รีวิว ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL สมาร์ทโฟนพันธุ์อึด ราคาประหยัด

Print Friendly, PDF & Email

ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

ASUS Zenfone เป็นสมาร์ทโฟนตระกูลที่ผมแนะนำให้ใครต่อใครซื้อมาตั้งแต่สมัยรุ่นแรกออกเมื่อหลายปีก่อนแล้วครับ และก็ต้องยอมรับว่า ASUS นั้นยังทำตระกูล Zenfone ออกมาได้ดีอยู่เรื่อยๆ จนมาถึงล่าสุดนี่ ASUS Zenfone 3 ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้รีวิวไปแล้ว 2 รุ่น คือ ASUS Zenfone 3 ZE520KL และ ASUS Zenfone 3 Ultra ZU680KL ส่วนตัวที่กำลังจะได้อ่านรีวิวกันนี้คือ ASUS Zenfone 3 Max ZE553KL ซึ่งเป็นตัวอัพเกรดจาก Zenfone 3 Max ZC520TL อีกทีครับ โดยมีการอัพเกรดทั้งในส่วนของหน้าจอ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ ยันกล้องหน้ากล้องหลังเลยทีเดียว

ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL ตัวนี้ มีการอัพเกรดหน้าจอแสดงผลมาเป็นขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920×1080 พิกเซล ถือว่ามีหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กกว่า iPhone 7 Plus ที่มีหน้าหน้าจอพอๆ กันอยู่พอสมควรเลยครับ

 

ASUS Zenfone ZC553KL ด้านหน้า

 

องค์ประกอบที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องก็มีปุ่มตามมาตรฐาน Android ได้แก่ Home, Back, Recent apps และมีเซ็นเซอร์อย่าง Proximity sensor ที่ใช้สั่งดับหน้าจอชั่วคราวเวลาเรายกหูขึ้นมาแนบใบหน้าเพื่อโทรศัพท์ แล้วก็มีกล้องดิจิทัลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล F2.2 มาด้วย กับไฟ LED แสดงสถานะ

 

ASUS Zenfone ZC553KL ด้านหลัง

 

ส่วนด้านหลังของตัวเครื่อง เราจะเห็นตัวสแกนลายนิ้วมือแบบแตะปุ๊บสแกนปั๊บ มีกล้องดิจิทัลความละเอียด 16 ล้านพิกเซล F2.0 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ โฟกัสด้วย Laser auto focus กับ Phase detection พร้อม Dual LED Flash

 

ด้านบนของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

ด้านล่างของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

ด้านซ้ายของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

ด้านขวาของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

รอบๆ ตัวเครื่องเราได้เห็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. กับรูไมโครโฟนอยู่ด้านบน ถาดใส่ซิมที่เป็นแบบ 2 ซิม แบบ Nano SIM ซึ่งเอาไว้ใส่ MicroSD card ได้สูงสุด 256GB ด้วยในตัว อยู่ด้านซ้าย ปุ่ม Power ปุ่ม Volume อยู่ด้านขวา และลำโพงของตัวเครื่อง พอร์ต Micro USB 2.0 กับรูไมโครโฟนสำหรับการสนทนาอยู่ด้านล่าง

 

ถาดใส่ Nano SIM และ MicroSD card ของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

ถาดใส่ซิม ใส่ได้ 2 ซิมพร้อมกัน แต่หากเราต้องการใส่ MicroSD card ด้วย เราต้องยอมเสียสล็อตใส่ซิมไปอันนึงครับ

โดยภาพรวมแล้ว ดีไซน์ของ Zenfone 3 Max ZC553KL ถือว่าดูดี เลือกใช้วัสดุได้ดี จับแล้วถนัดมือใช้ได้ทีเดียว อย่างไรก็ดี ในแง่ของรูปร่างหน้าตา ผมยังรู้สึกว่า Zenfone 3 Max ZC553KL ขาดความโดดเด่น และถ้าลองไปเดินดูตามร้านมือถือทั่วไปแล้ว จะเห็นว่ามีหลายยี่ห้อ หลายรุ่น ที่มองจากด้านหน้าแล้ว มันคล้ายๆ กับ Zenfone 3 Max ZC553KL นี่เลยครับ … ซึ่งตรงนี้เป็นการบ้านที่ ASUS ต้องไปตีโจทย์ให้แตกครับ

 

สเปกของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL ดูบน Antutu Benchmark

 

มาดูด้านการใช้งานบ้าง ตัว ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL มีการอัพเกรดจากการใช้หน่วยประมวลผล MediaTek มาเป็น Qualcomm ซึ่งเป็นสเปกระดับล่างบน คือ MSM8937 Snapdragon 430 Octa-core 1.4GHz Cortex-A53 พร้อมกับหน่วยความจำ 3GB ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในฐานะสมาร์ทโฟนได้สบายๆ ครับ ใครที่จะใช้งานแค่ท่องเว็บ เล่นโซเชียลมีเดีย แชท LINE ผมว่าเหลือเฟือสบายๆ

เกือบลืมบอกไปว่าเจ้านี่รองรับ 4G LTE ด้วยครับ โดยรองรับย่านความถี่ตามนี้เลย

  • 4G FDD-LTE 800/850/900/1800/1900/2100/2700MHz
  • 3G WCDMA 850/900/1900/2100MHz
  • 2G GSM 850/900/1800/1900MHz

เรียกว่าจะ 4G หรือ 3G ค่ายไหนในประเทศไทย ก็หมดห่วงได้ เพราะรองรับทุกย่านความถี่ที่มีใช้งานกันแล้วล่ะ

 

ZenUI 3.0 ของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL มีไอคอนที่ฉูดฉาดทีเดียว

เลือกธีมสำหรับ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL ได้

 

ตัว User Interface ของ Zenfone 3 Max ZC553KL เขาเรียกว่า ZenUI 3.0 ครับ ผมสังเกตว่ามันมีจุดเด่นตรงเรื่องความฉูดฉาดของไอคอนต่างๆ สามารถดาวน์โหลดไอคอนแพ็กมาติดตั้งได้ และความสามารถในการเปลี่ยนธีม ซึ่งมีทั้งแบบที่ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี และเสียตังค์

 

ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL ยังคงแบ่ง Home screen กับ App tray อยู่

 

สไตล์ของ ASUS ZenUI 3.0 นั้นแตกต่างจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Android จากจีน หรือไต้หวัน รายอื่นๆ ตรงที่ยังคงแยก Home screen กับ App tray ออกจากกันอยู่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมตอบไม่ได้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่สำหรับความชอบส่วนตัวของผม ผมชอบแบบที่ไม่ต้องแยก App tray ออกมามากกว่านะ

 

App ต่างๆ ที่ ASUS เขาจัดมาให้

Phone Manager ของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

ASUS มาพร้อมกับแอปเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะในส่วนของบริการของตนเอง เช่น ZenCircle ที่เหมือนกับโซเชียลมีเดียสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนของ ASUS, ZenTalk ซึ่งเป็นเหมือนฟอรั่มสำหรับใช้แลกเปลี่ยนคอมเม้นต์ต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ ASUS, Mobile Manager ที่ใช้เพื่อบริหารจัดการสมาร์ทโฟนในด้านต่างๆ เช่น การกำจัดไฟล์ขยะ การควบคุมการใช้งานดาต้า อะไรอื่นๆ อีกมากมาย

ทว่า ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL ก็มาพร้อมกับแอปที่ไม่ได้รับเชิญหลายตัวเช่นกัน เช่น เกมอย่าง Need for Speed No Limites, Sim City หรือ Puffin Browser และ Amazon Kindle แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะเราสามารถถอนการติดตั้งแอปพวกนี้ออกได้ครับ

 

ตัวสแกนลายนิ้วมือของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

ลองใช้งานตัวสแกนลายนิ้วมือของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL พบว่าการสแกนลายนิ้วมือทำได้เร็วมาก แตะปุ๊บมันจำได้ทันที ทีนี้ก็อยู่ที่ตอนตั้งค่าแล้วว่าตั้งไว้ดีแค่ไหน เพราะมันจะจำลายนิ้วมือเราได้แม่นไม่แม่น อยู่ที่ตรงนี้ด้วยแหละ การใช้งาน สามารถแตะสแกนลายนิ้วมือแล้วเป็นการปลดล็อกหน้าจอพร้อมเปิดหน้าจอได้เลย ทำให้เรากดปุ่ม Power น้อยลงด้วยนะ

อย่างไรก็ดี ลูกเล่นอื่นๆ ที่ใช้คู่กับการสแกนลายนิ้วมือยังมีน้อยครับ ที่ทำได้ตอนนี้คือใช้รับโทรศัพท์ ใช้เรียกโหมดกล้องขึ้นมา และใช้ถ่ายภาพเวลาทำเซลฟี่ อะไรแบบนี้เป็นต้น … แต่ลูกเล่นพวกนี้ก็น่าจะเพิ่มภายหลังได้ หาก ASUS มีไอเดียอะไรใหม่ๆ ออกมา เพราะมันเป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ … ตัวฮาร์ดแวร์น่ะ พร้อมอยู่แล้ว

 

ดูหนังด้วย ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งานเพื่อความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL นั้น ด้วยตัวสเปกของฮาร์ดแวร์อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้งานด้านนี้ได้สบายๆ ครับ หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD แบบ IPS LCD ให้ความคมชัด สีสันโอเค ความสว่างใช้ได้ มุมมองที่กว้าง นอกจากนี้ยังเพิ่มเนื้อที่ความจุได้ผ่าน MicroSD card สูงสุดถึง 256GB อีก หรือจะเสียบ Flash drive ผ่าน USB OTG ด้วยก็ได้ … อย่างไรก็ดี ลำโพงของตัวเครื่องนั้นไม่ดังมากนัก การมี Audio Wizard มาให้ ช่วยให้ปรับแต่งเสียงได้ในระดับนึง ผ่าน EQ แต่ผมว่าเสียบหูฟังเอาดีกว่าครับ

การเสียบหูฟังใช้งาน ถ้าหูฟังดีๆ หน่อย การแสดงย่านเสียงต่างๆ ก็ทำได้ค่อนข้างดี แต่กำลังขับของเสียงก็ยังไม่สูงมากครับ มองในแง่ดีคือดีต่อสุขภาพหูครับ เพราะเสียงจะไม่ดังมากจนเกินไปนัก แม้จะเปิดจนดังสุดๆ แล้วก็ตาม แต่สำหรับคนที่ชอบฟังอะไรเสียงดังๆ อาจจะรู้สึกไม่สะใจนัก

 

เล่นเกม Asphalt 8: Airborne บน ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

ในส่วนของการเล่นเกม เนื่องจากใช้ชิปเซ็ตที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายอย่าง Snapdragon 430 ฉะนั้นหมดห่วงเรื่องเกมไม่รองรับ แล้วทำให้ไม่สามารถได้ประสิทธิภาพของเกมเต็มที่ไปได้เลย และหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 505 ก็มีประสิทธิภาพดีในระดับเล่นเกมลื่นไหลได้สบายๆ ครับ

ลองเอามาเล่นเกม Asphalt 8: Airborne ก็สนุกกันเลยทีเดียว … แต่ด้วยความที่ลำโพงของตัวเครื่องเสียงไม่ดังมาก ก็อย่างที่บอกครับ ถ้าจะไม่เสียบหูฟังเล่น ก็ต้องหาที่เล่นคนเดียวเงียบๆ หน่อยนะ ไม่งั้นจะไม่ค่อยได้บรรยากาศการเล่นมากนัก

 

User Interface กล้อง ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

โหมดถ่ายภาพต่างๆ ของกล้อง ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

มาดูที่เรื่องการถ่ายรูปบ้างครับ กล้องดิจิทัลด้านหลังเป็นแบบความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เรียกว่าความละเอียดสูง สำหรับสมาร์ทโฟนสนนราคาประมาณนี้ (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล) F2.0 และขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ … และด้วยเทคโนโลยี PixelMaster 3.0 ของ ASUS ก็ทำให้มีลูกเล่นในการถ่ายภาพที่มากทีเดียว เมนูการใช้งานค่อนข้างเข้าถึงได้สะดวก มีโหมดในการถ่ายรูปที่หลากหลาย และตัวซอฟต์แวร์จะมีการแนะนำโหมดที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพให้เองโดยอัตโนมัติด้วย​ (แต่เราจะใช้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง)

แม้ว่า ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL จะไม่ได้มีระบบกันสั่นแบบ Optical หรือที่เรียกว่า OIS มาให้เหมือนพวกสมาร์ทโฟนหรูหราไฮเอนด์ แต่ว่าก็มีระบบกันสั่นแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EIS มาให้นะครับ และเป็นแบบ 3 แกนซะด้วย ฉะนั้นแม้ว่าจะถ่ายภาพตอนขณะมือสั่นๆ อยู่บ้าง ก็หมดห่วงครับ

โหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจของรุ่นนี้น่าจะเป็น

  • Super Resolution ที่ให้เราถ่ายภาพความละเอียดระดับ 47 ล้านพิกเซลได้ ด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลภาพ โดยนำข้อมูลจากหลายๆ ภาพมาประกอบเป็นภาพที่มีความละเอียดสูงได้สบายๆ
  • Low Light ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในที่ที่แสงน้อยมากๆ โดยยอมแลกกับการลดทอนความละเอียดของภาพลงไป เหลือ 3 ล้านพิกเซล ซึ่งอาจจะไม่สามารถใช้พิมพ์ภาพสวยๆ ออกมาได้ แต่ก็ยังมากพอสำหรับการใช้โพสต์บนโซเชียลมีเดียต่างๆ อยู่ดีอะนะ … ลองดูตัวอย่างจากรูปด้านล่าง เปรียบเทียบ (บน) ถ่ายโหมดออโต้ปกติ จะเห็นว่าภาพนี่แทบมองอะไรไม่เห็น (ล่าง) ถ่ายโหมด Low Light จะเห็นว่าในส่วนที่มีแสงพาดผ่านลางๆ เราจะเห็นรายละเอียดของภาพครับ

 

ภาพถ่ายโหมดออโต้ปกติ

ภาพในโหมด Low Light

 

  • Beautification ที่ให้เราถ่ายภาพแบบแต่งหน้าเนียนได้หลายระดับ ตั้งแต่แก้มแดง ผิวขาว หน้าวีเชพ ยันตาโต … ตั้งค่าดีๆ นี่คือแบบ แอป … เปลี่ยนคนเป็นอีกคน ได้เลย

 

ภาพจากกล้องหลัง ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

ภาพจากกล้องหลัง ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

ภาพจากกล้องหลัง ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ จัดว่าดีเลยเหอะ ผมลองใช้ถ่ายรูปในหลายๆ แบบ เช่น ถ่ายภาพอาหาร ถ่ายภาพในร่ม (ตอนเดินเที่ยวห้าง) และถ่ายภาพกลางแจ้งในแบบที่ปกติน่าจะทำกันเวลาถ่ายรูปตอนไปเที่ยว ก็ได้ภาพที่โอเคทีเดียว กล้องของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL ตัวนี้เรียกว่าตอบโจทย์

การใช้ Laser auto focus และ Phase detection ในการปรับโฟกัส ทำให้เจ้านี่ปรับโฟกัสออโต้ไวมาก ตามสเปกคือ 0.03 วินาที น่าประทับใจครับ เพียงแต่หากไปเจอวัตถุที่มีการสะท้อนแสงแปลกๆ หรือ สว่างจ้าๆ หน่อย อาจจะเจอกรณีที่กล้องมันพยายามปรับโฟกัสซ้ำๆ หลายหนได้ แต่มันก็เป็นแค่ในบางกรณีพิเศษจริงๆ เท่านั้น

 

ภาพจากกล้องหน้า ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ให้ภาพที่มีคุณภาพพอประมาณครับ เอาไว้ถ่ายภาพอวดบนโซเชียลมีเดียได้ โดยเฉพาะตอนเปิดโหมด Beautification ซึ่งปรับแต่งหน้าเราซะแบบ เนียน แก้มอมชมพู ตาโต จะปรับมากน้อย อยู่ที่เราเลือก … หน้าตาผมไม่หล่อ เลยขอเอาแมวมาเป็นแบบแทนแล้วกันนะ เมี้ยว

 

ทดสอบแบตเตอรี่ AnTuTu Battery Test

คะแนนการทดสอบแบตเตอรี่ของ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

 

แบตเตอรี่ เขาว่าอึด เพราะเป็นแบตเตอรี่ความจุ 4,100mAh เอามาทดสอบด้วยแอป AnTuTu Battery Test ซะเลย แต่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอุณหภูมิห้องปกติ ไม่เปิดแอร์ใดๆ มีบางจังหวะที่แบตเตอรี่ร้อนไปถึงระดับ 40 องศาบ้าง แต่ตัวเครื่องไม่ได้ร้อนอะไรมากมายครับ และจากการทดสอบ พบว่าแบตเตอรี่อยู่ได้ 7.5 ชั่วโมง โดยยังเหลือแบตอีก 19%  นั่นหมายความว่าถ้าเอาเข้าจริงๆ อาจจะใช้งานต่อเนื่องได้นานสูงสุดถึง 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว (แต่ไม่แนะนำให้ใช้จนแบตหมดจนหยดสุดท้ายแบบนี้)

และจากที่ลองใช้งานมันก็อึดจริงนั่นแหละครับ ผมมองว่าถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปใช้งาน ต่อให้ใช้งานเน็ตผ่าน 4G ก็เหอะ ถ้ามีแบบ ใช้ๆ หยุดๆ บ้าง ไม่ได้ต่อเนื่องตลอดเวลา น่าจะใช้งานได้ตั้งแต่เช้ายันเย็น (06:00 – 18:00) โดยไม่ต้องพก PowerBank ติดตัวเลยแหละ โดยที่แบตเตอรี่น่าจะเหลือกลับบ้านซัก 10%-20% อยู่ … ยกเว้นกรณีที่เราตั้งใจจะใช้งานต่อเนื่องแบบจริงจัง อันนี้พก PowerBank ไว้ติดตัวก็จะดี

นี่ยังไม่นับว่า หากเราใช้ซอฟต์แวร์ของ ASUS ช่วยบริหารจัดการพลังงานเพิ่ม ซึ่งเลือกได้ 5 แบบ ตามความสไตล์การใช้งานของเรา คือ

  • Performance เน้นพลัง เค้นกำลังประมวลผลสูงสุด ทุกอย่างคือสุดหมด แน่นอนว่าแบตเตอรี่ก็หมดเร็วขึ้น แต่มันให้ความลื่นไหลในการประมวลผลทุกด้าน เหมาะสำหรับการใช้งานเพื่อความบันเทิง
  • Normal สำหรับปกติชนคนสามัญอย่างพวกเราครับ นี่คือแบบที่ผมทดสอบการใช้งาน และพบว่าแบตเตอรี่ก็อึดเอาเรื่องอยู่
  • Power Saving โหมดประหยัดพลังงาน คือ ปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้ง 3G/4G และ WiFi หากปิดหน้าจอ
  • Super Saving สำหรับใช้ตอนที่ต้องการรักษาแบตเตอรี่ให้อยู่ไปอีกนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยอมไม่ใช้อินเทอร์เน็ตใดๆ เลือกที่จะสแตนด์บายรอรับสายโทรศัพท์อย่างเดียว (SMS และ นาฬิกาปลุกจะยังคงทำงาน) ซึ่งในโหมดนี้ ตามสเปกแล้ว แม้แบตเตอรี่จะเหลือแค่ 10% ก็จะยังสแตนด์บายได้นานถึง 36 ชั่วโมงเลย
  • Custom ก็ตามชื่อครับ ปรับเองตามใจชอบ แบตจะประหยัดมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่ตามใจเรา

 

ใช้ ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL ร่วมกับสาย USB OTG แล้ว ชาร์จแบตเตอรี่ให้สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ด้วยนะ

 

มีสมาร์ทโฟนไม่กี่ยี่ห้อไม่กี่รุ่นอ่ะ ที่เขาจะแถมตัว USB OTG มาให้ด้วย ซึ่ง ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL นี่ก็แถมมาให้ครับ แน่นอนว่าเราเอาไว้ใช้ต่อพวก Flash drive ได้ แต่เป้าหมายของ ASUS จริงๆ คือ การชูจุดขายแบตเตอรี่จุ 4,100mAh ว่า สามารถเอาไว้ใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองให้อุปกรณ์ตัวอื่นได้ด้วยครับ … อย่างไรก็ดี ปริมาณกระแสไฟที่จ่ายออกมา ไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมายนะครับ ผมลองวัดกระแสไฟขาออกดู พบว่าจ่ายอยู่ประมาณ 300mA แต่คิดว่าตามสเปกคงจ่ายได้ประมาณ 500mA ครับ

 

บทสรุปการรีวิว ASUS Zenfone 3 Max ZC553KL

เป็นสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 8,000 บาทที่น่าสนใจครับ มีสเปกที่โอเคทีเดียว สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้ ไม่ว่าจะเป็นทำงาน เล่นโซเชียลมีเดีย แชท ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม แม้แต่การพกพาไปไหนมาไหนเพื่อถ่ายรูปตอนเที่ยว … ค่าตัว 7,990 บาท ถือว่าครบเครื่องมาก

อย่างไรก็ดี ก็ต้องบอกว่าการออกแบบรูปร่างหน้าตาที่ยังขาดความเป็นเอกลักษณ์ (ซึ่งต่างจากสมัย ASUS Zenfon 2 ที่ไม่ว่าจะรุ่นไหน ก็ดูรู้ว่าเป็น ASUS Zenfone 2) มันทำให้ขาดความรู้สึกของการเป็น Zenfone ไปอยู่บ้างครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: