รีวิว Omnicharge Standard 13600mAh พาวเวอร์แบงก์ที่ชาร์จได้แม้กระทั่งโน้ตบุ๊ก

Print Friendly, PDF & Email

Omnicharge

แม้ว่าผู้ผลิตอุปกรณ์จะพยายามอย่างเต็มที่ในการให้แบตเตอรี่มันอึดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็มีผู้ใช้งาน (เช่นผม) ที่มีความสามารถในการสูบแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ออกจนหมดได้ ผ่านการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนเราก็ยังมีพาวเวอร์แบงก์เป็นทางเลือก แต่ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กล่ะ? มันก็มีพาวเวอร์แบงก์บางรุ่นที่จ่ายไฟ DC ให้โน้ตบุ๊กได้นะ แต่ว่ามันไม่สะดวก เพราะต้องเลือกหัวชาร์จให้เหมาะสม … แล้วถ้าเราจะมีพาวเวอร์แบงก์แบบ Omnicharge Standard ที่จ่ายไฟกระแสสลับ (AC) ให้เสียบปลั๊กได้เหมือนอยู่บ้านเลยล่ะ จะดีกว่าไหม?

Omnicharge เป็นพาวเวอร์แบงก์ที่ยังไม่มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนะครับ แต่เป็นโครงการระดมทุนผ่านเว็บไซต์ดัง อย่าง Indiegogo โดยมีให้เลือกสองรุ่น คือ Standard (ราคาประมาณ $129 จากราคาเต็มที่คาดว่าจะวางจำหน่ายคือ $199) และ Pro (ราคา $199 จากราคาเต็มที่คาดว่าจะวางจำหน่ายคือ $299) ซึ่งผมเห็นว่ามีความน่าสนใจดี ก็เลยถือโอกาสแบ็กโครงการนี้ โดยเลือกรุ่น Standard ครับ

ข้างในของ Omnicharge Standard

ต้องบอกว่า Omnicharge Standard เนี่ย แม้จะเรียกว่าเป็นรุ่นมาตรฐาน แต่ก็เป็นมาตรฐานของ Omnicharge เขานะครับ แต่ถ้าเทียบกับ PowerBank ทั่วๆ ไปที่มีวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดแล้ว ก็ต้องถือว่ามีความไฮโซ โปรกว่าเยอะครับ … ตามสเปกของผู้ผลิตแล้ว แบตเตอรี่ที่ใช้ใน Omnicharge Standard คือ Panasonic Lithium Ion NCR18650 ความจุ 3,400mAh จำนวน 4 ก้อน

 

พอร์ต USB แบบ 5V จ่ายไฟรวมได้สูงสุด 4.8A

ช่องเสียบชาร์จไฟแบบ Universal และปลั๊กแบบ A/B จ่ายไฟได้ 120VAC/150VDC

 

Omnicharge Standard มาพร้อมกับพอร์ต USB สองพอร์ต ที่จ่ายไฟรวมได้สูงสุด 4.8A ส่วนอีกด้านก็จะเป็นปลั๊กไฟสำหรับจ่ายไฟ AC ซึ่งตอนเขาจะส่งของมาให้ เราเลือกได้ว่าจะเป็นปลั๊กแบบไหน ระหว่าง A/B ที่เป็นแบบสามขา โดยเป็นแบบขาแบน และมีขาที่เป็นสายดิน … ซึ่งเป็นแบบที่ผมเลือกตอนแบ็กครับ … หรืออีกแบบคือ C/F/A ที่เป็นแบบปลั๊กสองขา รองรับทั้งขากลมและขาแบน ซึ่งแบบหลังนี่จะเหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วๆ ไปในประเทศไทยและโซนเกาหลีครับ

แล้วข้างๆ จะเห็นรูสำหรับเสียบสายชาร์จครับ มันเป็นแบบ Universal สามารถใช้ Wall charger อะไรก็ได้ที่จ่ายไฟ DC ตั้งกะ 4.5V – 36V โดยจ่ายกระแสไฟสูงสุด 2A มาชาร์จได้เลย หรือจะใช้ที่ชาร์จแบบ Fast Charge ที่แถมมากับตัว Omnicharge Standard ก็ได้ครับ

 

หน้าจอ OLED แสดงข้อมูลของ Omnicharge

 

จุดเด่นอีกอย่างของ Omnicharge ก็คือ หน้าจอ OLED ที่แสดงข้อมูลต่างๆ ของตัว PowerBank ตั้งแต่ปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ ซึ่งบอกทั้งเป็นแบบ % และแบบ W-hr (Watt-Hour) ด้วย ทำให้เรารู้ปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือได้แบบค่อนข้างละเอียดเลย … นอกจากนี้ก็บอกกำลังไฟที่จ่ายออก หรือกำลังไฟที่กำลังชาร์จเข้ามา พร้อมกับประเมินระยะเวลาที่ Omnicharge ยังจ่ายไฟได้อีกเป็นชั่วโมงเป็นนาที โดยคำนวณจากปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือและกำลังไฟที่กำลังจ่ายออก และบอกอุณหภูมิด้วย

ว่ากันตามสเปกแล้ว Omnicharge นี่จะมีวงจรป้องกันเยอะแยะไปหมด ทั้งป้องกันความร้อนเกิน (Overheat) ป้องกันการชาร์จเกิน (Overcharge) และอื่นๆ อีกมากมาย เกินกว่าจะบรรยายให้หมดอ่ะนะ … ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะเจ้านี่เป็น PowerBank ที่มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) เลยนะ โดยเขาใช้ ARM32, Cortex-M3 CPU, 72 MHz, มาพร้อมกับ Flash card ความจุ 256KB

โอเค อันดับแรก ลองชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนก่อนครับ … คือมันดีงามมาก ด้วยเหตุว่า Omnicharge นี่สามารถจ่ายไฟขาออกได้สูงสุดถึง 65 วัตต์ ฉะนั้นการจ่ายไฟให้กับ USB แค่สองพอร์ตแบบเต็มเหนี่ยวจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร และสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต 2 ตัวพร้อมๆ กันได้สบายๆ ครับ

 

เอา Omnicharge มาชาร์จ Surface Pro 3 เลย

เริ่มชาร์จตอน Surface Pro 3 แบตเหลือ 12%

ชาร์จแบต Surface Pro 3 คืนได้ประมาณ 75%

 

แน่นอนว่าอีกด้านที่เป็นปลั๊กไฟ จ่ายไฟกระแสสลับ (AC) ได้ เอาไว้ชาร์จโน้ตบุ๊กก็ได้สบายๆ ครับ ผมลองเอามาชาร์จ Microsoft Surface Pro 3 นี่ก็สบายๆ เลย ตามสเปกแล้วเขาบอกว่าชาร์จได้เต็มๆ 1 รอบ แต่จากที่ผมลองทดสอบใช้จริงพบว่า ชาร์จได้ประมาณ 75% ครับ … อ้อ! ตอนที่เลือกสเปกอ่ะ เขามีให้เลือกว่าจะเอาแบบจ่ายไฟ AC 120V หรือ 230V แต่เนื่องจากผมเน้นจะนำมาใช้เร็ว (เพราะตั้งใจจะชาร์จแค่โน้ตบุ๊กด้วย) ก็เลยเลือกแบบ AC 120V ครับ เพราะเขาจะส่งให้ก่อน ฉะนั้นเลยนำมาใช้จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านไม่ค่อยได้ครับ เพราะบ้านเราใช้ไฟ 220V

แต่หากใครเลือกหัวปลั๊กแบบ C/F/A แล้วละก็ มันจะเลือกแบบที่จ่ายไฟ 230V ได้ ซึ่งก็จะทำให้เราใช้ Omnicharge Standard นี่จ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ เช่น โทรทัศน์ หรือ พัดลม นี่สบายๆ ครับ (แต่เราจะจ่ายไฟให้พัดลมและโทรทัศน์ผ่าน PowerBank ไปทำไมฟะ)

 

ข้อจำกัดคือ หัวปลั๊กแบบ A/B มันใช้กะ Surface Pro 3 รุ่นขายในไทยไม่ได้ ต้องหาตัวแปลงมาเสียบ

 

ปัญหาของผมที่เจออีกอย่างก็คือ หัวปลั๊ก AC แบบ A/B เนี่ย มันดันใช้กับพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่วางจำหน่ายในไทยไม่ได้ตั้งหลายตัวแน่ะ เพราะพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นหัวแบบ C/F/A ครับ (ฮ่วย) ฉะนั้น ต้องหาตัวแปลงมาเสียบก่อน จึงจะใช้งานได้

 

ชาร์จมัน 3 อุปกรณ์พร้อมๆ กันไปเลย

ความร้อนวิ่งปรี๊ดๆ เลยทีเดียว

 

การทดสอบสองอย่างสุดท้ายครับ คือ การชาร์จแบตเตอรี่แบบใช้มันทุกช่องทางไปเลย คือ ชาร์จ Lenovo Helix ไปพร้อมๆ กับ Huawei Mate 9 และ iPhone 7 Plus ครับ ซึ่งจากที่เห็น มันสามารถจ่ายไฟได้แบบโหดมาก คือ Peak (สูงสุด) ไปที่ 75 วัตต์ เลยทีเดียว และผลที่ตามมาก็คือความร้อนครับ เพราะปกติเวลาชาร์จอุปกรณ์แค่ตัวเดียว มันก็ไม่กี่องศาหรอกครับ แต่จัดไปสามตัวพร้อมกันเนี่ย การจ่ายพลังไฟแรงๆ ออกมาทำให้อุณหภูมิวิ่งปรี๊ดไปที่เกือบ 50 องศาเซลเซียสได้เลยนะ … แต่จากที่ดูสเปก เหมือนว่าอุณหภูมิ 60 องศานี่ยังอยู่ในช่วง Operating temperature ครับ แต่พอมันวิ่งมาแถวๆ 50 องศาแล้ว เอานิ้วลองแตะแถวๆ ด้านใต้ของจอ OLED ดู พบว่าร้อนมากมาย … ถ้าเป็นไปได้ อย่างหาเรื่องชาร์จพร้อมๆ กัน 3 อุปกรณ์เลยเหอะ

 

แต่พอชาร์จแบบ Pass Through แล้วพบว่ามันจ่ายไฟขาออกลดลง

 

ส่วนอีกอันคือ คุณสมบัติของ Omnicharge คือการทำ Pass Through Charging หรือก็คือ ชาร์จแบตเจ้า Omnicharge ไปพร้อมๆ กับการให้ Omnicharge จ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน โดยจงใจให้จ่ายไฟแบบหนักๆ โหดๆ กับสามอุปกรณ์พร้อมๆ กัน เพื่อดูว่าจ่ายไฟไหวไหม และเกิดความร้อนขนาดไหน … ซึ่งผลก็พบว่า ดูจะไม่น่ามีปัญหาครับ เพราะว่าเวลาที่ชาร์จแบบ Pass Through Charging แล้ว ไฟขาออกมันลดลงครับ จากที่ลองทดสอบดูพบว่า พอจ่ายแบบ Pass Through Charging แล้ว ไฟขาออกมันจะเป็นเฉพาะส่วนที่จ่ายไฟเป็น AC เท่านั้น ส่วนไฟที่จ่ายผ่าน USB ดูเหมือนจะใช้อีกวงจรนึงมาจ่ายครับ (ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไร เพราะว่าไฟ AC มันต้องผ่าน Inverter หรือวงจรแปรกระแสตรงเป็นกระแสสลับก่อน)

 

บทสรุปการรีวิว Omnicharge Standard

คือมันเป็น PowerBank ที่อเนกประสงค์มากครับ การที่สามารถจ่ายไฟ AC ได้ และหากเราเลือกสอยรุ่นที่จ่ายไฟ 230V ได้ ก็จะทำให้ Omnicharge Standard นี่จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เรามีได้ ตราบเท่าที่อุปกรณ์ไฟฟ้าตัวนั้นกินไฟไม่เกิน 65 วัตต์ครับ นอกจากนี้พอร์ต USB สองพอร์ตที่ให้มา จ่ายไฟได้เต็มเหนี่ยวมาก มากกว่า PowerBank ที่ผมเคยใช้งานมาทุกยี่ห้อทุกรุ่นเลยแหละ (ย้ำ! เฉพาะทุกยี่ห้อทุกรุ่นที่ผมเคยใช้มา) การชาร์จ PowerBank ก็ทำได้รวดเร็วด้วย Wall charger แบบ Fast Charge ที่แถมมาให้ … หรือใครมีที่ชาร์จแบบอื่นที่มีหัวแบบเดียวกันก็เอามาใช้ได้เลย

อย่างไรก็ดีราคาโหดมันมากครับ ลองคิดว่า Omnicharge Standard (Omni13) ราคาปกติอยู่ที่ $199 หรือประมาณ 7,150 บาทสิครับ คือ PowerBank บ้าอะไรราคาแพงขนาดนั้น … เทียบกับ PowerBank 10,400mAh ที่มีขายในบ้านเรา ราคาไม่ถึง 700 บาทเลยด้วยซ้ำ … นอกจากนี้ แม้ว่าทางผู้ผลิตจะภาคภูมิใจว่าทำออกมาได้น้ำหนักเบามาก (376 กรัม) แต่เทียบกับ PowerBank ที่ความจุเท่ากันแล้ว มันก็ยังหนักกว่าพอสมควร (อันเป็นผลมาจากวงจรไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงส่วนของ Inverter) ฉะนั้นคนที่คิดจะซื้อไปใช้จริงๆ ต้องทำใจกับเรื่องน้ำหนักนิดหน่อย (แต่ทำใจได้ไม่ยาก) และต้องแน่ใจว่าจะได้ใช้คุณสมบัติของปลั๊ก AC จริงๆ เพราะไม่งั้น จ่ายแพงเพื่อแค่ PowerBank ตัวนึง ผมว่ามันไม่คุ้ม

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: