เซ็ต QNAP Turbo NAS ให้เป็น Media Server ด้วย Plex Media Server ตอนที่ 2

QNAP Plex Server

มาถึงตอนที่ 2 ของซีรี่ส์การแปลง QNAP Turbo NAS ให้เป็น Media server ในบ้านซะทีครับ ในตอนแรกผมได้อธิบายเกี่ยวกับ Plex Server ให้ทราบแล้วนะครับ ว่าแม้ตัวเซิร์ฟเวอร์จะฟรี แต่ตัว Plex Player เนี่ย จะใช้ให้เต็มเหนี่ยวก็ต้องเสียตังค์กันหน่อย แต่ว่ามันก็ไม่ได้แพงอะไรหรอกนะครับ ชิลๆ ไม่ถึงสองร้อยบาท (ต่อระบบปฏิบัติการ และอย่างมากก็มี Android, iOS และ Windows Phone) ทีนี้เรามาดูกันต่อว่า แล้ว Plex Server มันตั้งค่ายังไงครับ

 

ติดตั้ง Plex Server

การติดตั้ง Plex Server นี่ไม่ยากเลยครับ ไปดาวน์โหลดได้จาก QNAP App Center ในตัว QNAP Turbo NAS นั่นแหละ พิมพ์หาแอปชื่อ Plex ไปเลยครับ จากนั้นก็คลิก Install

ดาวน์โหลด Plex Server จาก QNAP App Center

 

แต่แอบบอกนิดนึงคือ Plex Server ที่ดาวน์โหลดจาก App Center นี่จะออกช้ากว่าไปดาวน์โหลดจากเว็บ http://www.plex.tv/downloads โดยตรงครับ ฉะนั้นใครอยากได้เวอร์ชันใหม่สุดๆ แนะนำให้ไปดาวน์โหลดไฟล์จากที่นี่ แล้วเอามาติดตั้งแบบ Manual แทนครับ

 

ดาวน์โหลด Plex Server จากเว็บ Plex.tv

ติดตั้งแอปเองให้กับ QNAP Turbo NAS

 

การติดตั้งก็แค่ดาวน์โหลดไฟล์ .qpkg จากเว็บมา แล้วเปิด App Center ขึ้นมา คลิกที่ฟันเฟือง ก็จะเรียก Settings ขึ้นมา ซึ่งในนี้ สามารถติดตั้งแอปแบบ Manual ได้ครับ

 

เริ่มต้นหัดใช้ Plex Server

ติดตั้งเสร็จ ก็พร้อมใช้งานเลยครับ แค่อ่านเงื่อนไขการใช้งานแล้วคลิก Agree จากนั้นก็ล็อกอินพร้อมใช้ได้เลย ถ้ายังไม่ได้สร้างบัญชีกับ Plex เอาไว้ ก็ไปสมัครได้ครับ จากเว็บ Plex.tv นั่นแหละ

 

ติดตั้งเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไร แค่คลิก Agree ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน

ล็อกอินเข้าระบบของ Plex ก่อน

 

ในการใช้งานครั้งแรกที่ล็อกอินเข้าไป ก็จะเข้าสู่ Wizard ของการติดตั้ง ซึ่งจริงๆ ขั้นตอนก็ง่ายๆ ครับ ประกอบไปด้วยการสร้าง Library > เลือกว่าไฟล์หนังมันเก็บเอาไว้ที่ไหน > ดาวน์โหลด Plex Player ก็เท่านั้นเอง

 

ไม่จำเป็นต้องสมัคร Plex Pass ครับ คลิก x ตรงมุมบนขวาเลย

 

ตอนล็อกอินเข้ามา มันจะพยายามชวนให้เราสมัคร Plex Pass ซึ่งจะมีคุณสมบัติเสริมบางอย่างเข้ามา เช่น การทำ Cloud sync หรือ Mobile sync (ซึ่งอันนี้จะช่วยให้เราซิงก์เอาไฟล์หนังไปเก็บไว้บนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้) แต่มันเสียค่าบริการเป็นรายเดือน หรือไม่งั้นก็ต้องเสียแบบแพงเอาเรื่อง ($149.99 หรือประมาณ 5,300 บาท) เพื่อจะได้เป็นแบบ Lifetime ไปเลย

 

โปรแกรมจะตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์อัตโนมัติ

จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการสร้าง Library

 

ไม่ต้องทำอะไรเลย Wizard จะทำการเช็คให้เสร็จว่ามีเซิร์ฟเวอร์ไหม แล้วเราก็แค่คลิก Next เพื่อเริ่มการสร้าง Library คลิก Add Library เลยครับ

 

เลือกชนิดของ Library ที่จะสร้าง

จากนั้นก็เลือกชื่อของ Library

 

ขั้นตอนการสร้าง Library ก็ค่อนข้างตรงไปตรงมา (และเราควรเรียนรู้เอาไว้ เผื่อต้องสร้างหลายๆ อัน) เริ่มจากเลือกก่อนว่าจะสร้าง Library แบบไหน ซึ่งในกรณีของคนที่จะทำ Plex Server เพื่อไว้เก็บหนัง ก็จะใช้ Library อยู่สองแบบหลักๆ คือ

  • Movie ซึ่งเอาไว้สำหรับเก็บพวกไฟล์หนังต่างๆ เป็นหลัก เหมาะสำหรับพวกเรื่องเดียวจบ ตอนเดียวจบครับ
  • TV Shows ซึ่งเอาไว้สำหรับเก็บพวกหนังซีรี่ส์ เพราะมันสามารถแยกเป็น Season และ Episode ได้

ตัว Plex Server เนี่ย มันมีฟีเจอร์เด็ดที่ช่วยดึงข้อมูลหนังหรือซีรี่ส์ต่างๆ มาอัพเดตให้เราโดยอัตโนมัติครับ มันดึงหน้าปกหนัง ดึงแบ็กกราวด์ และถ้าเป็นซีรี่ส์นี่คือแบบว่า ดึงเพลงประกอบซีรี่ส์ หรือแยกซีซั่นให้ด้วย

 

Plex Media Server สามารถดึงข้อมูลหนังหรือซีรี่ส์จากเน็ตมาแสดงได้โดยอัตโนมัติ

 

ซึ่ง Plex Server นี่สามารถสแกนโฟลเดอร์ทั้งหมดที่เราตั้งค่าไว้ได้ ฉะนั้นไม่ว่าเราจะเก็บไฟล์หนังหรือซีรี่ส์ไว้ในโฟลเดอร์ใดก็ตาม มันสแกนเจอหมดครับ แต่การที่จะให้มันดึงข้อมูลมาให้โดยอัตโนมัตินั้น จุดสำคัญคือการตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ครับ คือมันมีหลักการแบบนี้

กรณีที่เป็นหนัง

  • ปกติแล้ว เก็บแต่ไฟล์หนังไว้ก็พอ ก็ตั้งชื่อแบบนี้เลยครับ ชื่อหนัง (ปี).นามสกุล เช่น Captain America – Winter Soldier (2014).mkv เป็นต้น แบบนี้ Plex Server ก็จะหาข้อมูลของหนังเรื่องนี้ได้ค่อนข้างแม่นเลยล่ะ
  • ในกรณีที่เรามีข้อมูลมากกว่าแค่ไฟล์หนัง เช่น เราเก็บพวกรูปโปสเตอร์ ไฟล์ซับไตเติ้ล ฯลฯ เอาไว้ เราก็เก็บรวมๆ เป็นโฟลเดอร์ ก็ตั้งชื่อโฟลเดอร์เป็น ชื่อหนัง (ปี) ได้ครับ เช่น /Captain America – Winter Soldier (2014) เป็นต้น

กรณีที่เป็นซีรี่ส์

ความแตกต่างของซีรี่ส์กับหนังคือ ซีรีส์เรื่องเดียว อาจมีหลายซีซั่น และในแต่ละซีซั่นก็อาจจะมีหลายตอนครับ ฉะนั้นแนวทางในการตั้งชื่อของไฟล์ที่เป็นซีรี่ส์จะแตกต่างไปหน่อย คือ ตั้งชื่อโฟลเดอร์หลักคือชื่อซีรี่ส์ก่อน เช่น /CSI Vegas เป็นต้น จากนั้น แต่ละซีซั่นก็จะเป็นโฟลเดอร์ย่อย เช่น /CSI Vegas/Season 01 หรือ /CSI Vegas/Season 02 เป็นต้น แล้วทีนี้ ในแต่ละโฟลเดอร์ซีซั่น ก็จะมีไฟล์ของซีรี่ส์แต่ละตอน (Episode) โดยที่แต่ละตอน ก็ตั้งชื่อแบบนี้ครับ ชื่อซีรี่ส์ SxxEyy.นามสกุล เช่น CSI Vegas S01E01.mp4 ก็หมายถึงซีรี่ส์ชื่อ CSI Vegas ซีซั่น 1 ตอนที่ 1 เป็นต้น

 

ซีรี่ส์เกาหลี หรือประเทศไหนๆ ก็ตาม แม้จะมีซีซั่นเดียว ก็ให้แสดงแบบนี้ดีกว่า

 

ในกรณีของซีรี่ส์เกาหลี จีน หรือประเทศใดๆ ก็ตาม ที่เรื่องนึงมันภาคเดียวจบ ก็ทำแบบเดียวกันครับ จะดีกว่าการเอาไปแปะเป็นหนังแล้วเห็นเป็น 10 เรื่องแยกจากกัน … สู้เอามาเป็นเรื่องเดียว แล้วกดเข้าไป เห็นแค่ซีซั่นเดียว ดีกว่า

 

ในกรณีที่ชื่อไฟล์หนังไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนด

หลายๆ คนก็อาจจะมีไฟล์หนังอยู่ในครอบครองแล้วนับไม่ถ้วน และชื่อไฟล์ก็ไม่ได้ถูกตั้งมาให้เหมาะสมกับการใช้งานกับ Plex Server แต่อย่างใด แบบนี้เวลาที่ Plex Server สแกนเจอ มันก็จะเอาชื่อไฟล์มาวางไว้ ไม่มีโปสเตอร์หนัง ไม่มีข้อมูลใดๆ … แต่ไม่ต้องห่วงครับ วิธีแก้ไขก็ง่ายๆ คือ ตั้งชื่อไฟล์ซะใหม่ หรือไม่ก็ใช้คำสั่ง Match เพื่อให้ Plex Server ดึงข้อมูลมาอีกที

 

หนังบางเรื่อง เราตั้งชื่อมาไม่ดี มันก็หาข้อมูลไม่เจอ

 

วิธีการก็ไม่ยุ่งยากครับ แค่คลิกไอ้ตรงไอคอนสามจุดด้านล่าง ( … ) แล้วคลิกที่ Match เพื่อเข้าสู่คำสั่งดึงข้อมูลหนังมาแบบ Manual

 

ก็ไปคลิกตรงไอคอนสามจุด แล้วเลือก Match

 

แล้วก็พิมพ์ชื่อหนังเป็นภาษาอังกฤษลงไปครับ หากเป็นหนังที่มีชื่อเดียวกัน แต่มีหลายภาค ระบุให้ละเอียดหน่อยก็ดีครับ เช่น Harry Potter มีตั้ง 8 ภาค (ภาคสุดท้ายเป็น 2 ภาค) ก็ใส่ชื่อภาคเข้าไปด้วย เช่น Harry Potter the order of phoenix อะไรแบบนี้ (คือ ไม่ต้องชื่อเป๊ะก็ได้) แล้วเลือก Agent ที่จะใช้ค้นหาครับ (ผมเลือกใช้ The Movie Database)

 

พิมพ์ชื่อหนังเข้าไปเอง

ระบบก็จะค้นหาหนังที่คิดว่าน่าจะใช่มาให้เรา

 

จากนั้น มันก็จะแสดงรายชื่อของหนังที่ตรงกับคำค้นครับ ถ้าเราใส่เป๊ะๆ หน่อย มันก็มักจะเจออันเดียวเลย ง่ายดี แต่หากเราใส่ค่อนข้างกว้างๆ (เช่น Harry Potter เฉยๆ) เราก็จะได้เจอครบทุกภาค หรือเรื่องที่มีชื่อคล้ายๆ กันมาด้วยครับ เราก็เลือกคลิกอันที่ใช่จากรายการที่มีก็เท่านั้น

 

เลือกเสร็จ ก็ได้ข้อมูลหนังมาเรียบร้อย

 

แค่นี้ก็ได้แล้วครับ ข้อมูลหนัง พร้อมโปสเตอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย … ซึ่งแม้แต่หนังไทยก็มีข้อมูลนะครับ หลายเรื่องเลย เช่น บุปผาราตรี ฝากไว้ในการเธอ อะไรแบบนี้ แต่ก็เช่นกัน คือ จะค้นหาก็ต้องค้นหาผ่านชื่อหนังภาษาอังกฤษเป็นหลักนะครับ และก็อาจจะไม่ได้มีหนังไทยครบทุกเรื่องนะครับ

เพียงเท่านี้ ก็พร้อมใช้งานแล้วละครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

2 Responses

  1. Smith B. says:

    ผมซื้อ Qnap 451A มาทำPlex media server ปรากฏว่าหนังกระตุกตลอด (เล่นแบบoriginal 1080P)
    ไม่ทราบพอจะมีคำแนะนำเพื่อปรับให้เล่นไฟล์ได้smoothขึ้นมั้ยครับ

    • @kafaak says:

      เล่นแบบพากย์ไทย หรือ ซับไตเติ้ลครับ? ที่ผมเคยเจอปัญหาคือ ตอนเล่นวิดีโอแบบที่มีซับไตเติ้ลบางประเภท มันเรนเดอร์ซับไตเติ้ลไม่ทัน เลยกระตุก

Leave a Reply

%d bloggers like this: