รีวิว Dell Inspiron 13 5000 Series โน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 จาก Dell

Dell Inspiron 13 5000 Series

แม้ตลาด PC จะซบเซา แต่มันก็ยังไม่ตายนะครับ ยังไงซะ หลายๆ อย่าง PC มันก็ทำได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยเฉพาะในแง่ของการใช้งานแบบครบวงจรครับ ทั้งทำงาน และเล่น แต่ด้วยความที่คนคุ้นชินกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกันมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นโน้ตบุ๊กที่ทำหน้าที่เป็นแท็บเล็ตได้มากขึ้นตามไปด้วย และ Dell Inspiron 13 5000 Series ตัวนี้ก็เช่นกัน

Dell Inspiron 13 5000 Series ตัวนี้ เป็น 2-in1 ครับ ใช้งานปกติเป็นโน้ตบุ๊ก แต่ว่าสามารถพับจอได้ 360 องศา กลายเป็นแท็บเล็ตได้ เราก็จะได้แท็บเล็ตขนาดเขื่อง หน้าจอ 13.3 นิ้วไว้ใช้งานครับ ซึ่งตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ก ก็จะมีสเปกต่างๆ ให้เลือกตามความเหมาะสมในการใช้งาน โดยมีให้เลือก 4 รุ่น รายละเอียดสามารถดูได้จากเว็บไซต์ของ Dell Thailand ครับ

 

Dell Inspiron 13 5000 Series

 

ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็นตัวท็อป ใช้หน่วยประมวลผลเป็น Intel Core i7-6500TU ความเร็ว 2.5GHz (ความเร็วสูงสุด 3.1GHz) หน่วยความจำ 8GB แบบ (เพิ่มเป็น 16GB ได้) และมีระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home แบบ 64-bit มาให้เรียบร้อย … รุ่น Inspiron เป็นรุ่นสำหรับคนทั่วไปใช้ตามบ้านครับ ฮาร์ดดิสก์ให้มา 500GB … จากประสบการณ์ในการใช้งาน ถ้าไม่เอาไปดาวน์โหลดหนังจาก Bittorrent มาเก็บไว้เยอะๆ ก็เหลือเฟือครับ สบายๆ

 

Dell Inspiron 13 5000 Series ด้านซ้าย

Dell Inspiron 13 5000 Series ด้านขวา

 

ในฐานะที่เคยใช้ Dell Inspiron รุ่นเดอะมาก่อนหน้านี้ ต้องขอบอกว่า Inspiron 13 5000 Series ตัวนี้บางลงไปเยอะเลยครับ แน่นอนว่าไม่ได้บางแบบรุ่นไฮโซอ่ะนะ แต่สิ่งที่ได้มาคือ มันก็มีเนื้อที่ให้ใส่โน่นนี่นั่นเต็มที่กว่า เช่น มี USB 3.0 ให้ 3 พอร์ต, พอร์ต HDMI ไว้ต่อจอแสดงผลภายนอก, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., สล็อตใส่ SD card และสล็อตสำหรับกุญแจล็อก Kensington กับช่องเสียบอะแด็ปเตอร์ … แน่นอนว่าของเดิมๆ อย่างพอร์ต RJ-45 สำหรับต่อแลน, พอร์ต VGA สำหรับต่อจอแสดงผล และ DVD-ROM นี่ เราไม่ค่อยได้เห็นกันมานานแล้ว

 

คีย์บอร์ดของ Dell Inspiron 13 5000 Series มีไฟด้านใต้โอเค

 

บอดี้ของ Dell Inspiron 13 5000 Series เป็นพลาสติก แต่เนื้องานออกมาดูดีครับ เข้าใจว่าคงเพราะออกแบบให้เผื่อใช้งานแบบ 2-in-1 ได้สะดวกๆ คีย์บอร์ดเป็นแบบ 6 แถว ปุ่มค่อนข้างครบเครื่องอยู่ แต่แน่นอนว่าบางปุ่มก็ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง (เช่น ปุ่มลูกศรขึ้นลง ทำหน้าที่เป็น Page Up กับ Page Down ไปในตัว) ทดลองพิมพ์แล้ว โอเคอยู่ และมีไฟส่องใต้คีย์บอร์ดปรับได้ 2 ระดับ หรือจะปิดเลยก็ได้ แต่ผมลองดูแล้ว ไม่รู้สึกว่าสองระดับมีความแตกต่างอะไรมากมายนัก

ลองเปิดเครื่องดู แม้ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสก์ แต่ก็บูตเสร็จภายใน 30 วินาที เรียกว่าประทับใจอยู่ครับ แน่นอนว่าพอลงโปรแกรมเยอะขึ้น มาพวกโปรแกรมมารันตอน Startup มากขึ้น ระยะเวลาในการบูตก็จะยาวนานมากขึ้นเช่นกัน

อย่างที่บอกว่าเป็น 2-in-1 ฉะนั้นเจ้า Dell Inspiron 13 5000 นี่มันก็มีรูปแบบการใช้งานหลักๆ 2 อย่าง คือ เป็นโน้ตบุ๊ก และ เป็นแท็บเล็ต แต่ว่าตัว Demo unit ที่ผมได้มา แม้ว่ามันจะมีสติกเกอร์แปะว่าเป็น Touch Display และใน System ของ Windows เองก็บอกว่ารองรับการสัมผัส 10 จุด แต่ผมลองพยายามจิ้มๆ ดูแล้ว มันก็สัมผัสไม่ติดนะครับ เลยไม่ได้ลองใช้งานในฐานะแท็บเล็ต (อด)

 

ผลการทดสอบด้วย PCMark 8

 

ด้านประสิทธิภาพในการใช้งานนั้น บอกตรงๆ ว่า ถ้าจัดสเปก Core i7-6500U แรม 8GB มานี่ เรียกว่าเกินพอ จนผมต้องตั้งคำถามว่า จริงๆ แล้ว เราต้องการสเปก CPU มากขนาดนั้นเลยเหรอ? ถ้าใครที่มองหาเครื่องเขียนโปรแกรม รันเซิร์ฟเวอร์จำลอง ก็อาจจะจัดเจ้านี่ แต่ใส่แรมไปซัก 16GB ก็ไหวอยู่ครับ แต่ถ้าจะใช้งานทั่วๆ ไป ผมว่า Core i3 หรือ Core i5 ก็เกินพอแล้ว

 

ลองเอา Dell Inspiron 13 5000 Series มาเล่นเกมแบบกราฟิกง่ายๆ

 

การ์ดจอที่ให้มาด้วย เป็น Intel HD Graphics 520 หน้าจอแสดงผลที่ความละเอียดระดับ Full HD 1920×1080 พิกเซล เพียงพอสำหรับการใช้งานด้านมัลติมีเดีย แต่ถ้าคิดจะเอาไปเล่นเกม … อืมมม น่าคิดครับ มันไม่ได้ดีเลิศขนาดนั้น คือ เอามาพกเล่นเกมออนไลน์แบบกราฟิกธรรมดาๆ พอแก้ขัดได้ แต่ถ้าจะเน้นเล่นเกมกราฟิกแจ่มๆ ละก็ อืมมม คงไม่ไหวล่ะครับ

 

Dell Inspiron 13 5000 Series ถือว่าเป็นแท็บเล็ตขนาดเขื่องไปหน่อย

 

อย่างที่บอก น่าเสียดายที่หน้าจอของตัว Demo unit ที่ผมได้มารีวิวมันดันสัมผัสไม่ได้ (คงมีอาการเสียบางอย่าง? เพราะผ่านมาหลายมือนี่นา) แต่จากที่ผมได้ลองพับทำเป็นแท็บเล็ตดู ลองถือ ลองอุ้มแล้ว อืมมม น้ำหนัก 1.68 กิโลกรัมเนี่ย แม้ว่าจะไม่ได้หนักมากเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กทั่วไป แต่เทียบกับแท็บเล็ตแล้ว ผมว่ามันแอบหนักไป … ถ้าใครอยากได้โน้ตบุ๊กซักตัวมาทำเป็นแท็บเล็ตด้วย ผมว่า Microsoft Surface Pro 3 หรือ Microsoft Surface Pro 4 หรือยี่ห้ออื่นที่ทำมาสไตล์เดียวกัน (คือ เน้นตัวเครื่องคือหน้าจอ และคีย์บอร์ดเป็นแบบ Cover keyboard) ดูจะตอบโจทย์กว่าเจ้านี่

อย่างไรก็ดี มันต้องแยกออกจากกันนะ … ถ้าถามผมว่า โน้ตบุ๊กมีหน้าจอสัมผัสมันสะดวกขึ้นไหม ผมขอตอบว่า ใช่ มันสะดวกขึ้นในหลายๆ กรณีครับ โดยเฉพาะบางแอป หรือการท่องเว็บบางอย่าง มันใช้หน้าจอสัมผัสสะดวกกว่า แต่ถ้าถามผมว่าเจ้านี่พับเป็นแท็บเล็ตแล้วใช้โอเคไหม ผมพยายามนึกสภาพการใช้งานแต่นึกไม่ออกครับ แท็บเล็ตมันเอาไว้ใช้ตอนเดินทางไปไหนมาไหน หรือนั่งเก้าอี้ชิลๆ แล้วใช้งานมากกว่า แต่การถือน้ำหนัก 1.68 กิโลกรัมแล้วใช้ต่างแท็บเล็ตนี่มันชิลล์ไม่ออกจริงๆ

 

Dell Inspiron 13 5000 Series ในแบบ Kiosk

 

แม้การออกแบบจะมีการเผื่อให้ใช้งานในแบบเอาคีย์บอร์ดมาวางเป็นฐาน เพื่อใช้ตั้งหน้าจอใช้งานแบบ Kiosk แต่ผมว่ามันก็ไม่จำเป็นมากนักอ่ะครับ และถ้าจะพยายามปรับกันจริงๆ ก็ทำ Kiosk โดยยังวางใช้งานในแบบโน้ตบุ๊กปกติได้เช่นกัน … สุดท้ายแล้ว การที่ออกแบบหน้าจอให้พับได้ 360 องศา ผมว่าประโยชน์เกิดขึ้นจริงๆ จังๆ ตอนกาง 180 องศามากกว่าอ่ะครับ

หลังจากที่ทดลองคุณภาพเสียงของลำโพงของ Dell Inspiron 13 5000 Series ตัวนี้แล้ว ก็ดูจะเหมาะกับการใช้งานทั่วไปจริงๆ นั่นแหละ เพราะทันทีที่เปิดเพลงขึ้นมาฟังรู้สึกได้ว่าคุณภาพเสียงที่ได้มันดังดี มีมิติของสเตริโอที่กว้ามาก แต่พอสังเกตซักหน่อย อ่อ มันเปิดใช้ฟังก์ชันของ MAXX Audio Pro อยู่นี่นา ซึ่งฟังก์ชันนี้ช่วยให้เราปรับโปรไฟล์ของเสียงให้เหมาะกับเนื้อหาได้ (เช่น จะฟังเพลง หรือ จะดูหนัง) และหากเราเป็นพวกต้องการควบคุมทุกอย่าง ก็แต่ง EQ ได้ตามใจอีก

 

คุณภาพเสียงจาก MAXX Audio Pro ทำให้ Dell Inspiron 13 5000 Series นี่เอาไว้ดูหนังเพลินดี

 

อย่างไรก็ดี ตามสไตล์ของพวกลำโพงที่เสียงดีเพราะฟังก์ชันแบบนี้ พอปิดฟังก์ชันปุ๊บ ความแตกต่างราวฟ้ากับเหวจะบังเกิดครับ คือ ลำโพงของ Dell Inspiron 13 5000 Series นี่ไม่ได้ไม่ดีนะครับ แต่ MAXX Audio Pro มันบูสต์คุณภาพเสียงมากจนเกินไป จนแบบว่าพอฟังเทียบแล้ว มันรู้สึกถึงความแตกต่างได้ชัดเจนเกินไป

แต่ในส่วนของคุณภาพเสียงในแบบดิจิทัลแล้ว Dell Inspiron 13 5000 Series ถือว่าทำได้ดี เพราะลองทดสอบด้วยหูฟัง Plantronics Focus UC ที่เป็นหูฟังบลูทูธดูพบว่า แสดงรายละเอียดได้ชัดเจน ให้มิติเสียงที่ดี ลักษณะเสียงที่เด่นคือความนุ่มนวลของเสียง แน่นอนว่าเป็นผลของหูฟังด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าต้นทางมาไม่ดียังไงก็ไม่มีทางออกมาดีได้น่ะ

 

บทสรุปการรีวิว Dell Inspiron 13 5000 Series

เป็นโน้ตบุ๊กที่ดี แต่ดีไซน์ยังธรรมดาๆ ครับ ประสิทธิภาพเรียกว่าใช้ได้ทีเดียว แต่ไม่จำเป็นต้องควักกระเป๋าสามหมื่นกลางเพื่อสอยรุ่นท็อปแต่อย่างใด สำหรับผม ผมมองว่าสเปกระดับ Core i3 หรือ Core i5 ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป … แต่ถ้ามองหาแท็บเล็ต และคิดจะใช้งานในฐานะแท็บเล็ตเป็นหลัก ผมว่าตัวนี้ยังไม่ใช่คำตอบ

ถ้าต้องการโน้ตบุ๊กพกพาสะดวก แต่ไม่อยากควักกระเป๋าจ่ายแพงๆ กับตระกูล Hybrid แบบที่บางเบา เป็นแท็บเล็ตได้จริงจัง โดยยอมแลกกับน้ำหนักที่เพิ่มมา ความหนาที่เพิ่มขึ้น แต่ได้ประสิทธิภาพเท่ากัน (หรือดีกว่า) ในราคาพอๆ กันกับ Hybrid ไฮโซ ผมว่า Dell Inspiron 13 5000 Series ก็ถือว่าไม่เลวครับ … แต่ย้ำอีกทีคือ สำหรับคนทั่วไป ไม่ต้องจัดรุ่นท็อปก็ได้

 

ข้อดี

  • ลำโพงเสียงดัง ฟังชัด ดีมาก ยิ่งเปิดใช้ฟังก์ชัน MAXX Audio Pro ด้วยแล้ว ยิ่งดี
  • น้ำหนักค่อนข้างเบาสำหรับโน้ตบุ๊กเต็มรูปแบบ แค่ 1.68 กิโลกรัม
  • มีตัวเลือกสเปกหน่วยประมวลผลหลายแบบ เหมาะกับงบประมาณ
  • ใช้งานได้สองแบบ คือ เป็นโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต

ข้อจำกัด

  • จอแสดงผลยังดูไม่สวย โดยเฉพาะสำหรับรุ่น Core i7 ที่ราคาสามหมื่นกลางแบบนี้
  • ดีไซน์ดูเชยไปหน่อย ฝาโน้ตบุ๊กก็เปิดยากไปนิด เพราะบานพับแข็งเอาเรื่องอยู่
  • เป็นแท็บเล็ตขนาดเขื่องที่ใช้งานในฐานะแท็บเล็ตไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: