รีวิว Adonit dash 2 สไตลัสพร้อมใช้ สำหรับ Android และ iOS

Adonit dash 2

หลังจากอัพเกรดสมาร์ทโฟนของตัวเองมาเป็น Huawei Mate 9 กับ iPhone 7 Plus แล้วก็รู้สึกว่าคิดถึง Samsung Galaxy Note 5 เหมือนกันนะ ผมไม่ใช่คนที่ใช้สไตลัสบ่อย แต่ผมก็มักหยิบ S Pen ออกมาจดโน่นจดนี่บ้างเวลาไม่ได้พกสมุดโน้ตกับปากกาไป หรือบางทีเกิดอารมณ์ศิลปินก็หยิบมาวาดรูปเล่นบ้างอะไรบ้าง พอไม่มีแล้วมันก็โหวงๆ เหมือนกัน ฉะนั้นเมื่อได้ของเล่นใหม่มาเป็น Adonit dash 2 ก็เลยรู้สึกว่า มันจะทดแทนได้มากน้อยแค่ไหนนะAdonit dash 2 เป็นภาคต่อของ Jot dash และยังคงเป็นสไตลัสแบบที่หัวเป็น PixelPoint หรือ หัวปากกาขนาดเล็ก 1.9 มม. ที่ให้ความแม่นยำในการเขียนเพิ่มมากขึ้นกว่าพวก Capacitive stylus แบบทั่วๆ ไป และมีความลื่นไหลในการเขียน มากกว่าด้วยเช่นกัน

 

Adonit dash 2

 

แต่ด้วยเหตุนี้แหละ Adonit dash 2 ก็เลยเหมือนกับ Jot dash คือ ต้องใช้พลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการทำงาน เพื่อให้มันตอบสนองกับหน้าจอ Capacitive ของสมาร์ทโฟนครับ แต่ว่าเจ้านี่ไม่ต้องทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth แต่อย่างใด ทำให้มีความสะดวกในการใช้งานมากกว่า

 

ชาร์จแบตเตอรี่ให้ Adonit dash 2 ประมาณ 45 นาทีก็เต็ม 100%

 

ก่อนจะใช้งานก็ชาร์จแบตเตอรี่ก่อนครับ ซึ่ง Adonit ออกแบบตัวชาร์จมาค่อนข้างดูดี เป็นเหมือน Flash drive เอาไว้เสียบกับพอร์ต USB แล้วก็มีฐานแม่เหล็กให้เอาตัว Adonit dash 2 ไปวางครับ … ชาร์จแบตเตอรี่เต็มแล้ว ตามสเปกก็จะใช้งานได้ต่อเนื่อง 14 ชั่วโมง

 

ใช้กับสมาร์ทโฟนที่เป็นหน้าจอ Capacitive ได้ทุกแบบ

 

ตัว Adonit dash 2 หนัก 12 กรัม วัสดุทำจากอลูมิเนียม ดูดีทีเดียว และเบามากมาย พกพาไปไหนมาไหนสะดวก เพราะมีคลิปตรงตัวด้ามเอาไว้เหน็บกับกระเป๋าเสื้อ

 

กดตรงก้นปากกาเพื่อเปิดหรือปิดการใช้งาน

 

เวลาจะใช้งาน ก็กดปุ่มตรงด้านก้นของ Adonit dash 2 ครับ สังเกตว่าไฟ LED มันจะขึ้นเป็นสีเขียว แสดงว่าเปิดใช้งานแล้ว กดอีกทีไฟติดเป็นสีแดง ก็คือปิดการใช้งาน คล้ายๆ กับการกดเปิดปิดปากกาเพื่อเขียนจริงๆ นั่นแหละ และถ้าเราเปิดทิ้งไว้ซัก 15 นาที ไม่มีการใช้งาน มันก็จะเข้าสู่ Sleep mode เองโดยอัตโนมัติ

 

ตัวอักษรใหญ่ๆ ไม่มีปัญหามาก ตัวอักษรเล็กๆ เขียนแล้วเส้นหายเยอะ

 

ลองเอามาใช้งานพบว่า หัวสไตลัสแบบ PixelPoint มันค่อนข้างแม่นยำดีกว่าพวกสไตลัสแบบ Capacitive ทั่วๆ ไปนั่นแหละครับ อย่างไรก็ดี จากการทดสอบเขียนข้อความ ผมรู้สึกได้ว่าถ้าเขียนตัวโตๆ นี่ไม่มีปัญหาอะไร เส้นมันตามตัวสไตลัสมาได้ค่อนข้างดี แม้ว่าตัวเส้นมันจะไม่ได้ตรงกับปลายปากกามากนัก แต่ก็เขียนข้อความได้สบายๆ (จะสวยไม่สวยอยู่ที่ลายมือแล้วงานนี้)

แต่ถ้าเกิดเขียนตัวอักษรเล็กๆ ละก็ มันจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากต้องจดอะไรเร็วๆ ด้วยแล้ว ยิ่งมีโอกาสที่เส้นจะหายไปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ … ตรงนี้ผมว่าเหมาะสำหรับการจดหรือเขียนอะไรที่หยาบๆ หน่อย เช่น เอาไว้วงข้อความหรือรูป หรือเขียนข้อความสั้นๆ แต่เน้นตัวอักษรใหญ่ๆ เพื่อใช้อธิบายหรือส่งต่อให้คนอื่นดูมากกว่า

 

ถ้าไม่เน้นซูมรูปเยอะๆ จะวาดรูปรายละเอียดเยอะมากๆ ไม่ค่อยได้

 

ลองเอามาวาดรูปบ้างครับ เช่นกัน มันดีกว่าใช้นิ้วหรือสไตลัสแบบ Capacitive ทั่วไปเยอะ แต่ถ้าต้องการวาดรูปที่มีรายละเอียดเยอะ ซับซ้อน ก็จะต้องเน้นการซูมเข้าไปวาดในรายละเอียดเป็นหลักเลยครับ และอาจจะต้องขยันเปลี่ยนหัวปากกาในแอปด้วย เพราะว่าการที่ Adonit dash 2 ไม่ได้เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ก็เลยไม่สามารถส่งข้อมูลแรงกดปากกาไปให้สมาร์ทโฟนได้ครับ

 

เอา Adonit dash 2 มาลองวาดรูปเล่น

 

ผมมองว่าสำหรับคนที่มีทักษะความรู้ความชำนาญด้านการวาดรูปแล้ว ตัว Adonit dash 2 นี่ก็สามารถเอามาใช้วาดรูปสวยๆ ได้สบายๆ ครับ เพราะข้อจำกัดของ Adonit dash 2 นี่สามารถชดเชยได้ด้วยความสามารถด้านซอฟต์แวร์ คือ การซูมเพื่อวาดรายละเอียด และการเปลี่ยนหัวปากกาในแอปเพื่อให้ได้ขนาดและความหนาของเส้นตามที่ต้องการ

 

เอา Adonit dash 2 มาช่วยในการตกแต่งภาพให้แม่นยำ

 

อีกการใช้งานนึงที่ Adonit dash 2 สามารถช่วยเราได้มาก น่าจะเป็นเรื่องของการตกแต่งภาพครับ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ฟิลเตอร์ Splash หรือการลบสีออก ซึ่งผมลองใช้แล้ว มันเวิร์กใช่ย่อยอยู่ครับ

 

บทสรุปการรีวิว Adonit dash 2

สนนราคา 1,880 บาท เรียกว่าแพงเอาเรื่องสำหรับสไตลัสครับ แต่สำหรับคนที่อยากขีดๆ เขียนๆ วาดรูป หรือเขียนข้อความตัวใหญ่ๆ หรือเอามาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานแอปตกแต่งภาพบ้าง โดยไม่คิดว่าจะต้องไปซื้อ Galaxy Note หรือพวกแท็บเล็ตพีซีแพงๆ ที่มาพร้อมกับสไตลัสดีๆ ตัว Adonit dash 2 ก็อาจจะเป็นทางเลือกนึงละนะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

7 Responses

  1. ix says:

    เคยลองใช้กับแท๊บแล็ต windows มั้ยครับ

    • @kafaak says:

      เออ น่าสนใจ เดี๋ยวผมลองครับ

      • ix says:

        ลองหรือยังครับ เป็นไงบ้าง

        • @kafaak says:

          ลองแล้วครับ … ถ้าใช้กับ Windows มันจะได้อารมณ์คล้ายๆ ใช้นิ้วแตะครับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เหมือนเอาเมาส์วาด แต่มันตรงจุดกว่า แต่ปัญหาคือ พอเอาปลาย Stylus แตะหน้าจอค้างไว้แป๊บนึง มันจะนึกว่าเราจะพยายามคลิกขวา -_-”

  2. pasuk.w@gmail.com says:

    ใช้ได้กับ แอนดรอยทุกรุ่นรึเปล่าคะ หรือต้องรุ่นไหนขึ้นไปคะ

    • @kafaak says:

      มันทำงานโดยใช้กระแสไฟฟ้าทำให้ใช้งานหัว PixelPoint กับจอสัมผัสได้ครับ ฉะนั้น ใช้ได้หมด แต่จะเหมือนๆ กับการใช้ Stylus หัวยางนะครับ แต่ตำแหน่งเส้นมันจะแม่นกว่าเท่านั้นเอง

Leave a Reply

%d bloggers like this: