รีวิวแว่น VR แบบพกพาสะดวกของ Baseus

แว่น Baseus VR

 

ซื้อมาพักใหญ่ๆ แล้ว ลองเล่นก็หลายทีแล้ว แต่ที่เพิ่งได้เขียนรีวิวเพราะว่า ดันวางไว้แล้วหาไม่เจอ (ฮา) พอดีไปรื้อตู้เก็บของ ปรากฏว่าเพิ่งเห็นว่าแม่เอาไปเก็บไว้ในตู้ เลยไม่ปล่อยให้เสียโอกาสอีกต่อไปครับ เอามารีวิวโดยไวเลยทีเดียว ตัวนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่ออกแนว Minimalist พับเก็บได้ ทำให้พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกครับ ที่สำคัญ ผมไปซื้อมาจากร้านขายแก็ดเจ็ตตรงศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 199 บาทเท่านั้นเอง ถูกมากมาย (ผมเห็นมีแปะขายบน Lazada บอกราคาเต็ม 802 บาท แต่ลดเหลือ 5 ร้อยกว่าบาท อันนั้นผมว่าราคาแพงเวอร์ไปครับ)

ของที่ให้มาในแพ็กเกจของ Baseus VR ตัวนี้ มันไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าตัวแว่น VR และซองใส่สติกเกอร์ฟองน้ำเอาไว้ติดตรงจุดที่ใช้ยึดสมาร์ทโฟนครับ

 

เทียบ Baseus VR กับ Samsung Gear VR

Baseus VR มองจากด้านบน

 

สังเกตว่าตัวแว่น VR เนี่ยมีดีไซน์เป็นแบบแว่นจริงๆ เลยครับ ลืมดีไซน์แว่น VR เก่าๆ ที่มีลักษณะเป็นกล่องไปได้เลย มันพับเก็บได้ และมันก็สามารถยืดหดระยะระหว่างตัวสมาร์ทโฟนกับเลนส์ได้ เพื่อให้เหมาะกับระยะโฟกัสของสายตาเรา … ซึ่งตรงนี้คนที่สายตาสั้นก็จะสามารถใช้งานได้ โดยไม่ต้องใส่แว่น (ซึ่งจริงๆ แล้ว มันไม่เหมาะที่จะใส่แว่นสายตาแล้วสวมแว่น VR ทับอยู่แล้ว)

 

แอป FullDive ที่เอามาใช้ทดสอบ

 

แว่น Baseus VR ตัวนี้ ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้กับแอปใดแอปหนึ่งโดยเฉพาะ เราสามารถดาวน์โหลดแอปที่เป็น VR มาใช้ได้เลยครับ ผมเลือกดาวน์โหลด Fulldive มาใช้กับ Huawei Mate 9 เพราะมันเป็นเหมือน Hub ไปยังคอนเท้นต์ที่รองรับ Virtual Reality อื่นๆ อีกครับ (คิดซะว่าคล้ายๆ แอปของ Oculus อ่ะ) ในนี้จะมีทั้งวิดีโอ 360 องศาให้เลือก และเราก็สามารถดาวน์โหลดแอปอื่นๆ รวมถึงใช้งานเบราวเซอร์ และเปิดพวกไฟล์รูป ไฟล์วิดีโอในแบบ VR ได้อีกด้วย

 

ลองใช้ Baseus VR มันจะออกมาแบบนี้ นี่รูปหน้าตรง

 

ผมไม่ขอรีวิวเรื่องแอปนะครับ ผมแค่เอามาใช้งานเพื่อทดสอบแว่น VR เองอ่ะนะ … จากที่ลองใช้ ผมสรุปได้ว่าแบบนี้ครับ

  • ในแง่ของความสามารถ เจ้า Baseus VR นี่สามารถใช้งานได้ไม่แพ้พวกแว่น VR อื่นๆ ครับ แต่จะขาดความสามารถในการเลื่อน หรือกดปุ่ม Home, Back แบบที่แว่นไฮโซๆ หน่อยอย่าง Gear VR มี
  • การที่ปรับระยะระหว่างจอกับเลนส์ได้ ทำให้หมดห่วงเรื่องระยะโฟกัสสายตา อันนี้ทำได้ดีไม่แพ้พวกแว่น VR ดีๆ แต่มันมีปัญหาเรื่องแสงภายนอกเข้ามาครับ เพราะเจ้านี่ไม่ใช่กล่องปิดอ่ะ ผลก็คือ มันขาดความรู้สึก “เป็นส่วนตัว” และทำให้การแสดงผลของ VR ในบางครั้งไม่ชัดพอ ถ้าจะให้ดีๆ แนะนำให้ปิดไฟเล่น ให้ห้องมืดๆ หน่อย
  • เพราะไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับแอปได้แอปหนึ่งโดยเฉพาะ สไตล์เดียวกับ Google cardboard ก็เลยทำให้มันดาวน์โหลดแอป VR โน่นนี่นั่นมาเล่นได้สะดวกดี แต่มันก็มีปัญหาว่าไม่รู้จะเลือกอันไหไนดีเลย … ผมถึงได้เลือก Fulldive แทนไง

 

ลองใช้ Baseus VR มันจะออกมาแบบนี้ นี่รูปด้านข้าง

ตัวหนีบสมาร์ทโฟนนี่แบบ ไม่น่าไว้วางใจ

 

  • การออกแบบของ Baseus VR นี่มาสไตล์ Google cardboard เลยครับ ฉะนั้นระหว่างใช้งาน ต้องใช้มือจับไปด้วย แต่มันก็พอดีเลย เพราะว่าตัวยึดสมาร์ทโฟนเนี่ย มันดูน่าเป็นห่วง เพราะขาดตัวรองสมาร์ทโฟน เสียวหล่นจริงๆ

 

Baseus VR พับเก็บ เทียบกะ Samsung Gear VR

 

  • การที่มันพับได้ มันทำให้พกพาไปไหนมาไหนสะดวกดี … ถ้าใครมีกล้อง 360 องศาอยู่ เวลาไปเที่ยว ถ่ายรูปถ่ายวิดีโอเสร็จแล้ว ก็ใช้เจ้านี่ดูได้เลย

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: