ใช้ QNAP Turbo NAS อยู่ แต่ถึงคราวฮาร์ดดิสก์มีปัญหา จะทำยังไงดี?

Dashboard เตือนแล้วว่าฮาร์ดดิสก์มีปัญหา

ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง แม้แต่ฮาร์ดดิสก์สำหรับ NAS ยัง พังได้ … โลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืนครับ ฮาร์ดดิกส์ก็เช่นกัน แม้ว่าเราจะเลือกใช้ฮาร์ดดิสก์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุปกรณ์จำพวก NAS อย่างเช่น WD Red แล้ว แต่มันก็ยังคงมีอายุการใช้งาน และเมื่อถึงวันนึงที่มันจะต้องลาจากเราไป QNAP Turbo NAS ก็จะมีการแจ้งเตือนขึ้นมาแบบในรูปด้านบนครับ

แล้วไม่ใช่แค่ Dashboard นะ ถ้าไปดูใน System Event Logs แล้ว ก็จะเห็นการแจ้งเตือนเป็นยาวเหยียด อ่านแล้วก็อาจจะมึนๆ ได้ หากเป็นมือใหม่หัดใช้ NAS และไม่ใช่คนที่คล่องเรื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง เจออะไรแบบนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจจนลนลานนะครับ ฮาร์ดดิสก์น่ะ เขามีคุณสมบัติที่เรียกว่า S.M.A.R.T. (Self-Monitoring, Analysis, and Reporting Technology) ที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์สามารถแจ้งเตือนเมื่อพบว่าตัวเองกำลังจะมีปัญหาได้

QNAP Turbo NAS จะเชื่อมต่อเพื่อดึงข้อมูลนี้ขึ้นมา (และจริงๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปก็สามารถทำแบบนี้ได้เช่นกัน) เพื่อที่ว่าเวลาฮาร์ดดิสก์กำลังจะมีปัญหา เราจะได้รู้และเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที

 

System Event Logs ก็แจ้งเตือนปัญหา

 

ปกติแล้ว แค่อ่านจาก System Event Logs ก็จะรู้แล้วแหละ ว่าฮาร์ดดิสก์ลูกไหนกำลังจะมีปัญหา แต่หากมึนๆ หรือไม่รู้ว่าไปอ่านจาก System Event Logs ได้ ก็ไปที่ Storage Manger ซึ่งเป็นหน้าจอบริหารจัดการฮาร์ดดิสก์ทั้งหมดที่มีนั่นแหละ เข้าไปที่ Storage Manager > Storage >Disks/VJBOD ได้ครับ

 

ใน Storage Manager ก็ชี้ให้เห็นว่าฮาร์ดดิกส์ลูกไหนมีปัญหา

Disk Health แจ้งเตือนเหตุผิดปกติของฮาร์ดดิสก์

 

พอเข้ามา จะเห็นเป็นภาพเลยครับ เราก็แค่คลิกเลือกไปที่ละ Bay เพื่อดูว่าฮาร์ดดิสก์ลูกไหนที่มีปัญหา ลูกที่ปกติมันจะเป็นสีเขียวครับ ส่วนลูกที่มีปัญหา คลิกแล้วมันจะขึ้นสีส้มแบบที่เห็นในรูป

ทีนี้มาตอบคำถามหลายๆ อย่างที่อาจจะสงสัยกันครับ

 

คำว่า Degraded หมายถึงอะไร?

มันจะเกิดขึ้นในกรณีที่เราทำ RAID บางประเภทครับ เช่น RAID1 หรือ RAID5 เป็นต้น เมื่อเกิดปัญหากับฮาร์ดดิสก์ ระบบจะทำการลดระดับ RAID ลงครับ พูดง่ายๆ ก็คือ RAID ที่ตั้งไว้ จะไม่ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะใน RAID จำพวกนี้ หากฮาร์ดดิสก์ลูกใดลูกหนึ่งมีปัญหา มันก็ย่อมทำงานไม่ได้ครับ เช่น RAID1 หากฮาร์ดดิสก์มีปัญหาไปลูกนึง ก็แสดงว่าข้อมูลมันสำรองไปยังฮาร์ดดิสก์ลูกนั้นไม่ได้ หรือ หากลูกหลักมีปัญหา ก็แสดงว่าลูกสำรองกำลังทำงานแทนอยู่ หรือในกรณี RAID5 หากฮาร์ดดิสก์มีปัญหาลูกนึง มันก็ยังทำงานได้ เพราะมันมีข้อมูลสำรองไว้ในฮาร์ดดิสก์แต่ละลูก แต่นั่นก็เท่ากับว่ามันไม่ได้เป็น RAID5 ต่อไปแล้วนั่นเอง

 

เจอกับสถานการณ์นี้แล้ว ควรรับมืออย่างไร?

ทำใจไว้ก่อนเลยว่าเมื่อเจออาการแบบนี้แล้ว แสดงว่าฮาร์ดดิสก์มีแววจะไปครับ แล้วอย่าไปคิดฝืน อย่าคิดว่า เฮ้ย สถานะมันยังบอกว่า Disk I/O ยังดีอยู่ อะไรแบบนี้ ใช้งานไปต่อได้ รออีกนิด เงินเดือนจะออกแล้ว เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ ไรงี้ … คิดให้ดีๆ ว่าข้อมูลที่คุณเก็บไว้น่ะ มันสำคัญไหม ถ้ามันสำคัญ ก็ต้องรีบจัดการครับ

โดยเฉพาะ RAID ยอดนิยมที่ทำกันบน NAS เช่น RAID1 หรือ RAID5 เนี่ย ฮาร์ดดิสก์มีปัญหาลูกเดียวมันก็ยังพอทำเนานะครับ แต่หากอีกลูกเดี้ยงไปด้วยนี่คือจบกันเลยนะ RAID1 มันมีแค่ 2 ลูก ลูกนึงมีปัญหาไป อีกลูกก็ยังทำงานแทนไปได้ รอให้มีการเอามาเปลี่ยน ส่วน RAID5 แม้จะเดี้ยงไป 1 ลูก ลูกอื่นๆ ที่เหลือก็ยังมีข้อมูลสำรองให้ใช้ได้อยู่ แต่ว่าหากเดี้ยงไปอีกลูกนี่คือจบกันนะครับ

ฉะนั้น เมื่อเจอสถานการณ์นี้ สิ่งที่ต้องทำคือ

  1. รีบหา External HDD มาจิ้มเพื่อเอาข้อมูลออกมาแบ็กอัพเก็บไว้โดยด่วน … อันนี้ทำเพื่อให้แน่ใจว่าแม้จะเกิดเหตุการณ์เลวร้าย ก็ยังมีข้อมูลสำรองเอาไว้อยู่
  2. ได้เวลาเก็บเงินซื้อฮาร์ดดิสก์มาเปลี่ยน ดีที่สุดคือยี่ห้อและขนาดเดียวกัน หรือใหญ่กว่า เอามาเปลี่ยน … กรณีของ RAID1 ถ้าขนาดฮาร์ดดิสก์ที่เอามาเปลี่ยนใหญ่กว่า มันจะใช้งานแค่เท่าๆ กับขนาดของฮาร์ดดิสก์อีกลูก … ส่วนกรณีของ RAID5 นั้น เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ให้ใหญ่ขึ้นกว่า แล้วทำการ Expand volume ต่อได้ครับ ข้อสำคัญที่ต้องระวังคือ อย่ามองว่ายี่ห้อ A ความจุ 5TB กับ ยี่ห้อ B ความจุ 5TB มันจะ 5TB เท่ากันนะครับ มองไปลึกระดับ MB หรือแม้แต่ KB แล้ว สองลูกอาจจะไม่เท่ากันก็ได้ ถ้าจะเอาเท่ากันจริงๆ ชัวร์ๆ ต้องยี่ห้อและรุ่นเดียวกันจริงๆ ฉะนั้น เอาให้เซฟเอาให้ชัวร์ เลือกความจุใหญ่กว่านิดหน่อยดีกว่า หากไม่สามารถหายี่ห้อและรุ่นเดียวกันได้
  3. สุดท้ายก็คือ เอาฮาร์ดดิสก์มาเปลี่ยนครับ ก็แค่ถอดอันเก่าออกมา แล้วเสียบอันใหม่เข้าไป จากนั้นก็เข้าไปที่ Storage Manager แล้วเลือกไปที่ RAID Group ที่เราได้เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ แล้วก็สั่ง Recover ครับ (ตัวเลือกจะอยู่ตรงมุมบนขวา)

 

จะเห็นว่าสถานการณ์นี้รับมือไม่ยาก แต่ต้องทำให้เป็นระบบระเบียบครับ จุดที่สำคัญผมก็เน้นย้ำไว้ให้แล้ว ต้องสำรองข้อมูลไว้กันเหนียว และฮาร์ดดิสก์ที่นำมาเปลี่ยน หากไม่ได้ยี่ห้อและรุ่นเดียวกันเป๊ะๆ ก็ต้องหาอันที่ความจุมากกว่านะครับ

 

ขอขอบคุณคุณ Rug Bom ที่ส่ง Screenshot ของ QNAP Turbo NAS มาให้ใช้ประกอบบล็อกตอนนี้ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: