พรีวิวหูฟัง Plantronics BackBeat Pro 2 และ BackBeat 105

Plantronics BackBeat Pro 2 และ BackBeat 105

วันก่อนได้มีโอกาสไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Plantronics ที่จะมาวางจำหน่ายต้นปีนี้ คือ Plantronics BackBeat Pro 2 กับ BackBeat 105 และได้ลองของด้วยว่าคุณภาพเสียงและการใช้งานเป็นอย่างไรในเบื้องต้น ในส่วนของการรีวิวจริงจัง แยกทีละผลิตภัณฑ์ เดี๋ยวจะมาเขียนถึงในภายหลัง แต่ว่าบล็อกตอนนี้จะมาขอพูดถึงความประทับใจแรกในตัว BackBeat Pro 2 กับ BackBeat 105 กันก่อนนะครับ

ออกตัวก่อนว่าโดยส่วนตัว ใช้ Plantronics BackBeat Pro รุ่นแรก และมี Jabra Halo Smart ที่เป็นหูฟังไร้สายแบบ Neckband (แบบคล้องคอ) ซึ่งเป็นรุ่นที่อยู่ในระดับเดียวกับ BackBeat 105 ฉะนั้น ผมจะขอพูดถึงความประทับใจแรก เปรียบเทียบกับสองผลิตภัณฑ์นี้ด้วย ถ้าใครอยากรู้ว่าทั้งสองตัวที่ผมเอามาเปรียบเทียบ เป็นยังไงบ้าง อ่านรีวิวก็แล้วกัน ผมใส่ลิงก์ให้แล้ว

 

Plantronics BackBeat 105

 

Plantronics BackBeat 105

 

เริ่มจาก Plantronics BackBeat 105 ก่อนเลยครับ ตัวนี้เป็นแบบคล้องคอ น้ำหนักเบาแค่ 29.3 กรัม ผมลองคล้องคอไว้ทั้งวัน อยากบอกว่าแทบจะลืมไปเลยว่าคล้องคออยู่ เบามากจริงๆ และตัวก้านคล้องคอนั้นมีความยืดหยุ่นสูงมาก ทำให้สวมใส่แล้วไม่รู้สึกเกะกา ซึ่งเทียบกับ Jabra Halo Smart ที่เป็นก้านแบบแข็ง (เข้าใจว่าเพราะแบตเตอรี่และระบบสั่นมันอยู่ตรงนั้น) แล้ว รู้สึกดีกว่ามาก (ของ Jabra ใส่แล้วไม่ใช่ว่าแย่นะ แต่มันจะรู้สึกตัวตลอดเวลาว่ามีอะไรคล้องคอ)

 

Plantronics BackBeat 105 สำหรับสไตล์ชิลๆ

 

ในการใช้งาน Plantronics BackBeat 105 นั้น มันออกแบบมาสำหรับคล้องคอใช้ทั้งวัน มันกันน้ำกันฝุ่นในระดับนึง เรียกว่าเหงื่อออก ฝนตก ไม่ต้องไปเก็บมันลงกระเป๋า แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่เราจะใส่ลงไปว่ายน้ำเล่นแต่อย่างใด มันออกแนวหูฟังที่ตอบโจทย์คนใช้งานแบบ ต้องการหูฟังไร้สายพร้อมใช้ตลอดเวลา แบบหยิบหูฟังมาจิ้มหูได้เลย ไรงี้ … นอกจากนี้ก็ใช้เป็น Bluetooth headset ได้ เวลามีคนโทรเข้า ด้านขวาของก้านคล้องคอที่ไว้ควบคุมการเล่นเพลงก็จะสั่นให้เรารู้ตัว (แต่ผมชอบสไตล์การออกแบบของ Jabra Halo Smart ที่สั่นแบบรู้ตัวมากกว่า)

ในแง่ของคุณภาพเสียง Plantronics BackBeat 105 จะเน้นเรื่องการฟังแบบสบายๆ ไม่ได้จูนมาให้เบสตึบมาก แต่เสียงใสใช้ได้เลยครับ ซึ่งหากให้ผมเปรียบเทียบกับ Jabra Halo Smart แล้ว ผมว่าจะชอบเสียงของตัวไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบโปรไฟล์เสียงแบบไหนมากกว่า อันนี้ต่างคนต่างใจกัน … แบตเตอรี่ สามารถใช้งานฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง หรือจะสแตนด์บายไว้ก็จะได้ 10 วัน มากพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องแบบวันต่อวันได้ละครับ

สนนราคาของ Plantronics BackBeat 105 นี่อยู่ที่ 2,990 บาทครับ

 

Plantronics BackBeat Pro 2

ตัว BackBeat Pro 2 เป็นพัฒนาการต่อเนื่องจากรุ่นแรกเมื่อสองปีก่อนครับ มีดีไซน์ใหม่ สวมใส่แล้วกระชับหูมากขึ้น มีน้ำหนักที่เบาขึ้นกว่าเดิม 15% แบบที่เรียกว่ารู้สึกได้ชัดเจนเลยแหละ แล้วก็มีการปรับคุณภาพเสียงให้ดีขึ้น มีการลดเบสให้ตึบน้อยลงหน่อย แต่ที่ได้กลับมาคือเสียงที่ใสขึ้น ให้รายละเอียดของเสียงต่างๆ ชัดเจนขึ้นมาก ฟังแล้วเสียงนุ่มขึ้นชัดเจน

 

Plantronics BackBeat Pro 2

 

ลูกเล่นต่างๆ ยังคงมีเหมือนตอน Plantronics BackBeat Pro รุ่นแรก เช่น ไมโครโฟนสองตัวสำหรับทำ Active noise cancellation ตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีเยี่ยม มี Smart sensor เอาไว้หยุดการเล่นเพลงหรือหนังเป็นการชั่วคราวเมื่อมีการยกหูออก แล้วเล่นต่อเมื่อสวมหูอีกครั้ง หรือ Open Mic ที่ให้เราฟังเสียงรอบตัว คุยกับเพื่อนๆ ได้ โดยไม่ต้องยกหูออกให้วุ่นวาย แบตเตอรี่ที่อึด สามารถใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 24 ชั่วโมง และหากแบตเตอรี่หมด ก็ยังสามารถฟังเพลงต่อได้ ผ่านสายออดิโอ 3.5 มม. … ที่ขาดไปก็คือการเชื่อมต่อด้วย NFC ครับ ซึ่งจะมีแค่ในรุ่น BackBeat Pro 2 SE

Plantronics BackBeat Pro 2 ออกแบบให้กับควบคุมการเล่นเพลงทั้งหมด อยู่ที่หูข้างซ้ายเลย จะเล่นจะหยุดเพลง จะปรับระดับเสียง จะเปลี่ยนเพลง อยู่ข้างนี้หมด ดูเป็นที่เป็นทางดี แต่อย่างไรก็ดี ผมยังคิดถึงสไตล์การออกแบบของรุ่นก่อนหน้า ที่เป็นแบบ Jog dial แบบบิด แล้วให้ปุ่มเล่นและหยุดเพลงอยู่ด้านซ้าย ปุ่มรับและวางหูอยู่ด้านขวา ส่วนบิดตัว Jog dial ด้านซ้ายจะเป็นการเปลี่ยนเพลง และ Jog dial ด้านขวาจะเป็นการปรับระดับเสียง แม้ว่ามันจะต้องวุ่นวายกับสองหู แต่ปุ่มตรงหูมันจะเต็มๆ กดง่ายกว่าน่ะครับ

สนนราคาของ Plantronics BackBeat Pro 2 อยู่ที่ 7,890 บาท มีแค่สีเดียวให้เลือก คือ Black Tan มาพร้อมกับซอฟต์เคส จำหน่ายตามร้าน Mobile IT & Gadget ทั่วไป

แต่ถ้าใครอยากได้อีกสี มันจะมี Plantronics BackBeat Pro 2 SE สี Graphite Grey ตัวนี้จะมี NFC ด้วย และมาพร้อมกับฮาร์ดเคส ขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ ราคา 9,890 บาท

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: