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัย

 

ในแง่ของความปลอดภัยของรถ นอกจากเข็มขัดนิรภัยแบบ 4 จุด มาตรฐานรถแข่ง ก็มีปุ่มหยุดฉุกเฉินเล็กๆ อยู่ทางขวามือครับ กดปุ๊บรถหยุด … นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังสามารถพิจารณาลดความเร็วรถ หรือหยุดรถได้ ผ่านทางรีโมทคอนโทรลอีกครับ เผื่อกรณีที่เขาพบว่ามีอุบัติเหตุ หรือผู้ขับขี่ขับแบบไม่มีมารยาท ก็จะสามารถปรับความเร็วหรือสั่งหยุดได้

 

พร้อมลุยจ้า

ก่อนเล่น ก็ดูครับ เราได้รถคันไหน

 

ผมลองไปสองรอบครับ รอบแรกแค่ 3 คัน รอบที่สอง 4 คัน (รวมแฟนผมด้วย) แหม่ ขับชิลดีจริงๆ …​ ก่อนจะลงขับ ก็ดูก่อนครับว่าเราจะได้รถคันไหน มันจะมีขึ้นมาแบบนี้ และมีรูปเราที่ถ่ายเอาไว้ตอนที่ลงทะเบียนนี่แหละโผล่มาให้ดู (แหม่ ถ่ายแบบไม่มีโหมดบิวตี้เลย)

 

Barrier ของสนาม Impact Speed Park

Barrier แต่ละอัน มีการเชื่อมต่อกัน เพื่อไม่ให้หลุดกระเด็นตอนถูกชน

 

แต่ก่อนลงไปขับจริง แอบเข้าไปดูในสนามมาก่อนครับ เขาว่า Barrier (ไอ้ก้อนสีขาวสีน้ำเงินนั่นแหละ) เป็นมาตรฐานแบบ F1 เลยนะครับ และแต่ละอันก็มีการเชื่อมติดกันด้วย เวลาที่เกิดการชนกัน Barrier จะไม่กระเด็นกระจาย ปลอดภัยมากกว่า

 

ขับตอนกลางวัน คนน้อย ขับชิลมาก

 

เอาล่ะ ได้เวลาลองขับกันแล้วครับ มาดูกันว่าประสบการณ์ในการขับโกคาร์ทแบบไฟฟ้าเป็นยังไงบ้าง

  • ด้วยความที่เป็นรถโกคาร์ทไฟฟ้า อัตราเร่งมันดีกว่ารถโกคาร์ทที่ใช้น้ำมันครับ แต่ว่าความเร็วนี่จะสู้ไม่ได้ พวกขาซิ่งโกคาร์ทแบบจริงจัง อาจจะรู้สึกว่าไม่สะใจ
  • รถโกคาร์ทของที่นี่ เห็นว่ามาจากค่าย SODI ที่เป็นผู้ผลิตมีชื่อระดับโลก สนนราคาเลยไม่ใช่ถูกๆ นะครับ เห็นว่าเหยียบครึ่งล้าน หากเราไปทำเสียหาย จ่ายกันเอาเองนะครับ ซึ่งตรงนี้ทำให้หลายๆ คนอาจจะเกร็งๆ
  • จริงๆ แล้วรถโกคาร์ทนี่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุง่ายๆ นะครับ ตัวรถหนักและชิดติดกับผิวถนนขนาดนี้ ไม่พลิกคว่ำได้ง่ายๆ แน่นอน และจากที่ลองขับแบบเหยียบมิดตอนเข้าโค้งแบบหักศอก ถ้ากะระยะไว้ดีๆ นี่ไม่ต้องแตะเบรกหรือผ่อนคันเร่งเลยครับ อาจหลุดโค้งไปบ้าง แต่ไม่ได้ชนอะไร
  • เห็นว่าความเร็วของโกคาร์ทไฟฟ้าอยู่ราวๆ 70km/hr นะ (ไม่แน่ใจ) อาจจะรู้สึกว่าทำไมช้าจัง … มันก็ใช่ครับถ้าเป็นการขับรถทั่วไป แต่สำหรับโกคาร์ท ความเร็วระดับนี้พอไปขับจริงก็รู้สึกได้นะว่ามันเร็วเอาเรื่องอยู่นะครับ … อันนี้ต้องไปลองดูเอาเอง
  • โกคาร์ทแบบไฟฟ้ามันดีตรงเสียงไม่ดัง และไม่มีกลิ่นเหม็นของการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงครับ
  • รอบการขับ เขาให้เวลา 8 นาทีครับ มันก็วิ่งได้ประมาณ 8-10 รอบนั่นแหละ ครบ 8 นาที กลับมาที่ Pit lane แล้ว เขาก็จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม เพื่อให้พร้อมสำหรับให้บริการต่อไปครับ

 

เย่ ได้ลำดับ 7 ของวัน

 

ตอนขับตอนแรก ขับแบบกล้าๆ กลัวๆ ครับ ไม่คุ้นกับการขับโกคาร์ท … ครั้งล่าสุดที่ขับ ก็นานมาแล้ว และก็เป็นรถแบบน้ำมัน มาตรฐานความปลอดภัยก็สู้สนาม Impact Speed Park นี่ไม่ได้ด้วย  ผลก็คือ ไม่กล้าเหยียบมาก เข้าโค้งแต่ละทีเหยียบเบรกอีก แต่พอขับรอบที่สอง เริ่มเข้าใจโกคาร์ทมากขึ้นแล้ว ก็จัดเต็มได้ครับ ผลก็คือ เวลาก็อยู่ประมาณลำดับ 7 ล่ะนะ … อ้อ! ลืมบอกไป ที่นี่เขามีการเก็บสถิติให้เราด้วยครับ (สนามเดือนมีนาคม 2560 นี่ เร็วสุดเขาขับกัน 35 วินาทีนิดๆ เอง … โหดมั่กๆ) แล้วก็มีการส่งอีเมลสถิติเวลาให้เราด้วย … เริ่ด

ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี และแอบติดใจครับ มีโอกาสก็ว่าจะแวะไปขับอีก ไหนๆ เขาก็อุตส่าห์ทำบัตรสมาชิกให้แล้วด้วย … แหม่ จะติดก็แค่เรื่องเดียวคือ บ้านผมอยู่เฉียดสมุทรสาครอยู่แล้ว ส่วน Impact Speed Park นี่ก็แบบ เมืองทองธานีจ้า ไปบ่อยๆ ก็คงไม่ไหวอ่ะนะ เหอๆ แต่นานๆ ไปทีก็น่าจะโอเคอยู่

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: