รีวิว Plantronics Backbeat Go 3 หูฟังสำหรับทุกไลฟ์สไตล์

Print Friendly

Plantronics Backbeat Go 3 พร้องซองใส่

ภาคต่อของหูฟังบลูทูธ Plantronics ตระกูล Backbeat Go กลับมาแล้วด้วย Plantronics Backbeat Go 3 ครับ ซึ่งงวดนี้มีหลายจุดที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายของหูฟัง Plantronics รุ่นนี้ คือคนที่อยากได้หูฟังบลูทูธที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ตั้งแต่ใช้ในชีวิตประจำวันปกติ ไปยันสวมใส่เพื่อการออกกำลังกายเลยล่ะ

สไตล์ของหูฟังบลูทูธ Plantronics Backbeat Go 3 ก็ยังคงเป็นหูฟังที่มีสายไว้คล้องคอแบบนี้ เหมือนรุ่นก่อนครับ แต่บอกได้เลยว่า แม้สายมันจะพันกันบ้าง แต่มันจะไม่ได้พันกันยุ่งแบบหูฟังมีสายปกตินะ แกะกล่องออกมา ขั้นต่ำก็จะมีอุปกรณ์มาให้ตามนี้ครับ

  • หูฟัง Backbeat Go 3
  • ยางหุ้มหูฟัง มีให้เลือกสามขนาด คือ S, M และ L เอาไว้เปลี่ยนให้เหมาะกับรูหูของผู้ใช้
  • สาย Micro USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่
  • คู่มือการใช้งาน

 

Plantronics Backbeat Go 3

 

สนนราคาของ Plantronics Backbeat Go 3 อยู่ที่ 3,790 บาท แต่หากคุณซื้อรุ่นที่มีซองใส่มาด้วย ราคาก็จะบวกไปอีกพันนึง เป็น 4,790 บาท ซึ่งซองอันนี้นอกจากจะทำหน้าที่เป็นซองเก็บหูฟังแล้ว ก็ยังมีแบตเตอรี่สำรอง เอาไว้ชาร์จแบตให้ Backbet Go 3 ได้อีกราวๆ เกือบสองรอบสบายๆ

 

ซองใส่หูฟัง Plantronics Backbeat Go 3

แสดงระดับแบตเตอรี่ได้ละเอียดขึ้น และบอกระดับแบตเตอรี่ของหูฟังด้วย

 

ตัวซองใส่เนี่ย จะมีก็ได้ ไม่มีก็ไม่ใช่ปัญหานะครับ เพราะตัวหูฟังตามสเปกจะใช้งานต่อเนื่องได้ 6.5 ชั่วโมง ซึ่งจากที่ลองใช้ดูแล้ว มันก็เพียงพอสำหรับการใช้งานแบบวันต่อวันนะครับ คือ ใช้เสร็จ กลับบ้าน ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม (แบตเตอรี่ของหูฟัง ความจุ 180mA) … แน่นอน หากใครเผื่อบางวันอยากฟังต่อเนื่องนานๆ เช่น กำลังจะไปเที่ยวไกลๆ อะไรแบบเนี้ย เป็นต้น

สิ่งที่พัฒนาเกี่ยวกับซอง ก็น่าจะเป็นเรื่องของตัวแสดงสถานะแบตเตอรี่ครับ เมื่อก่อนมันจะบอกเป็นไฟ LED กระพริบ ซึ่งดูระดับแบตเตอรี่ยาก แต่งวดนี้ระดับแบตเตอรี่จะบอกเป็นจำนวนของไฟแสดงผล และสามารถดูได้ทั้งระดับแบตเตอรี่ของซอง และระดับแบตเตอรี่ที่อยู่ในหูฟังเลย

 

ชาร์จแบตเตอรี่ เปิดจุกตรงนี้

ระหว่างชาร์จแบตเตอรี่อยู่ ก็จะมีไฟ LED แสดงสถานะ

 

สไตล์เดิมครับ แบตเตอรี่ของ Plantronics Backbeat Go 3 จะอยู่ที่ตัวหูฟัง แต่น้ำหนักเบามาก ไม่ต้องห่วงว่าใส่แล้วจะรู้สึกหนักหู เวลาจะชาร์จแบตเตอรี่ ก็แกะจุกที่ปิดไว้ตรงหูข้างขวาออกมา แล้วก็เสียบสายชาร์จเข้าไปครับ จะมีไฟ LED แสดงสถานะให้เห็นเวลาชาร์จ จะมีไฟสีแดงกระพริบครับ

 

ดีไซน์หูฟังแบบ In-ear ที่ปรับปรุงให้กระชับหูมากขึ้น

 

ดีไซน์หูฟัง ทำออกมาได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าครับ สวมใส่แล้วกระชับขึ้นมาก แต่ว่าความรู้สึกที่เหมือนกับว่ามีอะไรมาอุดหูแบบที่รู้สึกเวลาใส่หูฟัง In-ear อื่นๆ มันกลับมาน้อยกว่า และไอ้ตรงห่วงๆ ที่เห็นอ่ะ มันเป็นการออกแบบที่ทำให้เราสามารถจับมันบิดเพื่อปรับให้หูฟังกระชับหูมากขึ้น

อย่างที่บอกครับ เจ้านี่พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ โดยมีการเคลือบแบบ Nano coating ด้วยเทคโนโลยี P2i เพื่อป้องกันความชื้นครับ เหมาะสำหรับเมืองร้อนแบบบ้านเรามาก ที่แค่เดินไปเดินมาบนท้องถนนก็เหงื่อแตกแล้ว การเคลือบมันจะช่วยกันความชื้นให้ครับ ฉะนั้นแม้จะใส่ออกกำลังกายจนเหงื่อโชกก็ยังโอเคอยู่ … แต่บอกก่อนว่าเจ้านี่ไม่ได้กันน้ำนะครับ ฉะนั้นใส่ว่ายน้ำไม่ได้นะครับพี่น้อง

ในแง่ของคุณภาพเสียงนั้น Plantronics Backbeat Go 3 เป็นหูฟัง Bluetooth ที่ให้เสียงย่านกลางที่เด่น ช่วยให้ได้ยินรายละเอียดเสียงต่างๆ ได้ดี ทั้งยังได้เนื้อเสียงและน้ำหนักที่น่าพอใจ เหมาะสำหรับการฟังขณะเดินทางหรืออยู่ตามสถานที่ๆ มีเสียงรบกวน นอกจากจุดเด่นเรื่องความชัดเจนของเสียงแล้ว Backbeat Go 3 ยังแสดงช่วงเสียงต่ำออกมาได้มากทีเดียว ช่วยรักษาอรรถรสในการฟังเพลงที่มีลูกเล่นช่วงเบสต่ำๆ ได้บ้าง

อย่างไรก็ตามผู้ฟังก็ไม่ควรคาดหวังคุณภาพเสียงต่ำที่มีความแน่นกระชับหรือละเอียดลึกอะไรขนาดนั้น เอาเป็นว่าแค่ให้อารมณ์ไม่ขาดตกบกพร่องไปนัก (อย่าลืมว่าเจ้านี่ 3,790 บาทนะครับ และขนาดหูฟังก็ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย) หากเปิดระดับเสียงที่ดังก็จะทำให้เสียงต่ำรบกวน ฟังดูนัว ขาดความ Clear ไป ช่วงเสียงสูงก็เช่นกัน กล่าวคือมีพอให้รู้สึกแต่ไม่ได้ใสจนรู้สึกไพเราะอะไรขนาดนั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดของความเป็น Bluetooth ด้วย

 

บทสรุปการรีวิว Plantronics Backbeat Go 3

โดยรวมนับว่าเป็นหูฟังที่ให้โทนเสียงกลางๆ เหมาะกับเพลงหลากหลายประเภท ไม่ได้เน้นสไตล์ไหนเป็นพิเศษ ตามความเห็นส่วนตัวผมหากใช้ฟังดนตรี Rock จะรู้สึกว่าเข้ากันมากกว่าตอนใช้ฟังดนตรีบรรเลงหรือพวกดนตรี Jazz เพราะดนตรี Rock ไม่ได้ต้องการหูฟังที่แสดงเสน่ห์และมิติของความ Acoustic เท่าไรนัก สรุปจากที่กล่าวมาทั้งหมด Backbeat Go 3 เป็นหูฟังไร้สายที่ให้อรรถรสในการฟังเพลงได้ค่อนข้างดี พร้อมจะนำพาเสียงดนตรีทุกประเภทเดินทางร่วมกับผู้ฟังไปทุกที่ได้อย่างเพลิดเพลิน

สนนราคาค่าตัว 3,790 บาท จัดว่าอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ครับ ไม่ได้ถูกมาก ไม่ได้แพงเกิน แต่เหมาะสำหรับการใช้งานไลฟ์สไตล์ต่างๆ ได้ภายในตัวเดียว สำหรับคนอยากมีแบบหูฟังชุดเดียวจบ ก็โอเคอยู่นะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: