รีวิว JBL Clip+ ลำโพงตัวเล็กที่เสียงไม่เล็กเลย

JBL Clip Plus

JBL Clip+ นี่เห็นราคาขายอยู่ 2,190 บาทครับ แต่วันก่อนไปเห็น Home Pro ขายลดราคาเหลือ 1,390 บาท ก็เลยถือโอกาสลองของนิดหน่อย แต่พอได้ยินคุณภาพเสียงแล้ว หยิบลงตะกร้าเพื่อเอามารีวิวเลยแหละ … แล้วก็มาพบว่า 12-14 ธ.ค. 2559 ร้านมหาจักรเอามาขายลดราคาเหลือ 990 บาทบน Lazada (ฮือๆ) แต่ช่างมันเถอะ สอยมาแล้วก็ต้องรีวิวใช่ปะล่ะ … ออกตัวก่อนว่า เจ้านี่ไม่ใช่รุ่นใหม่นะครับ เปิดตัวมาสองปีได้แล้ว เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัล reddot Award 2014 น่ะ

จะว่าไงดี ลำโพงเป็นแบบทำงานไร้สายได้ ด้วยการเชื่อมต่อแบบบลูทูธครับ ออกแบบมาเพื่อพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก สามารถกันน้ำสาดได้ระดับนึง เพื่อที่เวลาใช้งานแล้วเกิดฝนตกอะไรแบบเนี่ย ก็ยังพอใช้งานต่อไปได้ แต่ไม่ใช่เอาลงไปว่ายน้ำด้วย (ว่าแต่ จะเอาลำโพงไปว่ายน้ำด้วยทำไม -_-”)

 

JBL Clip+ ด้านหน้า

 

น้ำหนักของลำโพง JBL Clip+ นี่อยู่ที่ 158 กรัมครับ ค่อนข้างเบาทีเดียว แบตเตอรี่เป็นแบบชาร์จซ้ำได้ สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 5 ชั่วโมง ถือว่าไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็ต้องทำใจ เพราะเรื่องของขนาดลำโพงและน้ำหนัก คือ ถ้ามากกว่านี้ ลำโพงก็ต้องใหญ่ขึ้น น้ำหนักก็จะต้องมากขึ้น … ตัวนี้กำลังขับ 3.2 วัตต์ RMS ครับ

 

JBL Clip+ ด้านหลัง

JBL Clip+ มาพร้อมกับสาย audio 3.5 มม. ในตัว

 

แต่ถึงแม้จะเป็นลำโพงแบบไร้สาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสายนะครับ มันมาพร้อมกับสายออดิโอ 3.5 มม. มาด้วย เผื่อว่าจะใช้กับอุปกรณ์อื่นใดที่ไม่มีบลูทูธ หรือ ไม่อยากเชื่อมต่อบลูทูธ ก็เสียงผ่านสายออดิโอนี้ได้ ความยาวก็พอสมควรครับ มันถูกม้วนเก็บไว้เป็นอย่างดีรอบตัวลำโพงได้นั่นแหละ

 

ด้านขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียง และ audio in

ด้านขวามีไมโครโฟน ปุ่ม Power ปุ่ม Bluetooth และปุ่มรับและวางสาย

พอร์ต Micro USB เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่

 

รอบๆ ตัวลำโพง ก็จะมีปุ่มควบคุมที่จำเป็นครับ ทั้งปุ่ม Volume +/-, ปุ่ม Power, ปุ่มรับและวางสาย, ปุ่ม Bluetooth และก็มีช่องเสียบสายออดิโอ 3.5 มม. เอาไว้สำหรับกรณีที่จะต้องต่อลำโพงผ่านสายออดิโอแบบที่ต้องการสายยาวๆ แล้วก็มีช่องไมโครโฟน กับพอร์ต Micro USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่

 

ตัวหูเกี่ยวของ JBL Clip+

หูเกี่ยวเป็นแบบเปิดปิดได้

 

ตัวลำโพงออกแบบมาให้เป็นแบบสำหรับพกไปเที่ยวได้ โดยเฉพาะพวกที่ชอบแบกเป้ท่องเที่ยวครับ เอาเกี่ยวกับเป้แล้วตะลุยได้เลย หูเกี่ยวมันเป็นแบบที่เปิดปิดได้ ใช้คล้องกับพวกห่วงหรือตะขอได้สบายๆ

 

ต่อลำโพงผ่านสายออดิโอก็ได้

 

และแม้ตัวลำโพงจะมีขนาดเล็ก แต่เสียงไม่ได้เล็กตามตวครับ เป็นไปตามที่คาด (หลังจากได้แอบลองเล่นแว้บๆ ที่ Home Pro แล้วเลยตัดสินใจซื้อเลย) เพราะทันทีที่สั่งเล่นเพลงความประทับใจแรกเลยคือความสามารถในการขับเสียงต่ำออกมาได้ดังจากลำโพงไซส์นี้ ให้เนื้อเสียงหนา ค่อนข้างกระชับ แสดงรายละเอียดได้ครบถ้วน ให้มิติเสียงได้ดีประมาณนึง แม้จะแสดงย่านแหลมออกมาไม่ได้ใสมากและย่านที่ต่ำมากๆ จะไม่ออก (แน่สิ!) แต่โดยรวมเป็นลำโพงที่ฟังได้อรรถรสดีมาก เหมาะกับทุกแนวเพลง ใช้ฟังข่าว ฟัง podcast หรือดูหนังก็ดี ออกแบบมาเน้นให้ได้พลังเสียงภายใต้ข้อจำกัดของขนาดได้ดี ให้คุณพกพาคุณภาพเสียงไปได้ทุกที่

นี่ผมเองเอาไว้สำหรับเป็นลำโพงเล่นเพลงในรถยนต์เลย เพราะขี้เกียจหาอุปกรณ์ต่อพ่วงสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบลำโพงของรถครับ เอาเจ้านี่วางไว้หน้ารถเลย ชิลๆ หรือเอาไว้ให้เสียงนำทางของ Google Maps มาออกลำโพงนี้ … นอกจากนี้มันยังใช้เป็นลำโพงสำหรับคุยโทรศัพท์ได้ด้วยครับ ก็มีลำโพงแล้ว มีไมค์ด้วยนี่นา ตัวเดียวได้ครบเครื่องจริงๆ

 

บทสรุปการรีวิว JBL Clip+

เป็นลำโพงไร้สาย ราคากลางๆ ครับ 2,190 บาท (ราคา ณ ตอนเขียนบล็อก) แต่ถ้าใครอ่านบล็อกนี้ก่อนสิ้นปี อาจจะมีโอกาสดีได้ไปซื้อราคาถูกครับ เพราะเห็นว่า Home Pro ขายราคาลดเหลือ 1,390 บาทอยู่ ตัวนี้เสียงดี เสียงดัง คุ้มราคาครับ เอาไว้ฟังเพลง เอาไว้ดูหนัง ใครทำงานที่ต้องนำเสนอในห้องประชุมเล็กๆ จนถึงกลางๆ ใช้พกไปแบบไม่ต้องง้อระบบเสียงของห้องประชุมก็ได้ ขับรถพกติดรถไว้ ทำเป็น Hand free ก็ได้เช่นกันครับ … ตัวนี้แอบเชียร์

แต่แน่นอนว่าตัวนี้ออกมาพักนึงแล้ว … รุ่นใหม่ๆ ก็อาจจะออกตามมาเป็นตัวเลือก เช่น JBL Clip 2 ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน (ยังไม่ได้ลองของ แต่พิจารณาจาก Clip+ แล้ว ก็น่าจะได้คุณภาพไม่แพ้กัน) เท่าที่เช็คสเปกคือ แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นเป็น 8 ชั่วโมง และกันน้ำมาตรฐาน IPX7 เลยคราวนี้ และทำ Daisy chain แบบไร้สายได้ด้วย แต่ราคาก็เป็น 2,990 บาทอ่ะนะครับ … ฉะนั้นจะเลือกแบบไหน ก็มองที่ว่าเราได้ใช้ฟีเจอร์มันครบหรือเปล่าล่ะนะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

2 Responses

  1. POLSAK says:

    Daisy chain คืออะไรเหรอครับ อธิบายเพิ่มทีครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: