สมาร์ทโฟนระเบิด มันเกิดขึ้นได้ยังไง?

เคส Samsung Galaxy Note 7 ระเบิดในออสเตรเลีย

 

ต้นเดือนที่ผ่านมา กระแสที่ฮือฮากันมากในวงการสมาร์ทโฟนคือข่าวการระเบิดของ Samsung Galaxy Note 7 สมาร์ทโฟนเรือธงจากค่ายเกาหลีตัวล่าสุด ซึ่งเกิดขึ้นประมาณ 35 เคส จากยอดขายทั่วโลก ณ ช่วงเวลานั้น 2.5 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ Samsung ต้องออกมาขอโทษ และเรียกคืน Samsung Galaxy Note 7 และหน่วยงานด้านการบินก็มีมาตรการต่อ Samsung Galaxy Note 7 เป็นพิเศษ ชนิดเรียกว่าห้ามเปิดใช้งานบนอากาศยานกันเลยทีเดียว

แต่ถามว่า เหตุการณ์สมาร์ทโฟนระเบิดนี่ เกิดขึ้นแต่เฉพาะกับ Samsung Galaxy Note 7 หรือเปล่า? คำตอบก็คือไม่ใช่ครับ Samsung เองก็เคยเจอเคสระเบิดมาหลายหนแล้ว เช่น Galaxy S4 เองก็เคยเจอ จนกระทั่งต้องออกมาเปิดเผยว่าอยู่ในระหว่างการวิจัยแบตเตอรี่แบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว (แต่สงสัยจะยังทำไม่เสร็จ เลยเจออีกเด้งใน Galaxy Note 7) หรือแม้แต่คู่แข่งรายสำคัญอย่าง iPhone เองก็มีเคสระเบิดหลายหนครับ ซึ่งล่าสุดเท่าที่ผมค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ตก็คือเคส iPhone 6 ระเบิดในออสเตรเลีย ส่งผลให้เจ้าของบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ระดับสามเลยทีเดียว

ในตัวของสมาร์ทโฟนเอง ถ้าจะถามว่ามีอะไรที่ทำให้เกิดการระเบิดได้ ก็คงต้องตอบว่ามันคือแบตเตอรี่ครับ แต่คำถามที่หลายๆ คนสงสัยอาจจะเป็น แล้วแบตเตอรี่มันระเบิดได้จริงดิ้?

 

ทำไมแบตเตอรี่ถึงระเบิดได้?

แบตเตอรี่อะ มันระเบิดได้อยู่แล้วครับ ถ้าเราลองเอาพวกถ่านอัลคาไลน์มาดู หรือหากยังใช้สมาร์ทโฟนแบบที่ยังถอดแบตเตอรี่ได้อยู่ ก็ลองแกะแบตเตอรี่ที่เป็นลิเธียมไอออนออกมาดูครับ จะเห็นว่ามีคำเตือนว่าแบตเตอรี่อาจจะระเบิดได้ในหลายๆ กรณี เช่น การใส่สลับขั้ว การเอาไปเผาไฟ (หรือพูดง่ายๆ หากร้อนมากๆ ก็ระเบิด)

ยิ่งถ้าเป็นแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน จะมีการระบุชัดเจนว่า ให้ใช้กับตัวชาร์จที่กำหนดเท่านั้น (หรือพูดง่ายๆ ใช้ตัวชาร์จที่แถมมา หรือใช้ยี่ห้อที่คุณภาพดีๆ)

 

อ่านดีๆ จะเห็นว่าแบตเตอรี่จะมีคำเตือนเรื่องการระเบิดอยู่แล้ว

อ่านดีๆ จะเห็นว่าแบตเตอรี่จะมีคำเตือนเรื่องการระเบิดอยู่แล้ว

 

ไม่ต้องเอาแนวคิดวิทยาศาสตร์อะไรมากมายมากอธิบายนะครับ (เห็นมีหลายๆ เว็บพูดถึงเรื่อง Thermal runaway ด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่เสียเวลาอธิบายเยอะ) ผมขอสรุปสั้นๆ แบบภาษาชาวบ้านว่า ปัจจัยที่สามารถเป็นสาเหตุให้แบตเตอรี่ระเบิดได้มันพอจะมีอะไรกันบ้าง

 

ระเบิดเพราะแบตเตอรี่ร้อนจัดเกินไป

อย่างที่เห็นในคำเตือนบนก้อนแบตเตอรี่อ่ะนะครับ แบตเตอรี่ที่ร้อนจัดเกินไปมันก็ระเบิดครับ ง่ายๆ เพียงแต่ปกติแล้ว มันก็ต้องเจอความร้อนจากภายนอกมากระดับนึงครับ อย่างเช่น การทดสอบโดยการทำให้แบตเตอรี่ในโน้ตบุ๊กเกิดปรากฏการณ์ Thermal Runaway นี่เป็นต้น … คือไม่ต้องเข้าใจอะไรมากไปกว่า แบตเตอรี่ถ้าร้อนมากๆ ก็ระเบิดได้ ก็แล้วกัน

 

 

สูตรไฟฟ้าแบบง่ายๆ นะครับ P = I2R ครับ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวต้านทาน ก็จะเกิดพลังงานขึ้น พลังงานที่ว่าก็คือความร้อนครับ ฉะนั้นกระแสไฟยิ่งมาก ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดความร้อนสูงครับ ความร้อนนี้เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะมันคือ “พลังงานที่สูญเสีย” ไป เพราะกระแสไฟวิ่งผ่านโหลดครับ โดยปกติแล้ว การออกแบบอุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะคิดถึงเรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว จึงให้มีการระบายความร้อนที่เหมาะสม แต่มันก็มีหลายๆ ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนมากจนเกินไป จนบึ้มกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ได้เช่น

  • แบตเตอรี่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งมักจะเกิดจากการใช้แบตเตอรี่ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ซะเป็นส่วนใหญ่ แบตเตอรี่พวกนี้มักจะมีราคาถูก เพราะตัดพวกวงจรป้องกันที่ควรมีออกไปน่ะครับ เมื่อไร้การป้องกัน เวลาชาร์จแบตเตอรี่ มันก็อาจจะร้อนจนเกินควรได้
  • ตัวชาร์จไม่ได้คุณภาพ อันนี้ก็เป็นไปได้ครับ เพราะพวกที่มีคุณภาพ เขาก็จะมีวงจรไฟฟ้าในการควบคุมการจ่ายไฟ และให้มีการตัดการชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เต็ม (ซึ่งสำคัญมาก เพราะแบตเตอรี่ก็เหมือนถังน้ำครับ กระแสไฟก็เหมือนน้ำ เวลาเต็มแล้ว ยังชาร์จเข้าไปอีก ก็ไม่ดีต่อแบตเตอรี่) ความร้อนก็เกิดขึ้นเมื่อเกิดการโอเวอร์ชาร์จ
  • การออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้งานในปัจจุบัน เช่น
    • การพยายามยัดความจุแบตเตอรี่มากๆ ในขนาดเท่าเดิม ส่งผลให้อะไรต่อมิอะไรก็ต้อง บางลง เล็กลง ซึ่งส่งผลให้การระบายความร้อนทำได้จำกัดจำเขี่ยมากขึ้น เกิดความร้อนได้ง่ายขึ้น
    • การทำสเปกของหน่วยประมวลผล และหน่วยประมวลผลกราฟิก ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ก็ส่งผลต่อความร้อนของระบบที่มากขึ้น และส่งผลกระทบต่อตัวแบตเตอรี่เองด้วย
    • การชาร์จแบตเตอรี่เร็ว หรือที่เรียก Fast charge นี่ก็ตัวดีครับ เพราะการชาร์จเร็ว หมายความว่าต้องอัดกระแสไฟฟ้า และแรงดันไฟฟ้าให้มากกว่าปกติ ซึ่งก็ส่งผลต่อความร้อนที่สูงเพิ่มขึ้นเช่นกัน พลังงาน = แรงดันไฟฟ้า × กระแสไฟฟ้า สูตรทางไฟฟ้าแบบง่ายๆ ครับ และพลังงานที่มาก ก็ส่งผลต่อความร้อนที่มากตามนั่นแหละ
    • ดีไซน์ของตัวสมาร์ทโฟนที่ต้องสวยงาม เรียบหรู วัสดุบางอย่างที่คนชอบกัน (เช่น กระจก) มันส่งผลต่อความสามารถในการระบายความร้อนของสมาร์ทโฟน และแน่นอน ต่อตัวแบตเตอรี่ด้วย
  • การใช้งานในระหว่างที่ชาร์จแบตเตอรี่ ก็ส่งผลให้เกิดความร้อนสูงขึ้นได้เช่นกัน เพราะตอนชาร์จแบตเตอรี่มันก็ร้อนอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเกิดใช้งานไปด้วย เช่น ใช้ 4G ต่อเน็ต หรือเล่นเกม หรือดูหนังที่ต้องใช้การประมวลผลกราฟิกหนักๆ ก็เป็นการเพิ่มความร้อนให้แก่ระบบเช่นกัน

 

ระเบิดเพราะไฟฟ้าลัดวงจร

ไฟฟ้าลัดวงจรทำบึ้มได้ครับ ไม่ใช่แค่เฉพาะแบตเตอรี่เท่านั้นหรอกนะ นึกถึงข่าวไฟฟ้าลัดวงจรแล้วเกิดไฟไหม้ หรือหม้อแปลงแถวบ้านเกิดมีนกหรือกระรอกเข้าไปเกาะปีนป่าย แล้วเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หม้อแปลงบึ้มสิ ประมาณนั้นแหละ … ซึ่งจริงๆ แล้ว การลัดวงจร ก็จะก่อให้เกิดความร้อนสูงขึ้นครับ และก็นำไปสู่แบตเตอรี่บึ้มเพราะความร้อนมากไปนั่นแหละนะ

ถามว่าแล้วการลัดวงจรมันเกิดจากอะไรได้บ้าง? คำตอบที่พบเห็นได้ส่วนใหญ่ก็คือ

ที่น่าสนใจคือ Samsung บอกว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ Samsung Galaxy Note 7 ที่ผู้ใช้งานยังไม่ได้นำมาคืน เกิดการระเบิดขึ้นอีก ก็จะออก OTA อัพเดตเพื่อให้การชาร์จแบตเตอรี่ทำได้สูงสุดที่ 60% ของความจุเต็ม 3,500mAh หรือก็คือเหลือแค่ 2,100 mAh ไปเลย ซึ่งมันก็แปลก เพราะถ้าปัญหาคือ ขั้วบวกขั้วลบช็อต แล้วการลดความจุของแบตเตอรี่มันจะช่วยอะไรได้? ตรงนี้เข้าใจว่า พอความจุมันไม่เยอะมาก ความร้อนก็จะน้อยลง และไอ้ความร้อนเนี่ย อาจจะมีผลต่อปัญหาขั้วบวกกับขั้วลบช็อตกันนี่แหละมั้ง

 

กลัวแบตเตอรี่จะระเบิด จะป้องกันยังไง?

จะบอกว่ามีทางไหมที่จะทำให้แบตเตอรี่ไม่ระเบิดแน่นอน … คำตอบคือ คงไม่มีอะครับ ไม่งั้นเขาคงไม่มีการพิมพ์คำเตือนไว้บนแบตเตอรี่ทุกก้อน และพวกสายการบินต่างๆ เขาถึงต้องห้ามเอา PowerBank หรืออุปกรณ์ใดๆ ก็ตามที่มีแบตเตอรี่ โหลดใต้เครื่อง จริงปะล่ะ

แต่ถ้าเราปรับพฤติกรรมของเราซักหน่อย เราก็สามารถลดความเสี่ยงของการระเบิดของแบตเตอรี่ได้ครับ

  • หากใครใช้สมาร์ทโฟนรุ่นที่ยังเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ก็แนะนำให้ใช้แบตเตอรี่แท้นะครับ ของปลอมมันถูกกว่าเยอะน่ะใช่ แต่นั่นก็เพราะกระบวนการผลิตมันไม่ได้มาตรฐานพอ อุปกรณ์ที่นำมาใช้ รวมถึงมาตรการป้องกันที่ควรจะมีก็ไม่ดีพอเช่นกัน
  • ตัวชาร์จถ้าเป็นไปได้ก็ควรใช้ของยี่ห้อนั้นๆ ไป เพราะมันมั่นใจได้มากกว่า ไอ้ที่ชาร์จที่วางขายกันเกลื่อนริมถนน หรือตามร้านมือถือตู้ ถ้าจะซื้อหามาใช้ก็คือยอมรับความเสี่ยงไปตามสภาพนะครับ … หากไม่สะดวกใจใช้ของยี่ห้อนั้นๆ ก็เลือกยี่ห้อที่ดีมีคุณภาพ ซึ่งก็มี 3rd party มากมาย ที่ทำที่ชาร์จแบตเตอรี่ดีๆ มาขาย ก็ซื้อแบบนั้นมาใช้ก็ได้ครับ
  • จะใช้ Fast charge ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกนะ แต่ให้คอยเช็คหน่อยก็ดีว่าใช้แล้วเกิดอาการร้อนผิดปกติหรือเปล่า เพราะต่อให้ใช้ที่ชาร์จของยี่ห้อและรุ่นนั้นๆ แล้วก็ตาม ต้องระลึกไว้เสมอว่า Fast charge คือการอัดไฟแรงดันสูงๆ กระแสไฟมากๆ เข้าไปเพื่อให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เสร็จเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นภาระของแบตเตอรี่ครับ ต่อให้มีมาตรการป้องกันที่ได้มาตรฐานแล้ว ก็อย่าวางใจมาก … โดยส่วนตัวของผม ถ้าไม่ใช่แบบว่ารีบด่วนจริงๆ เช่น ลืมชาร์จ แล้วต้องรีบออกจากบ้านหรือออฟฟิศแล้ว ผมจะเลือกชาร์จแบบปกติมากกว่า

ก็ประมาณนี้แหละนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: