การเลือกซื้อ SD/MicroSD card ซักอันนึงมาใช้ มันต้องพิจารณาสเปกมากกว่าที่คิดนะ

MicroSD card แบบต่างๆ

เคยสงสัยบ้างไหมครับ เวลาเราแวะไปร้านไอทีเพื่อหาซื้อ SD card หรือ MicroSD card ซักอัน นอกจากจะมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อแล้ว ในยี่ห้อเดียวกันมันยังมีให้เลือกอีกหลายรุ่นด้วยอ่ะ แอบวุ่นเนอะ คำถามคือ เวลาเราไปเลือกซื้ออ่ะครับ เราเคยเช็คไหมว่าพวกรุ่นต่างๆ มีความแตกต่างกันยังไง แล้วรู้ไหมว่าสเปกพวกเนี้ย มันสำคัญนะ ต้องเลือกให้ถูกสำหรับการใช้งานด้วย

สเปกอะไรบ้างที่เราต้องรู้ เพราะมันมีผลต่อการใช้งาน?

ต่อไปนี้คือสิ่งที่เราจะต้องอ่านให้ดีๆ ก่อนจะเลือกซื้อ SD/MicroSD card ครับ

  • ประเภทของการ์ด SD หรือ SDHC หรือ SDXC ต้องเลือกให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ของเราครับ ดูว่าอุปกรณ์ของเรารองรับ SD/MicroSD ประเภทไหน ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่จะรองรับถึงประมาณ SDHC เป็นอย่างน้อย ฉะนั้นถ้าเราซื้อแบบ SDHC นี่หมดห่วงครับ
    • SD/MicroSD แบบปกติ จะรองรับความจุไม่เกิน 2GB
    • SDHC จะรองรับความจุตั้งแต่ 2GB – 32GB ซึ่งสมาร์ทโฟนหรือกล้องราคาประหยัด มักจะรองรับที่ประมาณนี้
    • SDXC จะรองรับความจุตั้งแต่ 32GB – 2TB ครับ ตอนนี้ในท้องตลาดบ้านเรา (ณ ตอนที่เขียนบล็อกนี้อยู่ น่าจะหาได้ใหญ่สุด 256GB) ถ้าเป็นพวกสมาร์ทโฟนราคากลางๆ ไปจนถึงไฮเอนด์ หรือกล้องไฮโซๆ หรือกล้องที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ จะรองรับการ์ดแบบนี้
  • ความเร็วของการ์ด ต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับการใช้งานครับ ซึ่งวิธีการดูความเร็วของการ์ด จะดูได้จากสามจุดหลักๆ คือ
    • การ์ดเป็น Class ไหน โดยดูจากตัวเลขที่อยู่ในวงกลมที่เป็นรูปตัว C ครับ มันเป็นตัวเลขที่บอกความเร็วในการเขียนข้อมูลลงในการ์ด มีหน่วยเป็น MB/s อย่างในรูปด้านล่างนี่เป็น Class 4 หมายความว่ามีความเร็วในการเขียนอยู่ที่ 4MB/s ครับ ส่วนถ้าเป็น Class 10 เนี่ย ก็คือ 10MB/s … ที่ต้องเข้าใจอีกอย่างคือ ตัวการ์ดอาจมี Peak speed ที่เร็วกว่านั้นครับ เช่น Class 10 อาจจะเร็วได้ถึง 25MB/s เลยการ์ด 32GB แบบ Class 4
    • การ์ดเป็นแบบ UHS-I class ไหน? อันนี้ให้ดูจากตัวเลขที่อยู่ในเครื่องหมาย U ตัวใหญ่ๆ ครับ มันเป็นสเปกที่เพิ่มเข้ามาโดย SD Association เพื่อใช้ระบุความเร็วของการ์ดเพิ่ม เพราะแบบเดิมมันไปตันที่ Class 10 แล้ว … โดยตัวนี้มีไว้บอกว่าความเร็วในการเขียนของการ์ดเป็นเท่าไหร่ หน่วยเป็น 10MB/s เลยครับ ฉะนั้น UHS-I class 1 ก็คือ 10MB/s (หรือเทียบเท่า Class 10 เดิม) ส่วน UHS-I class 3 ก็คือ 30MB/s เป็นขั้นต่ำการ์ด 16GB แบบ Class 10 และ UHS-I Class 1
    • ความเร็ว Class V (Video speed) ซึ่งใช้ตัว V แล้วตามด้วยเลขความเร็วเป็น MB/s เช่น V90 ก็คือ ความเร็วในการเขียนข้อมูล 90MB/s เป็นต้น

บอกตรงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเพิ่ม Class V มาทำไม ในเมื่อ Class U มันก็บอกความเร็วได้แล้ว เช่น 90MB/s ก็ใส่เป็น UHS-I class 9 ก็ได้ แต่ก็นะ ไหนๆ เขาก็ใส่มาแล้ว ก็รู้จักเอาไว้ก็แล้วกันนะ

 

ทีนี้เวลาดู ดูตรงไหน?

แต่ละยี่ห้อมันก็มีวิธีบอกที่แตกต่างกันออกไปครับ อย่าง SanDisk เนี่ย ด้านหน้ามักจะเอาไว้บอกความเร็วสูงสุดในการ “อ่าน” ซะมาก และบางตัวก็ไม่ยอมบอกด้วยว่าความเร็วในการเขียนเป็นเท่าไหร่ด้วย ถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่าเป็นการ์ดที่เน้นสำหรับการใช้ “อ่าน” ข้อมูลครับ ไม่ได้เน้น “เขียน”

 

ของ SanDisk ไม่ค่อยเขียนความเร็วในการอ่านที่ด้านหน้า

 

บอกตรงๆ เนื่องจากพวก Class ต่างๆ ไม่ว่าจะ C หรือ U มันไม่ได้บอกรายละเอียดเรื่องความเร็วมากนัก โดยเฉพาะในเรื่องของความเร็วในการเขียนข้อมูล ฉะนั้นต้องมาพึ่งการดูสเปกที่บอกเพิ่มบนแพ็กเกจตัวการ์ดนั่นแหละครับ

 

การ์ดของ SanDisk ถ้าเป็นแบบเพื่อใช้กับกล้อง จะบอกความเร็วในการเขียนไว้ด้านหลัง

 

แต่ถึงกระนั้น พวกสเปกต่างๆ ไม่ว่ามันเป็นการ์ดแบบไหน (ธรรมดา, SDHC หรือ SDXC) ความเร็วเป็นเท่าไหร่ มันก็ดูได้จากตัวแพ็กเกจได้หมดครับ ถ้าเป็นของ SanDisk เนี่ย การ์ดที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับพวกกล้อง จะมีการระบุความเร็วในการอ่านและเขียนไว้ด้านหลัง แต่หากเป็นการ์ดที่ออกแบบมาเพื่อใช้ “ดู” อย่างเดียว จะไม่ระบุความเร็วไว้ด้านหลังครับ

ส่วนยี่ห้ออื่นๆ ก็แล้วแต่เลย ถ้าเป็นของ Transcend ผมสังเกตว่ามีการระบุความเร็วในการอ่านและเขียนไว้ด้านหน้าชัดเจน ในขณะที่อีกหลายๆ ยี่ห้อ เช่น Kingston หรือ Stronium นี่จะเน้นบอกความเร็วในการอ่าน แบบเดียวกับ SanDisk นั่นแหละครับ

 

แล้วความเร็วแค่ไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

บอกตรงๆ เดี๋ยวนี้ผมไม่แนะนำให้ซื้อการ์ดจำพวกต่ำกว่า Class 10 อะครับ เพราะว่ามันไม่เหลือเผื่อแผ่อนาคตเลย แล้วเดี๋ยวนี้การ์ดที่เป็น Class 10 มันก็ถูกลงมาเยอะมากแล้ว

 

การ์ด 16GB แบบ Class 10 และ UHS-I class 3

 

การ์ดแบบ Class 10 นั้น พร้อมใช้สำหรับการรับชมวิดีโอความละเอียดสูงครับ ถ้าจะถ่ายวิดีโอความละเอียดแบบ Full HD เนี่ย ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแล้วครับ … การใช้งานเพื่อดูหนัง ฟังเพลง ความเร็วการ์ดระดับนี้ก็เพียงพอ สบายๆ

แต่ถ้าเมื่อไหร่เราต้องการใช้งานกับพวกกล้องดิจิทัล โดยเฉพาะพวก Action camera ที่เดี๋ยวนี้ถ่าย 2K ได้ 4K ได้ ต้องการชัตเตอร์ไวๆ รัวๆ ถ่ายเสร็จพร้อมถ่ายต่อได้ เราก็ต้องการความเร็วของการ์ดเพิ่มขึ้น ควรเลือกเป็น Class U3 ครับ ซึ่งหากต้องการประหยัด ก็ลองเลือก U3 ที่ความเร็วในการเขียน 40MB/s ก็พอแล้ว แต่หากต้องการแบบไวจริงจัง ไปเลือก U3 แบบ 85MB/s – 90MB/s เลย รับรองเร็วสะใจ

การเลือกการ์ดให้เหมาะสมกับการใช้งานนั้นสำคัญครับ มันช่วยให้เราไม่ต้องหงุดหงิดเวลาใช้งาน และที่สำคัญคือ พวกกล้องเนี่ยจะพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และเราจะไม่พลาดช็อตสำคัญๆ ไปได้ง่ายๆ นั่นเอง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: