ดูมาแล้ว – Seoul Station ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง [สปอยล์]

Seoul Station Post Cover

หลังจากที่ Train to Busan ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง สร้างกระแสคนดูอย่างล้นหลามในฐานะหนังซอมบี้ที่ตื่นเต้น ระทึก เร้าใจมากๆ เดือนถัดมาเขาก็มี Seoul Station ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวจากอีกที่นึง และเป็นเนื้อเรื่องก่อน Train to Busan ครับ (ใครที่ดู Train to Busan จะรู้ว่าหนังมันเกิดขึ้นจากขบวนรถไฟจากโซลไปปูซาน) และจริงๆ อนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ถูกสร้างก่อน Train to Busan ครับ แต่ไม่ว่าจะเป็นที่เกาหลี หรือที่ไทย ต่างก็ถูกเอามาฉายหลังจาก Train to Busan ทั้งคู่เลย

ถ้าใครไปดู Train to Busan มาแล้ว น่าจะจำได้ว่ามีช่วงนึงที่มีการพูดถึงจุดเริ่มต้นของวิกฤติซอมบี้ครั้งนี้ว่าเกิดจากใคร แต่ใครที่คิดว่าจะได้เห็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ใน Seoul Station ชื่อเรื่องที่ว่า “ก่อนนรกซอมบี้คลั่ง” ล่ะก็ คุณคิดผิดนะครับ เพราะเรื่องนี้เริ่มมาก็จะเห็นตาแก่ไร้บ้านคนนึง เดินอยู่ในกรุงโซล มีเลือดเต็มตัวเหมือนโดนอะไรกัดมา ซึ่งก็น่าจะโดนอะไรซักอย่างที่มีเชื้อซอมบี้กัด แต่ก็ตอบไม่ได้ว่าเป็นซอมบี้หรือตัวอะไร … แต่ก็อาจจะเป็นตัวแรกสุดของเรื่องก็ได้ แต่ไม่ยอมบอก

 

เรื่องทั้งหมดเริ่มจากตาแก่คนนึงโดนกัดมาก่อน

 

จากนั้นเรื่องก็ดำเนินไปแหละครับ ตาก็กัดคน คนก็ติดเชื้อ ซอมบี้ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น และเพิ่มค่อนข้างรวดเร็วมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่าจริงๆ แล้ว อาจจะไม่ได้มีแค่ตาแก่คนนี้คนเดียวที่ติดเชื้อตั้งแต่ตอนต้นเรื่องครับ เพราะว่าไม่งั้นจำนวนผู้ติดเชื้อคงไม่เพิ่มทวีขนาดนี้ได้ตั้งแต่แรกอะ

Seoul Station เป็นเรื่องราวของตัวละครหลัก 3 ตัว คือ เฮซอน ตัวละครผู้หญิงที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน กับแฟนหนุ่มของเธอ (จำชื่อไม่ได้แล้ว ชื่อเกาหลีจำยากจะตาย) ที่เห็นแก่ตัวเอามากๆ ถึงขนาดเสนอให้เฮซอนไปขายตัวหาเงิน และซุกคิว ผู้ที่ตามหาเฮซอนที่หลบหนีมา และมาเจอกับแฟนหนุ่มของเธอ ด้วยการปลอมตัวเป็นลูกค้าที่จะมาซื้อบริการเฮซอน เมื่อเหตุการณ์มันบานปลาย ซอมบี้อาละวาด แฟนหนุ่มของเฮซอนก็ออกตามหาเฮซอนร่วมกับซุกคิวเพื่อช่วยเธอ และต้องเอาตัวรอดจากฝูงซอมบี้ให้ได้

 

ซอมบี้ฝั่งเอเชียดูจะทะมัดทะแมงกว่าซอมบี้โซนอเมริกาเยอะ

 

ใครที่คุ้นกับซอมบี้ฝั่งอเมริกา (เช่นจากเรื่อง The Walking Dead) ที่มักจะค่อยๆ เดินอืดๆ เข้ามา จะน่ากลัวเฉพาะแค่ตอนมันมาเป็นฝูงเท่านั้นแหละพ มาเจอซอมบี้ฝั่งเอเชียซะก่อนครับ ทั้งวิ่ง ทั้งกระโดด แบบนี้ลำพังแค่ตัวเดียวก็ว่าแย่แล้วครับ เจอเป็นฝูงนี่ยิ่งแบบว่า แทบจะสิ้นหวังกันเลยทีเดียวล่ะครับ และเราก็ต้องมาลุ้นเอาใจช่วยว่าเฮซอนนั้นจะมีชีวิตรอดไปเจอแฟนหนุ่มของเธอได้หรือไม่ และคนเขียนบทเขาเตรียมจุดหักมุมของหนังเอาไว้ยังไงอีกล่ะ ซึ่งตรงนี้ไม่ขอพูดถึงนะครับ

 

คุณภาพของงานอนิเมชั่น

งานอนิเมชั่นเรื่องนี้ใช้ลายเส้นแบบไม่ละเอียดมากครับ ถ้าใครติดการดูอนิเมชั่นของญี่ปุ่นแล้ว ผมว่าเรื่องนี้ยังสู้ไม่ได้ครับ ทั้งรายละเอียด ทั้งการแสดงออกทางหน้าตาท่าทางของตัวละคร อาจจะไม่ถูกใจบางคนซักเท่าไหร่ เพราะตัวผมเองก็รู้สึกว่าการ์ตูนดูแข็งๆ ไปครับ

 

เนื้อเรื่องของหนัง

อย่างที่บอกครับ แม้แต่เรื่องนี้มันก็ยังไม่ใช่ “ต้นเรื่อง” ของวิกฤติการณ์ซอมบี้ในเกาหลี และถ้าจะให้ว่ากันจริงๆ แล้ว ใน Train to Busan ยังมีการเชื่อมโยงถึงที่มาของวิกฤติการณ์ครั้งนี้มากกว่าเลยด้วยซ้ำ Seoul Station นี่อาจจะจัดได้ว่าเป็น Spin-off ของ Train to Busan ซะมากกว่า หรือ มองอีกแง่ การที่ Train to Busan ผลิตตามหลัง Seoul Station ก็อาจจะเพื่อโยงเรื่องไปถึงจุดกำเนิด เพราะมันขาดหายไปใน Seoul Station นั่นเอง

 

หลักๆ ของหนังก็คือ การพยายามลุ้นว่าตัวเอกจะรอดหรือไม่ ก็ประมาณนั้น

 

มันเป็นเรื่องราวของหายนะ ฉะนั้นอย่าไปคาดหวังว่าเรื่องมันจะจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งนะครับพี่น้อง

นอกจากนี้ ในหนังมันยังมีความไม่สมเหตุสมผลในหลายๆ เรื่องอยู่ เช่น แฟนของเฮซอนที่นิสัยเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่กลับเสี่ยงตายเพื่อช่วยเฮซอนมากกว่าที่คิด หรือ แม้แต่ตอนหักมุมของเรื่อง ที่ชวนให้เราคิดว่าคนนิสัยแบบนี้ มันทำตัวแบบนี้ได้ยังไง อะไรแบบนี้

 

มีคนรีวิวว่าเรื่องนี้พูดถึงความเหลื่อมล้ำ หรือปัญหาทางสังคม

ผมลองไปดูรีวิวของคนอื่นๆ ที่พูดถึงหนังเรื่องนี้ แล้วกลับมาทบทวนว่าได้เห็นอะไรจากหนังเรื่องนี้บ้าง ก็ต้องขอบอกว่ามันก็มีบางส่วนที่พูดถึงปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมบ้าง เช่น แสดงให้เห็นถึงสภาพของคนไร้บ้านที่ต้องไปอาศัยนอนตามสถานีรถไฟฟ้า หาเรื่องป่วยเพื่อเข้าโรงพยาบาล และการที่คนทั่วๆ ไปแสดงออกถึงการรังเกียจคนไร้บ้านอย่างชัดเจนมาก รวมถึงตอนท้ายๆ ที่เฮซอนหนีไปหลบแถวอพาร์ทเม้นต์หรูหรา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำว่าในขณะที่มีคนไร้บ้านอยู่เป็นจำนวนมาก ก็มีคนรวยจำนวนมากที่ได้อาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นต์หรูหรา … แต่โดยส่วนตัวผมว่ามันก็ไม่ได้ย้ำเรื่องนี้มากมายนักครับ

 

สภาพของคนไร้บ้านในเรื่อง

 

ผมมองว่าคนทำอนิเมชั่นก็คงอยากจะแฝงปัญหาพวกนี้เพื่อให้สื่อเข้าไปในหนังนั่นแหละ แต่มันยังแฝงได้ไม่เนียนเท่าไหร่

 

บทสรุปของ Seoul Station

ถ้าคุณคาดหวังเอาไว้สูงเพราะ Train to Busan ก็เตรียมผิดหวังเอาไว้ได้เลยครับ มันสู้ Train to Busan ไม่ได้จริงๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่เรื่องนี้ไม่ได้ฮิตเปรี้ยงปร้างเหมือน Train to Busan ซึ่งส่วนนึงเพราะตัวเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ไปจาก Train to Busan อยู่แล้ว และอีกส่วนก็คือ คุณภาพงานอนิเมชั่นและตัวเนื้อเรื่องมันก็สู้ไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ

ผมให้เรื่องนี้ได้ 5/10 เท่านั้นแหละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: