รีวิว HOOQ บริการหนังและซีรี่ส์แบบอยากดูเมื่อไหร่ก็ดู (Movie/Series On Demand)

Print Friendly, PDF & Email

HOOQ

 

ในน่านน้ำแดงเดือดของธุรกิจกลุ่ม On Demand ประเทศไทยเรามีผู้ให้บริการหลายเจ้ามากครับ และผมเองก็ได้ลองไปหลายเจ้าเหมือนกัน และจนถึงตอนนี้ผมก็ต้องบอกว่ายังไม่มีบริการใดที่ผมมองว่าจะทำให้เหล่านักนิยมบิททอเร้นต์หันมาใช้บริการได้เลย … และเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ผมได้มีโอกาสเข้าร่วม Blogger session ของผู้ให้บริการอีกราย คือ HOOQ และได้แบ่งปันความเห็นของผม เพื่อให้ทีมงานได้นำไปพิจารณาและพัฒนาปรับปรุง และตอนนี้ทีมงานเขาก็อยากให้ผมช่วยรีวิวให้หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง … มาลองอ่านความเห็นของผมกันครับ

ออกตัวล้อฟรีว่า ตอนที่ไป Blogger session มา ผมได้รับรหัสสำหรับสมัครสมาชิก 1 ปีครับ พูดง่ายๆ ได้ดูฟรีปีนึงนั่นแหละ แต่ทาง HOOQ เขาก็ยินดีให้ผมรีวิวได้แบบตามเนื้อผ้า ดีก็ชม ไม่ดีก็ติ ติเพื่อก่อ … ผมจึงคิดว่าบทความรีวิวของผมนี้ สามารถใช้ในการพิจารณาประกอบการสมัครสมาชิกได้ครับ

 

ความครอบคลุมของ HOOQ

เท่าที่ผมลองหาดู HOOQ นี่ครอบคลุมสมาร์ทโฟนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS แต่ไม่มีสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows (ซึ่งรวมถึง Windows Store สำหรับ Windows 10 ด้วย … ทั้งๆ ที่น่าจะทำแอปเดียวใช้ได้ทั้งพีซีและสมาร์ทโฟนแท้ๆ … แต่ก็นะ มันคงไม่คุ้มกัน) และสามารถใช้งานได้ผ่านทางเบราวเซอร์ด้วย ฉะนั้นจึงรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Windows, macOS และ Linux สบายๆ

อย่างไรก็ดี ผมลองพยายามหาแอป HOOQ บน Samsung Smart TV ของผม ผมก็หาไม่เจอครับ และผมลองค้น Google ดูว่ามีแอปนี้บน Smart TV อื่นๆ เช่น LG ไหม ก็ไม่มี ซึ่งเทียบกับคู่แข่งอย่าง Netflix หรือ PrimeTime แล้ว HOOQ อาจต้องพยายามอีกซักหน่อยไหม? เพราะจากประสบการณ์ของผม แม้ว่าเราจะสามารถ Cast ภาพจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตขึ้นไปบนทีวีได้ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ของ Smart TV หรือผ่านอุปกรณ์เสริม (เช่น Google Chromecast หรือ Apple TV) แต่จากประสบการณ์ของผมแล้ว ถ้ามันใช้งานได้จากตัว Smart TV เลย สำหรับบางคนแล้วมันก็ยังให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่าครับ

 

การสมัครใช้บริการของ HOOQ

การสมัครใช้บริการ HOOQ นั้นง่ายมาก มากจนแบบแอบกลัว 555 คือ สมัครผ่านแอปได้เลย มันต้องการแค่เบอร์โทรของเราครับ กรอกเบอร์โทรเสร็จ ระบบจะส่ง SMS รหัส 6 หลักมา เอามากรอกใส่แอป แค่นี้ก็พร้อมแล้ว ที่เหลือก็แค่หากไม่อยากไปผูกติดกับเบอร์โทรมาก ก็กรอกอีเมลเข้าไป แล้วก็ยืนยันอีเมล เพื่อจะได้ล็อกอินด้วยอีเมลได้

 

สมัครใช้ HOOQ ได้ผ่านแอปเลย

 

จากนั้น ผู้ใช้งานยังไม่ต้องรีบร้อนครับ เพราะสามารถเริ่มใช้แพ็กเกจทดลองใช้งานฟรี 7 วันได้ครับ หลังจากนั้นหากถูกใจ สามารถเลือกสมัครแพ็กเกจได้หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ 7 วัน 45 บาท ไปจนถึง 1 ปี … แต่ที่ผมงงคือ บนมือถือ เราจะสมัครแบบ 1 ปีได้ด้วยราคา 1,050 บาท แต่บนเว็บกลับเป็นแพ็กเกจ 360 วัน 1,069 บาท คือก็ไม่เข้าใจว่าจะทำราคาให้แตกต่างไปทำไม

 

สมัครผ่านเบราวเซอร์ จะมีตัวเลือกว่าจะให้ต่ออายุอัตโนมัติหรือไม่

 

ความน่าสนใจคือ นอกจากราคาจะไม่คงเส้นคงวาแล้ว ตัวเลือกก็ยังแตกต่างกันอีก คือ บนเบราวเซอร์เนี่ย เราจะมีตัวเลือกว่าจะต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติหรือไม่ แถมมีแพ็กเกจแบบ 7 วันให้เลือก แต่บนแอปเนี่ย มันจะให้ต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติเลย แต่จะได้ดูฟรีเพิ่ม 1 เดือน (มีเขียนบอกไว้ในแพ็กเกจ) แต่บนเบราวเซอร์มันไม่บอกแบบนั้น (แต่เนื่องจากผมไม่ได้ลองสมัครจริง ผมเลยไม่ทราบว่ามันจะแถมให้ไหม แม้จะไม่ได้บอก)

ถ้าจะให้วิพากษ์โดยสรุป การสมัคร HOOQ นี่ง่ายมาก แต่การสมัครแพ็กเกจนี่ขาดความคงเส้นคงวา บนแอปกับผ่านเบราวเซอร์มันมีตัวเลือกแตกต่างกันเล็กน้อย

 

การใช้งาน HOOQ

การตั้งค่าของ HOOQ ไม่ซับซ้อนครับ เน้นไปในทางตั้งค่า Default สำหรับการรับชมมากกว่า คือ อยากให้ UI แสดงผลเป็นภาษาอะไร อยากให้พากย์ และ ซับไตเติ้ล เป็นภาษาอะไร และคุณภาพของวิดีโอเป็นแบบไหน … แต่ค่าที่ตั้งพวกนี้จะได้ใช้ก็ต่อเมื่อหนังหรือซีรี่ส์นั้นๆ มีภาษาหรือความละเอียดที่เราเลือกไว้นะ เช่น ถ้าเราเซ็ตไว้ว่าค่า Default คือ พากย์ไทย และเลือกหนังที่มีพากย์ไทยกับอังกฤษ หนังจะเปิดมาเป็นพากย์ไทยก่อน ตามค่า Default แต่หากเลือกหนังที่มีแต่พากย์อังกฤษอย่างเดียว มันก็จะยังคงเป็นพากย์อังกฤษต่อไป (แหงดิ)

 

ตัวเลือกการตั้งค่าของ HOOQ

 

ในส่วนของ User Interface ในการเลือกหนังของ HOOQ นั้น เขาพยายามให้มันเรียบง่าย แต่ผู้ใช้งานต้องขยัน Scroll กันหน่อยล่ะครับ คือ ใครชอบ UI แบบรูปเยอะๆ ใหญ่ๆ ก็อาจจะชอบ แต่ใครที่เบื่อการ Scroll เยอะๆ คงรำคาญน่าดู สำหรับแอปบนสมาร์ทโฟน

 

User Interface ของ HOOQ ในการเลือกหนัง

 

นอกจากนี้ แม้จะมีการแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เช่น สยองขวัญ (Horror) ระทึกขวัญ (Thrillers) ดราม่า (Drama) ฯลฯ แต่มันไม่มีการแบ่งแยกหนังกับซีรี่ส์ออกจากกันครับ ฉะนั้น ตอนที่เราเปิดหาในหมวดดราม่า เราก็อาจจะเจอทั้ง รักหมดแก้ว (หนังไทย) และ The Mentalist (ซีรี่ส์อเมริกา) อยู่ในนั้น

 

ตัวเลือกในการกรองผลการค้นหาของ HOOQ บนแอป

 

เราสามารถเลือกกรองผลการค้นหาให้แสดงเฉพาะที่เราต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นเลือกแสดงเฉพาะหนังหรือซีรี่ส์ เลือกเฉพาะที่มีคำบรรยายในภาษาที่เราต้องการ หรือประเภทของหนัง/ซีรี่ส์ แต่มันไม่มีตัวเลือกนี้เวลาที่เราแตะปุ่ม “ค้นหา” แต่เราจะเห็นเฉพาะตอนที่เราเข้าไปเลือกในหมวดหมู่แล้ว แล้วแตะตรง Settings ตรงมุมบนขวามือของหน้าจอ

 

ในหน้าจอค้นหา ดันไม่มีตัวเลือกสำหรับกรองผลการค้นหา

ในหน้าจอแสดงหนังหรือซีรี่ส์ตามหมวดหมู่ ดันมีตัวเลือกกรองผลการค้นหาอยู่ตรงมุมบนขวามือ

 

คือก็งงว่า ทำไมไม่ใส่ตัวเลือกในการกรองผลการค้นหา ในหน้าจอค้นหา? แถมอยากจะบอกว่า เวลาเลือกตัวกรองที่อยู่ในหมวดหมู่แล้ว มันจะมีตัวเลือก “ประเภท” ของหนังหรือซีรี่ส์ ซึ่งแทนที่จะเอาไว้กรองหนังทุกเรื่องในฐานข้อมูล มันกลับกรองเฉพาะหนังที่อยู่ในหมวดหมู่ที่เราเลือก เช่น ถ้าเราเข้า Drama มา แล้วเราไปเลือกตัวกรองผลการค้นหาเป็น Horror อีก มันก็จะแสดงผลการค้นหาเฉพาะหนังหรือซีรี่ส์ที่อยู่ทั้งในหมวด Drama และ Horror ครับ

 

แต่บนเบราวเซอร์ เรากลับมีตัวเลือกได้หลากหลายกว่า

คัวเลือกในการกรองผลการค้นหาของ HOOQ

 

แต่ถ้าเราใช้งานผ่านเว็บ เรากลับเข้าถึงตัวกรองผลการค้นหาได้สะดวกกว่าอ่ะครับ มี User Interface ที่ผมรู้สึกว่าเราใช้งานได้ง่ายกว่า ในความคิดของผม

 

ภาษาของระบบนี่ดูสับสนมาก ผมยืนยันอีเมลไป แล้วหน้าเว็บก็เป็น Bahasa Indonesia

 

อย่างไรก็ดี การใช้งานบนเว็บน่ารำคาญมากในเรื่องของ Login session ครับ คือ ถ้าเราปล่อยทิ้งไว้แค่ไม่กี่นาที (ผมก็ไม่ได้จับเวลาว่ากี่นาที แต่น่าจะอยู่ในช่วง 5-10 นาที) มันจะหมด Session แล้วเราก็ต้องล็อกอินเข้าไปใหม่ และการล็อกอินด้วยอีเมล เราจะไม่ต้องกรอกรหัสผ่านครับ แต่มันจะส่งอีเมลมาให้ยืนยันเมลแทน

ระบบหลังบ้าน ผมว่ายังต้องปรับเยอะเลยครับ … บางทีผมกดยืนยันอีเมลไปแล้ว เจอภาษา Bahasa Indonesia มาซะงั้น ถ้าเป็นแบบนี้ผมว่า ผู้ใช้งานบางคนจะมึนเอาได้นะครับ ภาษาอังกฤษก็ว่าแย่แล้ว มาเจอภาษาที่อ่านไม่ออกอีก

 

หนังพากษ์ไทย แต่ดันเขียนว่าบรรยายอังกฤษซะงั้น

 

นอกจากนี้ ข้อมูลของหนังหรือซีรี่ส์ผมก็ว่ายังดูมั่วๆ อยู่ครับ เช่น หนังเรื่อง รักฉันอย่าคิดถึงฉัน มันคือหนังไทย แต่ดันเขียนว่าเป็นคำบรรยาย English ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ไม่มีคำบรรยาย และพอเปิด Settings ของหนังเรื่องนี้ มันก็เขียนว่า เสียงบรรยายมีตัวเลือกเดียว คือ English ทั้งๆ ที่หนังเรื่องนี้พูดไทยกัน (แหงดิ หนังไทยอ่ะ)

ผมลองดูหลายเรื่องก็พบว่า มันน่าจะเป็นกับหนังไทยทุกเรื่องที่มีแค่พากย์ไทยนั่นแหละ มันกลายเป็นบอกว่าพากย์อังกฤษหมดเลย … คนดูคงสับสนน่าดู เพราะผมลองค้นหาบนแอป โดยเข้าไปในหมวด Horror แล้วเลือกตัวกรองให้แสดงเฉพาะภาษาไทย ปรากฏว่าไม่มีซักเรื่อง แต่พอเลือกเป็น English แล้ว หนังไทยโผล่มาเพียบเลย เพราะ Metadata ของหนังมันใส่เป็น English ไว้อ้ะ

 

ประสบการณ์ในการดู ค่อนข้างไหลลื่นดี จะสะดุดนิดหน่อยก็แค่ตอนพยายามจะเลื่อนไปดูช่วงเวลาอื่น

 

ยังดีว่าในการใช้งานดูหนังดูซีรี่ส์ การ Streaming ทำได้ค่อนข้างดี ลื่นไหล ไม่มีกระตุก มีสะดุดนิดหน่อยก็อีตอนที่พยายามจะไปเลือกดูช่วงเวลาอื่น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องรอ Buffering กันบ้าง

ซับไตเติ้ล ตอนที่ผมดูในช่วงแรกๆ มีขนาดเล็ก และสะกดผิดค่อนข้างเยอะ แต่หลังจากได้ Feedback ให้ทีมงานไป ก็ได้รับการแก้ไข และดูดีขึ้นครับ จากที่ลองทดสอบใหม่ ก็มีฟ้อนต์ขนาดใหญ่ และอ่านได้ชัดเจนมากขึ้น แล้วก็สะกดถูกมากขึ้น ถือว่าโอเค

 

ฟีเจอร์แสดงหนังที่เราดูค้างอยู่ ให้เราเลือกดูต่อได้สะดวกๆ

 

ในกรณีที่ดูค้างอยู่ ก็สามารถเช็คได้ว่าเรามีเรื่องไหนที่ดูค้างอยู่ตรงหัวข้อ “สิ่งที่น่าสนใจ” และสำหรับคนที่ต้องเดินทาง ก็สามารถดาวน์โหลดหนังมาเก็บไว้ในเครื่อง เพื่อดูแบบ Offline ได้ครับ แต่ว่ามันก็ไม่สามารถดาวน์โหลดได้ทุกเรื่องนะ ตรงนี้เข้าใจว่ามันเป็นข้อจำกัดของ “ลิขสิทธิ์” ที่ได้มาครับ … เรื่องไหนที่ดาวน์โหลดได้ ก็จะมีปุ่มดาวน์โหลดให้กด

 

Editor's picks เชื่อไม่ค่อยได้ หนังหลายๆ เรื่องในนี้ ไม่ได้ดีอะไร

 

อ้อ! ขอแอบบ่นเรื่อง Editor’s Picks ซักหน่อยนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าใครคือ Editors และเขาใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก เพราะหลายๆ เรื่องในนี้ มันไม่ได้ดีเด่อะไรเลยครับ เช่น 407 เที่ยวบินผี เป็นหนังผีที่เนื้อเรื่องหลวมมาก เอฟเฟ็กต์ก็ไม่ได้ดูดีอะไร (แต่น่าแปลกใจที่ได้รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ สาขาเทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม) และนักวิจารณ์หลายๆ คน ก็บ่นเรื่องนี้กันเยอะ

Bangkok Dangerous นี่ก็อีกเรื่อง แม้จะได้ Nicolas Cage มาเล่น แต่ว่าหนังก็ไม่ได้คะแนนวิจารณ์ดีซักเท่าไหร่ และโดยส่วนตัว ขนาดผมชอบดูหนังของ Cage ผมยังคิดว่าเรื่องนี้เฮียแกไม่น่ามาเล่นเลยจริงๆ

 

ตัวเลือกหนังของ HOOQ

ข้อดีของ HOOQ คือ มันครอบคลุมครับ พยายามตอบทุกโจทย์ คือ มีทั้งหนังไทย ทั้งต่างประเทศ ซีรี่ส์ไทย ซีรี่ส์ต่างประเทศ การ์ตูนอนิเมชั่น คือครบเครื่องมาก ทว่าหลายๆ เรื่องก็ไม่มีพากย์ไทย ซ้ำร้าย บางเรื่องไม่มีแม้แต่บรรยายไทย เลยทำให้ผมมองว่าการจะเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าคนไทย ยังอาจจะทำได้ในวงจำกัด … ใช่ครับ คอหนังจริงจังเขาจะชอบ Soundtrack มากกว่าพากย์ไทย แต่นั่นจะทำให้กลุ่มลูกค้าแคบนะครับ

แต่จากตัวเลือกที่มี (ซึ่งผมไม่ได้ลองทั้งหมด เลยตอบไม่ได้ว่ามันเป็นภาษาไทยครบถ้วนมากน้อยแค่ไหน) บอกได้เลยว่า HOOQ นี่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Movie/Sereis On Demand ที่สมัครทีเดียว ตอบทุกโจทย์ แต่จะตอบมากตอบน้อยแค่ไหนนั่นอีกเรื่อง เรียนรู้เอาไว้ก่อน ค่อยตัดสินใจทีหลัง เลือกสมัครแพ็กเกจแบบ 7 วันไว้ลอง หรือเดือนนึง แบบไม่ต้องต่ออายุอัตโนมัติก็ได้

 

บทสรุปการรีวิว HOOQ

HOOQ มีการปรับปรุงข้อผิดพลาดที่ค่อนข้างรวดเร็วหลังจากได้รับการ Feedback แต่นั่นคือในฐานะบล็อกเกอร์นะครับ ยังไม่รู้ว่าถ้าเป็น Feedback จากผู้ใช้งานทั่วไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรบ้าง แต่ก็อยากให้ HOOQ พิจารณาเรื่องนี้เอาไว้ด้วย บริการมีการพัฒนาต่อเนื่อง นับตั้งแต่ที่ผมได้เห็นใน Blogger session คราวก่อน นั่นเป็นสัญญาณที่ดี

ผมยังรู้สึกว่า HOOQ นี่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการ Movie/Series On Demand ส่วนตัวของผม อาจจะเพราะผมต้องการ “พากย์ไทย” เป็นหลัก เพราะคุณแม่ผมท่านไม่สะดวกที่จะฟังภาษาอังกฤษ และอายุท่านก็มากแล้วสำหรับการไล่อ่านซับไทย ส่วนตัวผมเอง ผมไม่มีปัญหากับ Soundtrack แต่ผมชอบที่จะฟังพากย์ไทย เพราะมันทำงานไปดูหนังหรือซีรี่ส์ไปได้ ซึ่งอยากให้ HOOQ คิดถึงผู้ใช้งานในกลุ่มสันดานแบบผมเอาไว้บ้าง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. sitdhi says:

    ได้ลองใช้ซักพักนึง แถมมากับ AIS Playbox บอกเลยว่า content น้อยกว่าคู่แข่งมาก บางเรื่องอยากดู พอกดเข้าไปดันไม่มีซับไทยซะอีก

    ยอมลงทุนซื้อ iflix มาดูแทน ตอบโจทย์กว่าเยอะ ของฟรีได้มาไร้ประโยชน์มาก ไม่รู้จะดูอะไรเลย

  2. Thirajed says:

    เล่นกับ android box ส่วนมาก ไม่ได้ :'(

Leave a Reply

%d bloggers like this: