รีวิว OPPO F1s เมื่อกล้องหน้าความละเอียดสูงกว่ากล้องหลัง

Print Friendly, PDF & Email

OPPO F1s

และแล้ววันนี้ก็มาถึงสินะ วันที่กระแสถ่ายรูปเซลฟี่มันมาแรงซะจนเรามีสมาร์ทโฟนที่กล้องดิจิทัลด้านหน้ามีความละเอียดสูงกว่ากล้องดิจิทัลด้านหลังซะแล้วครับ เมื่อ OPPO เขาเปิดตัว OPPO F1s มา (อีกรุ่นนึงที่กล้องหน้าความละเอียดสูงกว่ากล้องหลังก็ OPPO F1 Plus ครับ) ซึ่งตัวนี้จะเรียกว่าเป็นภาคต่อ หรือภาคเติมเต็มให้ตระกูล F1 ครอบคลุมทุกตลาดมากขึ้นก็ว่าได้เนาะ และเมื่อสัปดาห์ก่อน OPPO เขาก็ส่ง OPPO F1s มาให้ลองครับ และนี่คือประสบการณ์ในการใช้งานของผม ที่ขอเอามาเล่าสู่กันอ่านครับ

ความรู้สึกแรกตอนที่แกะกล่อง OPPO F1s ออกมา แอบรู้สึกว่า นี่หยิบผิดกล่องรึเปล่า ใครส่ง iPhone 6s Plus มาให้เหรอ? คือ มันคล้ายมากครับ กับ iPhone และผมคิดว่า OPPO F1 ที่ออกมาก่อนหน้าก็น่าจะให้ความรู้สึกเดียวกันนี่แหละ

คือ มันไม่ได้เหมือนเป๊ะๆ นะ แต่มันให้ความรู้สึกอย่างมาก ว่าคล้ายครับ แต่มันก็มีหลายๆ จุดที่เตือนเราว่า ไม่ใช่นะ ไม่เหมือนกันเป๊ะนะ เช่น ปุ่ม Home ที่แตกต่างกัน เพราะเจ้านี่เป็นวงรีๆ ไม่ใช่วงกลม และมีมันกรอบเฟรม มากกว่าดีไซน์ที่จะให้รู้สึกว่ามันเป็นยูนิบอดี้แบบ iPhone และโลโก้ยี่ห้อ OPPO ที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่ใช่ iPhone นะเว้ย เหอะๆ

 

OPPO F1s ด้านหน้า

OPPO F1s ด้านหลัง

 

ด้านหน้าของตัวเครื่อง เป็นหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 1280×720 พิกเซล (267ppi) มีกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ปุ่มกดก็มี Home ที่เห็นเด่นชัด เป็นตัวอ่านลายนิ้วมือไปในตัว และมีปุ่ม Recent apps อยู่ด้านซ้ายกับ Back อยู่ด้านขวา … หน้าจอนี่ไม่เชิงดีไซน์เป็น 2.5D ตามสมัยนิยม แต่ก็ออกแบบมาได้ดี สัมผัสลื่นดีครับ และเมื่อมันไม่ได้โค้งสุดๆ แบบนั้น ฟิล์มกันรอยก็เลยติดมาได้เต็มๆ

ด้านหลังของตัวเครื่อง OPPO F1s เป็นโลหะ เรียบและดูสวยดี มีกล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซลอยู่ด้านหลังนี่แหละ แล้วก็มี LED Flash อยู่ข้างๆ ด้วย

 

OPPO F1s ด้านบน

OPPO F1s ด้านล่าง

 

ด้านบนไม่มีอะไรมาก มีรูไมโครโฟนเอาไว้บันทึกเสียง กับช่วยเรื่องการตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างเป็นพอร์ต Micro USB และรูไมโครโฟนกับลำโพงของตัวเครื่องครับ … อย่าคิดว่าเป็นลำโพงทั้งคู่ล่ะ นอกจากนั้นก็มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. อยู่ด้วย

 

ไม่ต้องเลือกระหว่างซิมหรือ MicroSD card อีกต่อไป

 

จุดเด่นนึงของการออกแบบคือการทำถาดใส่ซิมให้รองรับ 2 ซิม และยังสามารถใส่ MicroSD card ได้อีกด้วย ซึ่งปกติแล้ว มักจะต้องเลือกว่าจะใส่ซิมนึงก่อน ส่วนสล็อตอีกอันจะต้องเลือกว่าจะใส่ Nano SIM หรือ MicroSD card แต่ OPPO F1s นี่เราไม่ต้องเลือก มันใส่ Nano SIM ได้สองซิม และยังมีสล็อตให้ใส่ MicroSD card ได้อีก ซึ่งตามสเปกเห็นว่าได้สูงสุด 128GB

ไม่ต้องห่วงเรื่องซื้อมาแล้วจะหาเคสยาก … มันมีแถมเคสมาให้ในกล่องเลยเป็นเคสซิลิโคนใส เพื่อให้เรายังได้เห็นดีไซน์ของตัวเครื่องอยู่

 

UI คุ้นๆ ไหมอ่ะ แม้จะมีความเป็น Android อยู่บ้างก็เหอะ

ไอคอนหลายๆ อัน ก็ทำให้นึกถึง iOS

หน้า Settings นี่แบบว่า นึกถึง iOS เลย

 

และมันก็ไม่ใช่แค่ดีไซน์ตัวเครื่องที่ทำให้รู้สึกนึกถึง iPhone นะครับ ตัว User Interface ของ ColorOS ตัวใหม่นี่ ก็ทำให้รู้สึกนึกถึงระบบปฏิบัติการ iOS เลยแหละ ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป มันโอเคนะ คือ ให้ความเป็น iPhone ขึ้นมาอีกระดับนึง และก็ใช้งานสะดวกดี แต่ในฐานะของคนที่เคยใช้ OPPO มาหลายรุ่น และมี OPPO Find 7 (แต่ขายไปแระ) กับ OPPO N3 (ยังใช้อยู่) บอกเลยว่า ชอบแนวเดิม ที่ OPPO มีความเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้มากกว่า

ข้อสังเกตนึงคือ เจ้านี่ยังใช้ Android 5.1 Lollipop อยู่เลย ในขณะที่ชาวบ้านเขาไป Android 6 Marshmello กันแล้ว ใครที่ชอบความรู้สึกว่าได้ใช้ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุด อาจจะไม่ชอบเท่าไหร่ (ส่วนตัวผม ผมทำใจแล้ว เพราะ OPPO N3 นี่ก็ไม่ได้อัพเดต ROM มาพักใหญ่แระ)

 

การตั้งค่าอ่านลายนิ้วมือของ OPPO F1s OPPO F1s เอาลายนิ้วมือไปทำอะไรได้หลายอย่าง เลือกล็อกแอปด้วยลายนิ้วมือได้

 

ตัวอ่านลายนิ้วมือของ OPPO F1s นี่ทำได้มากกว่าการแค่ปลดล็อกหน้าจอครับ มันสามารถใช้ปิดกั้นการเข้าถึงแอปได้ด้วย … อย่างไรก็ดี ต้องทำความเข้าใจนิดนึงก่อนนะครับ ว่าการปิดกั้นการเข้าถึงแอป ไม่ได้หมายความว่าปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูล เช่น เราอาจจะล็อกการเปิดแอป “รูปภาพ” (หรือภาษาอังกฤษคือ Gallery หรือ Photos) ได้ แต่หากคนอื่นพยายามเข้าถึงรูปในเครื่อง ผ่านทางแอปอื่น เช่น ไปดาวน์โหลดแอปจำพวก Gallery มาติดตั้งเพิ่ม หรือ ไปเปิดด้วยแอปอื่น เช่น Google Drive มันก็ยังเข้าถึงไฟล์รูปได้นะ

ถ้าไม่อยากให้ใครเข้าถึงไฟล์นั้นเลย ต้องเปิดใช้ “ตู้นิรภัยเก็บไฟล์” ครับ มันจะสร้างโฟลเดอร์พิเศษ เพื่อย้ายไฟล์ที่เราเลือกจะเก็บให้ปลอดภัย มาเก็บไว้ในนี้ครับ โฟลเดอร์ตู้นิรภัยเนี่ย มันจะถูกตั้งเป็น “ไฟล์ระบบ” ซึ่งพวกโปรแกรมจัดการไฟล์ส่วนใหญ่จะซ่อนไม่ให้เห็น (เพราะไปซนกับโฟลเดอร์พวกนี้เดี๋ยวซวย) แต่ถึงแม้จะเปิดได้ (มันจะชื่อ .androidsafe) ข้อมูลที่อยู่ในนี้ก็จะถูกเข้ารหัสไว้ เปิดใช้งานไม่ได้ครับผม … แต่นั่นหมายความว่า หากคุณลืมรหัสผ่านละก็ เป็นเรื่องอ่ะ

หน้าจอแสดงผลความละเอียด 720p ขนาด 5.5 นิ้ว เมื่อมองด้วยสายตาของคนที่ใช้สมาร์ทโฟนหน้าจอความละเอียด 2K แบบผมแล้ว มันรู้สึกได้ว่าความคมชัดมันไม่ได้สุดยอดอะไร แต่ก็อีกนั่นแหละ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อพยายามนึกถึงยุคที่หน้าจอแสดงผลมีความละเอียดต่ำกว่า 200ppi ด้วยซ้ำ อันนี้เรียกว่าใกล้เคียงกับ Retina display ของ Apple แล้ว

สเปกของฮาร์ดแวร์ CPU เป็น Octa-core MediaTek MT6750 1.5GHz Cortex-A53 พร้อมหน่วยความจำ 3GB และมี Internal storage มาให้แล้ว 32GB กับสนนราคา 9,990 บาท ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ และใช้งานได้หลากหลายแบบไม่ต้องห่วงครับ ไม่ว่าจะเล่นเกม หรือ ดูหนังฟังเพลง เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่ก็อาจจะติดอะไรนิดหน่อย เช่น ตอน Pokemon Go ออกมาใหม่ๆ ก็เล่นแบบเปิด AR แล้วมีปัญหากระตุก ซึ่งเขาก็เพิ่มอัพเดต ROM เพื่อแก้ไขไปครับ

ในส่วนของการใช้งานจำพวก ดูหนังฟังเพลง ก็ต้องพิจารณาคุณภาพเสียงของตัวเครื่องด้วย ซึ่งเสียงจากลำโพงเน้นช่วงเสียงกลาง เน้นความคมชัดเป็นหลัก จากการลองฟังเพลงหลายๆ ส่วนใหญ่จะแสดงผลออกมาค่อนข้างโอเค ได้ความชัดเจน ไม่แข็งกระด้าง เสียงไม่ลอย รู้สึกมีน้ำหนัก แต่ก็มีพบว่าบางเพลงจะมีเน้นย่านเสียงที่ไปตรงกับจุดที่ OPPO F1s ปรับแต่งเน้นมาพอดี กลายเป็นเสียงที่ฟังกวนหูพอสมควร พอทดสอบฟังด้วยหูฟัง Apple EarPods แสดงรายละเอียดแยกจากกันได้ดีช่วยให้รู้สึกโปร่ง ไม่อึดอัด จุดติคือเสียงค่อนข้างบาง เสียงแหลมฟังดูแห้งๆ หน่อย และช่วงเสียงต่ำยังไม่กลมกลืนกับรายละเอียดอื่นๆ เท่าไหร่

 

User Interface กล้องก็ยังคล้ายของ iPhone เลย

 

ลองเอามาถ่ายรูปบ้าง … อีกแล้วครับ User Interface กล้องนี่ก็ชวนให้นึกถึง iPhone อีกแล้ว และในขณะที่หลายๆ แบรนด์ที่ทำ Android smartphone เขาพยายามชูจุดขาย ถ่ายรูปในโหมด Pro ได้ แต่ OPPO F1s ตัวนี้ พยายามทำทุกอย่างให้ง่ายๆ เหมือนระบบปฏิบัติการ iOS ก็เลยทำให้ขาดความสามารถในการปรับตั้งค่าได้ตามใจไปซะงั้น และพวกโหมดถ่ายรูปที่เคยเป็นจุดเด่นของ OPPO (เช่น Super Resolution) มันหายไปไหนหมดล่ะเนี่ย

 

ภาพโดย OPPO F1s

ภาพโดย OPPO F1s

ภาพโดย OPPO F1s

ภาพโดย OPPO F1s

ภาพโดย OPPO F1s

ภาพโดย OPPO F1s

 

อย่างไรก็ดี ในสภาพแวดล้อมที่แสงดีอยู่ ภาพถ่ายที่ได้ มันโอเคเลยนะ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และรูรับแสง F2.2 กับขนาดเซ็นเซอร์ 1/3″ โอเคทีเดียว

 

ภาพถ่ายจากกล้องหน้า

 

กล้องหน้า ไม่ขอถ่ายเซลฟี่นะครับ หนังหน้าไม่ดีพอจะเอามาอวดใครเขา … เลยลองเอาไปถ่ายโน่นนี่นั่นแทน พบว่า รูรับแสง F2.0 กับเซ็นเซอร์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล คุณภาพค่อนข้างโอเคทีเดียว แต่ถ้าเกิดเป็นสภาพแสงไม่มาก (เช่น ถ่ายในห้องเวลากลางคืน แบบที่ผมทำนี่) การเก็บรายละเอียดของภาพมันด้อยลงไปนะ คงเพราะพยายามปรับภาพให้ดูสว่างขึ้นเอาไว้น่ะ

 

บทสรุปการรีวิว OPPO F1s

สนนราคาค่าตัว 9,990 บาท ถือว่าโอเคสำหรับสเปกและประสิทธิภาพครับ ตรงจุดนี้ผมไม่มีข้อกังขาใดๆ และสาวๆ คนไหนที่ชอบกล้องถ่ายเซลฟี่ได้ภาพแจ่มๆ ผมว่า OPPO F1s นี่น่าจะตอบโจทย์ จนบางทีผมก็คิดนะว่าจะคมชัดกันไปไหน แต่อย่าลืมนะ ถ่ายหน้าสดนี่ก็ชัดแจ่ม เห็นสิวเห็นฝ้ากันจะๆ เช่นกัน

ไอ้ที่ผมแซะ ไอ้ที่ผมแซวเรื่องความเหมือน iPhone มันก็คือความเห็นส่วนตัว ซึ่งผู้ใช้งานบางคน (หรือหลายคน) อาจจะเห็นต่าง กลายเป็นชอบก็ได้ เพราะ User Interface ของระบบปฏิบัติการ iOS มันก็ใช้งานง่ายกว่าของ Android จริงๆ นั่นแหละครับ

OPPO F1s ตัวนี้ มีแอปที่แถมมาให้ไม่เยอะ (จริงๆ ต้องเรียกว่าแทบไม่ได้แถม) ซึ่งบางคนที่อยากได้แบบพร้อมใช้ ไม่ต้องดาวน์โหลดอะไรเพิ่มก็อาจจะไม่ชอบ แต่สำหรับคนที่อยากลงแอปเอง ไม่ต้องแถมมาให้ป่วน ให้เปลืองที่ ก็อาจจะชอบสไตล์นี้มากก็ได้

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: