รีวิว WD My Cloud PR2100 สร้างคลาวด์ส่วนตัวในบ้านของคุณ

WD My Cloud PR2100

หลังๆ เน็ตบ้านที่ความเร็วสูงๆ ทั้ง Download และ Upload ราคาเริ่มถูกลงมาเยอะมากครับ หลายๆ คนที่พอจะมีงบบ้างก็หันมาใช้ประโยชน์จากความเร็วนี้เต็มเหนี่ยวมากขึ้น เช่น แทนที่จะใช้บริการ Cloud storage ยอดนิยมทั่วๆ ไป ที่ถ้าเกิดอยากได้ความจุเยอะๆ ก็ต้องจ่ายตังค์เพิ่มกันแบบรายเดือน แต่หันมาทำ Cloud ในบ้านเอง เพราะได้เนื้อที่ความจุมากกว่า และให้ความรู้สึกอุ่นใจเพราะข้อมูลมันอยู่กับเรา (สำหรับบางคนคิดแบบนั้นจริงๆ นะ) และเดี๋ยวนี้การมี Private cloud เป็นของตัวเอง ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรแล้วด้วย อย่างเช่น WD My Cloud PR2100 นี่เป็นต้น

 

WD My Cloud PR2100

 

ตัว WD My Cloud Pro Series เนี่ย เป็นรุ่นบิ๊กกว่า My Cloud Expert Series ครับ แม้ว่าสองรุ่นนี้จะให้ความจุสูงสุดได้พอๆ กันที่จำนวน Bay เท่าๆ กัน แต่ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ ตัว Expert Series นั้นไม่รองรับ Hot Swap หรือการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์โดยไม่ต้องปิดเครื่องครับ แต่ Pro Series นี่จะสามารถถอดเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องเลย

 

WD My Cloud PR2100 ด้านหน้า

WD My Cloud PR2100 ด้านหลัง

 

หรือพูดง่ายๆ ก็คือ WD My Cloud Pro Series นี่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานแบบต่อเนื่องมาก โดยที่ไม่ต้องปิดเครื่องแม้จะเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น ฮาร์ดดิสก์เจ๊งไปลูกนึงก็ถอดเปลี่ยนได้ หรืออะแด็ปเตอร์เสีย ก็เปลี่ยนได้ เพราะถ้าดูให้ดี จะเห็นว่าด้านหลังเนี่ยมันเสียบอะแด็ปเตอร์ได้สองอัน (แต่อันที่สองต้องซื้อเพิ่มเอานะ)

 

เปิดใช้งาน WD My Cloud PR2100 แล้ว

 

เปิดใช้งานไม่ยุ่งยากครับ เสียบปลั๊ก เสียบสายแลนเสร็จ กดปุ่มเปิด รอซักพักนึงให้ไฟ LED ตรงปุ่ม Power มันหยุดกระพริบ ก็พร้อมใช้งานได้ แค่ไปที่ myloud.com/setup ผ่านเบราวเซอร์ แล้วทำตามขั้นตอน แป๊บเดียวก็เรียบร้อยครับ (หากทำแล้วไม่ได้ ให้คิดไว้ก่อนว่า 1) ต่อเน็ตหรือยัง และ 2) ตัว Router ที่ต่อ มันรองรับ UPnP รึเปล่า)

 

หน้าจอ Dashboard ของ WD My Cloud PR2100

 

ถ้าไม่มีอะไรขัดข้องในระบบเครือข่าย การติดตั้งให้พร้อมใช้งานจะใช้เวลาแค่ไม่ถึง 5 นาทีเลยด้วยซ้ำครับ … ไม่สิ นานกว่านั้นนิดหน่อย ถ้าเกิดเราจะอัพเดต Firmware ก่อน (เพราะกว่าจะซื้อมาติดตั้ง อาจจะมี Firmware เวอร์ชันใหม่ๆ ออกมาแล้ว) … ตามค่า Default นี่เราจะเห็นที่หน้า Dashboard ว่ามีความจุประมาณ 8TB ครับ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่ามันตั้งมาเป็น RAID1 น่ะ … ถ้าอยากได้ความจุแบบเต็มๆ แนะนำให้ไปใช้ RAID0 ครับ

 

ที่ใส่มาใน WD My Cloud PR2100 คือ WD Red 8TB ครับ

 

เกือบลืมบอกไปครับว่า เมื่อเจ้านี่เป็น NAS ทาง WD เขาก็เลยใส่ WD Red มาให้ครับ และความจุสูงสุดคือ 16TB ก็ตัวที่ผมได้มารีวิวนี่แหละ ฉะนั้นเลยใส่ WD Red 8TB แบบมีแคช 128MB มาให้สองตัวเลย

เอาล่ะ ได้เวลามาทดสอบกันบ้างครับ ผมทดสอบด้วยการถ่ายโอนไฟล์ขนาด 5GB จาก Microsoft Surface Pro 3 ผ่าน USB3.0 Gigabit LAN ของ Dell ไปที่ WD My Cloud PR2100 บนเน็ตเวิร์กความเร็ว 1Gbps ที่บ้านครับ ซึ่งความเร็วที่ได้ ก็ถือว่าโอเคมากครับ วิ่งนิ่งๆ 850Mbps บวกลบนิดหน่อยไปตลอดแนวเลย โอนไฟล์ขนาด 5GB นี่แป๊บเดียว เพราะความเร็วเกือบ 100MB/s เลยครับ

 

ความเร็วในการอัพโหลดข้อมูลไป WD My Cloud PR2100ความเร็วในการอัพโหลดข้อมูลไป WD My Cloud PR2100

 

ถัดมาคือลองดาวน์โหลดไฟล์ 5GB จาก WD My Cloud PR2100 มาที่ Microsoft Surface Pro 3 บ้างครับ เท่าที่สังเกต ความเร็วตกลงมาเล็กน้อยครับ แล้วก็ไม่ได้นิ่งเหมือนตอนอัพโหลด ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าทำไมเหมือนกัน … ในภาพรวมมันยังวิ่งด้วยความเร็วได้สูงกว่า 800Mbps อยู่ แต่เพราะความเร็วมันไม่นิ่ง ก็เลยมีความเร็วประมาณ 94MB/s

 

ความเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์จาก WD My Cloud PR2100

ความเร็วในการดาวน์โหลดไฟล์จาก WD My Cloud PR2100

 

และเช่นเคย WD My Cloud PR2100 นี่ นอกจากจะใช้งานเป็นไฟล์เซิร์ฟเวอร์แล้ว ยังสามารถทำตัวเป็น FTP Server ได้ เป็น Remote Backup Server ให้กับ WD My Cloud ตัวอื่นๆ หรือแม้แต่ NAS ตัวอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกันครับ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน หรือบางคนอาจจะเลือกลงแอปเพิ่ม เพื่อใช้ทำอย่างอื่น เช่น เอามาทำเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ รัน WordPress หรือทำเป็น Media server ด้วยการลง Plex Media Server ก็ได้เช่นกัน

ด้วยความเป็นรุ่น Pro Series สเปกของฮาร์ดแวร์จึงค่อนข้างดีครับ คือ หน่วยประมวลผลเป็น Intel Pentium N3710 Quad-core 1.6GHz และให้แรมมาเยอะมากคือ 4GB ครับ ฉะนั้น ไม่เพียงแค่จะเอามาทำเป็น Private Cloud หรือไฟล์เซิร์ฟเวอร์ แต่ถ้าเราคิดว่าจะใช้ทำเป็น Media Server ลง Plex Media Server เพื่อทำ Streaming ก็สามารถทำได้สบายๆ เช่นกันครับ

 

บทสรุปการรีวิว WD My Cloud PR2100

WD My Cloud PR2100 ตัวนี้ ในแง่ของความเป็น NAS ถือว่าประสิทธิภาพดีทีเดียว ทว่าบางคนอาจมองว่ามันเป็น NAS แบบ 2-bay ที่ราคาแอบแรง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าสเปกของฮาร์ดแวร์ของเจ้านี่ก็ให้มาเยอะพอสมควรนะครับ ทั้งหน่วยประมวลผลแบบ x86 แบบ Quad-core และแรม 4GB ผมก็ว่ามันโอเคอยู่

 

ข้อดี

  • สเปกของฮาร์ดแวร์ดี พร้อมสำหรับการใช้งานโดยผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน และใช้ทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ ได้หลากหลาย
  • รองรับการใช้งานกับอะแด็ปเตอร์ 2 ตัวพร้อมกัน เป็นการป้องกันความผิดพลาดกรณีอะแด็ปเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งเสียหาย ระบบยังทำงานต่อไปได้
  • ติดตั้งง่าย สร้าง Private Cloud ได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเซ็ตอะไรมากมาย

ข้อจำกัด

  • ซอฟต์แวร์เพิ่มขีดความสามารถมีให้เลือกน้อย ทำให้เกิดข้อจำกัดในการนำไปใช้งานด้านอื่นๆ … จึงเหมาะสำหรับการนำไปใช้งานร่วมกับ NAS ตัวอื่น หรือเซิร์ฟเวอร์อื่นในฐานะไฟล์เซิร์ฟเวอร์มากกว่า

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: