ไปหม่ำมาแล้ว … จกโต๊ะเดียว

Print Friendly

จกโต๊ะเดียว

 

อยู่มาวันนึง คุณแม่ก็ถามว่าอยากไปกินจกโต๊ะเดียวไหม คือ ไม่ปฏิเสธเลยครับ เพราะร้านนี้การจะจองกินก็ไม่ใช่เล่นๆ ซักเท่าไหร่ คือ ถ้าโชคดีจังหวะเหมาะ สัปดาห์เดียวก็ได้กิน แต่ถ้าโชคร้ายคิวแน่น ก็อาจจะต้องรอกันเป็นเดือน … เคสของผมนี่ก็จองล่วงหน้ากันซักเดือนเห็นจะได้ ฉะนั้น กินเสร็จแล้วต้องมาเขียนถึงซักหน่อยครับ

 

ทำไมถึงเรียกว่า จกโต๊ะเดียว?

 

แบ่งเป็นสองห้อง ห้องละสองโต๊ะ

 

เผื่อใครยังไม่รู้จักร้านนี้ ทำไมร้านนี้มันต้องเรียกว่า จกโต๊ะเดียว … คำตอบคือ เพราะเจ้าของร้านชื่อจกครับ แล้วเมื่อก่อนนี้ทั้งร้านมีโต๊ะเดียวครับ และนั่นเลยทำให้กว่าจะจองคิวกินได้นานมากทีเดียว แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นครับ เขาเพิ่มรอบมื้อกลางวันเข้าไป และเพิ่มจำนวนโต๊ะเป็น 4 โต๊ะแล้ว (แต่ยังคงชื่อร้านว่า จกโต๊ะเดียว อ่ะนะ)

 

Newsweek บอกว่านี่คือ 1 ใน 101 ร้านที่ต้องมากิน

 

จกโต๊ะเดียว นี่ได้รับการรวมไว้เป็น 101 ร้านสุดยอดทั่วโลกที่ต้องไปกิน ของ Newsweek เลยทีเดียว และเจ๋งจ๊าบสุดของร้านคือปูนึ่งครับ

 

มีเมนูอะไรให้เลือกบ้าง? แล้วต้องไปกินกันกี่คน?

จกโต๊ะเดียว จะไม่มีเมนูครับ เพราะมันอยู่ที่ว่า ณ วันที่เราจะไปกิน มันมีวัตถุดิบอะไรอยู่บ้าง แต่ไม่ต้องห่วง มันประณีประนอมกันได้ครับ และเมนูที่มีแน่ๆ ก็จะเป็นพวก เกี๊ยวกุ้ง ปูนึ่ง ปลาเก๋าต้มบ๊วย กระเพาะปลาผัดแห้งใส่เห็ดหอม แปะก๊วยคั่วเกลือ อะไรแบบนี้ … ตอนจองก็ลองถามๆ ดูได้ครับ

ทีนี้บางคนก็อาจจะถามต่อว่า แล้วเห็นหลายๆ รีวิวของร้านนี้ ไปกัน 10 คนซะส่วนใหญ่ จำเป็นต้องไป 10 คนไหม? ผมถามลูกชายเฮียจกมาเอง เขาบอกว่า 4-5 คนก็ได้ครับ เพียงแต่ว่าจำนวนชนิดของอาหารก็จะลดน้อยลงไปครับ เพราะถ้าจัดเต็มมาจนครบ รับรองว่ากินกันไม่หมดแน่นอน แต่ถ้าจะให้ดีๆ ก็ควรจะเป็น 10-12 คนนี่แหละ กำลังดี … อย่างครั้งนี้ที่ผมไป ก็จัดสองโต๊ะ 20 คนครับ โต๊ะละ 10 คน

 

รสชาติและคุณภาพของอาหารเป็นยังไง?

ด้วยความที่ไปโต๊ะละ 10 คน ก็เลยเลือกคอร์สอาหาร 10 อย่างครับ นี่ก็เล่นกินกันจุกแล้ว ถ้ามาแบบจัดเต็ม 13 อย่างไม่รอดแน่นอน … อาหารก็ตามนี้เลยครับ

 

แปะก๊วยคั่วเกลือ

 

จานแรก แปะก๊วยคั่วเกลือ … ผมเป็นคนไม่ชอบแปะก๊วย เลยไม่อยากวิจารณ์อะไรมาก แต่ก็ลองชิมครับ แปะก๊วยนี่เป็นแบบเหมือนเคลือบน้ำตาลไว้ แล้วก็เอาไปคั่วกับเกลือ มันเลยออกเค็มๆ หวานๆ แล้วก็มีแกล้มด้วยหอมเจียว อันนี้เอามาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยครับ

 

เกี๊ยวกุ้ง

เกี๊ยวกุ้ง

 

จานที่สอง เกี๊ยวกุ้ง โรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวและต้นหอมซอย ใครที่ไม่ชอบกระเทียม ไม่ชอบต้นหอม เขี่ยกันสนุกแน่ เพราะมันคลุกมาเข้าทุกซอกทุกมุมจริงๆ (ฮา) แต่รสชาตินี่ใช้ได้ทีเดียวครับ ผมไม่แนะนำให้จิ้มจิ๊กโฉ่วหรือซีอิ๊วที่เขาให้มา แต่จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดดีกว่า (น้ำจิ้มซีฟู้ดของที่นี่รสชาติกลมกล่อมมาก) เกี๊ยวกุ้งนี่ กุ้งเป็นตัวๆ เลยครับ ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็เต็มตัว กรุบกรอบดี

 

ปอเปี๊ยะเผือก

 

จานที่สาม ปอเปี๊ยะเผือก ซึ่งผมว่าเป็นจานเรียกน้ำย่อยที่ดีอีกอันครับ ทั้งในแง่ของความกรอบ รสชาติ และปริมาณ … คือ มันกินเพลินมาก จิ้มน้ำจิ้มหวานนะ อร่อยเลย แต่ปริมาณนี่ ถ้าโต๊ะนึงไปกันสิบคนละก็ แย่งกันกินอ่ะครับ

 

ปลาหิมะเจี๋ยน

 

จานที่สี่ ปลาหิมะเจี๋ยนซีอิ๊ว ซึ่งทอดได้กำลังดีทีเดียว กำลังกรอบนิดๆ ด้านนอก เนื้อยังสุกกำลังดี นุ่มฉ่ำ ได้รสชาติเค็มจางๆ ของซีอิ๊ว ทานคู่กับผักกาดแก้วที่เป็นเครื่องเคียง รองจาน อร่อยเริ่ด … จานนี้ถือว่าแพงเป็นอันดับสองของร้านครับ สนนราคาประมาณ 2,500 บาท

 

ปูนึ่ง

 

จานที่ห้า ปูนึ่ง จะเรียกว่าเป็นไคลแม็กซ์ของมื้อนี้ก็ได้ โต๊ะนึงมา 10 คนก็เลยจัดปูนึ่งมาให้สามตัวครับ สนนราคาก็แล้วแต่ขนาดปูที่ได้มาช่วงนั้น ที่ได้มานี่เป็นปูเนื้อกับปูไข่รวมๆ กัน ปูไข่เขาก็ใส่กระดองมาให้ด้วย แคะไข่ปูกินเพลินเลย ทางร้านแกะปูมาให้เกือบครบถ้วนแล้ว เราแค่ทำหน้าที่กินเท่านั้นครับ ก้ามก็กินง่าย เนื้อปูก็กินง่าย อาจจะต้องแคะเนื้อตรงส่วนข้อของก้ามเพิ่มนิดหน่อย … เนื้อหวานมาก แทบไม่ต้องกินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดเลย แต่ถ้าจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดยิ่งเข้ากัน อร่อยเหาะ

 

กระเพาะปลาผัดแห้งใส่เห็ดหอม

 

จานที่หก นี่ก็มาครึ่งทางแล้วครับ กระเพาะปลาผัดแห้งใส่หัวหอม ที่ผมว่าผัดไม่แห้งซักเท่าไหร่ อันนี้แอบรู้สึกว่ายังไม่ถูกปากนัก อาจจะเพราะเคยกินแต่แบบผัดกับไข่ด้วยละมั้ง อันนี้ไม่มีอะครับ อันนี้สำหรับผม ผมว่ารสชาติงั้นๆ

 

ขาห่านอบบะหมี่

 

จานที่เจ็ด ขาห่านอบบะหมี่ อันนี้ก็ของดีสำหรับหลายๆ คนครับ แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบขาห่าน สิ่งที่กินได้มันก็แค่บะหมี่อ่ะครับ คนที่ชอบขาห่านก็จะบอกว่าอร่อย ส่วนคนที่ไม่ชอบ เช่น น้องชายของผม กินแล้วก็บอกมันเหมือนกับหนังหมูของขาหมู ที่รสชาติแย่กว่า (ฮา) จานนี้บอกตรงๆ ว่า นานาจิตตัง ครับผม

 

ปลาเก๋าต้มบ๊วย

 

จานที่แปด เกือบปิดท้ายแล้ว เนื้อปลาเก๋าต้มบ๊วย ยอดเยี่ยมมากสำหรับคนชอบทานอาหารจำพวกซุป เนื้อปลาเก๋านี่สดอร่อยมาก และแล่มาดี กำจัดก้างออกซะเกลี้ยง กินนี่ไม่ต้องกลัวก้างเลย น้ำซุปมีรสชาติของบ๊วยชัดเจนมาก ถ้าเป็นหวัดอยู่มาซดๆ ไปนี่แบบว่า อาการน่าจะดีขึ้นเลย

 

ราดหน้าทะเล

 

จานที่เก้า อันนี้คือสิ้นสุดอาหารคาวแล้วครับ เส้นใหญ่ราดหน้าทะเล ซึ่งมีปลาหมึกกรอบและเป๋าฮื้อ และเส้นใหญ่ผัดไว้แยกต่างหาก ผัดเส้นมารสชาติดีครับ และก็ราดหน้ารสชาติโอเคทีเดียว แต่ ณ จุดนี้เริ่มอิ่มตื้อแล้ว ต่อมรับรสเลยไม่ค่อยทำงานซักเท่าไหร่ (ฮา)

 

โอนีแปะก๊วย

 

จานสุดท้าย ปิดฉากด้วยของหวาน โอนีแปะก๊วย ครับ อันนี้โนคอมเม้นต์ เพราะผมไม่ชอบแปะก๊วย และเจ้านี่ผมก็ไม่ชอบเช่นกันครับ เลยไม่รู้รสชาติ (ฮา)

 

สรุปการกิน จกโต๊ะเดียว เป็นยังไงบ้าง?

บรรยากาศการกินครึกครื้นมากครับ เพราะกินกันแบบ 10 คนนี่นะ แย่งกันกินสนุกมาก ยิ่งถ้าเกิดรวมพลคนสายแข็งไปนะ มีฮามาก เฮียจกและลูกชายแกก็คอยมาดูแล เพราะโต๊ะน้อยไง ดูแลได้ทั่วถึง นี่คือข้อดี บรรยากาศนี่แบบ เหมือนไปกินข้าวบ้านเพื่อนยังไงยังงั้น

รสชาติ จัดว่าโอเคครับ แต่เห็นหลายๆ รีวิวบอกว่าไม่ดีเท่าเดิม แต่เนื่องจากไม่เคยกินของเดิมเลยตอบไม่ได้ แต่เรียกว่าไม่ผิดหวังก็แล้วกัน ทว่าต้องเข้าใจเรื่องราคากันหน่อยนะครับ เพราะเขาเลือกใช้ของคุณภาพดี ราคาก็ย่อมสูงเป็นธรรมดา นี่ไปกิน 20 คน หมดไป 26,070 บาทครับ ก็ตกคนละ 1,303 บาท ครับ … สำหรับใครที่สนใจจะไปกิน แนะนำว่าเผื่องบไว้ซัก 1,500-1,600 บาทครับ กำลังดี

 

ขอถ่ายรูปคู่กับเฮียจกด้วยครับ อิอิ

 

ปิดท้าย ทุกคนที่มากินที่นี่ก็จะขอถ่ายรูปกับเฮียจกครับ เฮียเขาก็จะมายืนอยู่เป็นแบ็กกราวด์ถ่ายคู่กับแขกที่มาทานอาหาร ส่วนผม ผมขอถ่ายคู่ซะเลย ซึ่งเขาก็ยินดีครับ แหม่ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับผม เฮียจกแกไม่ถือตัวเลยครับ คุยสนุกทีเดียว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: