ทำความรู้จักค่า SEER บนฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าของแอร์

สังเกตค่า SEER ของแอร์นะ

ประเทศไทยเราอยู่ในเขตร้อนครับ และประเทศเราก็ไม่มีฤดูหนาวอย่างเป็นทางการมาเป็นสิบปีแล้ว เรามีแค่ ร้อน ร้อนกว่า กับร้อนที่สุดละมั้ง และนั่นทำให้หลายบ้านต้องติดแอร์ครับ แต่สิ่งที่ต้องทำใจเวลาที่ติดแอร์ก็คือ “ค่าไฟ” ซึ่งบอกตรงๆ เดี๋ยวนี้ค่าไฟสำหรับบ้านที่อยู่กันสองคน แต่เปิดแอร์นอนกันคนละห้อง เดือนนึงสามพันกว่าบาทนี่คงเป็นเรื่องปกติละมั้ง จะไม่เปิดแอร์เลยคงไม่ได้ ดีที่สุดคงทำได้แค่หาแอร์ที่ประหยัดไฟที่สุดมาใช้ ซึ่งหลายคนก็ดูที่ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้านี่แหละ

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าสมัยก่อนเป็นแบบนี้ครับ (ดูรูปด้านล่าง) มันจะระบุให้เห็นว่าเป็นมาตรฐานของปีไหน แล้วแสดงข้อมูลให้ดูว่าเจ้าแอร์ตัวนี้จะใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณกี่หน่วยต่อปี แล้วคิดเป็นเงินกี่บาทต่อปี และเมื่อคิดแล้ว ประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของแอร์ตัวนี้เป็นเท่าไหร่

 

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าแบบเดิม

 

ซึ่งประสิทธิภาพของแอร์เนี่ย คือ EER (Energy Efficiency Ratio) ครับ มันเป็นค่าที่ได้จากการทดสอบการทำงานของเครื่องปรับอากาศยี่ห้อและรุ่นนั้นๆ แต่ค่านี้มันมีข้อจำกัด เพราะว่าในสภาพการใช้งานจริง ฤดูกาลที่แตกต่างกันออกไป ก็ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้าแตกต่างกันไปได้ ซึ่งแม้ว่าประเทศไทยเราจะไม่ได้มี “หน้าหนาว” จริงจังแล้ว แต่เฉพาะแค่หน้าฝน อากาศมันก็แตกต่างไปจากหน้าร้อนแล้วล่ะ

 

ฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้า

 

ยิ่งปัจจุบันคนหันมาใช้แอร์แบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ซึ่งมีโฆษณากันปาวๆ ว่า เป็นแอร์ที่ประหยัดไฟขึ้น … แอร์ประเภทนี้จะไม่ได้ทำงานอยู่ภายใต้สภาวะเดียวตลอดทั้งปีครับ ฉะนั้น จึงต้องมีการปรับปรุงตัวชี้วัดประสิทธิภาพของแอร์ซะใหม่ โดยเพิ่มตัวแปรด้านสภาพอากาศเข้าไปด้วย

และนั่นก็คือที่มาของค่า SEER (Seasonal Energy Efficiency Ration) ซึ่งก็คือค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของแอร์นั่นแหละ แต่งวดนี้วัดกันตามฤดูกาลด้วย หรือก็คือ นำค่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีผลต่อการทำงานของแอร์มาร่วมพิจารณา ทำให้เราสามารถใช้มันในการประเมินประสิทธิภาพของแอร์แต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นได้แม่นยำขึ้น

หากคิดจะซื้อแอร์แล้วต้องการจ่ายค่าไฟให้ประหยัดที่สุด สิ่งที่เราต้องทำก็คือ

  • เลือกแอร์ที่มี BTU เหมาะสมกับขนาดของห้องครับ เอาแบบคร่าวๆ ก็พิจารณาจากตารางด้านล่างนี่ได้ครับ
บีทียู ขนาดห้อง (ตารางเมตร)
ห้องปกติ
ห้องที่โดนแดด
9000
12-14
11-13
12000
16-20
14-18
18000
20-28
21-27
21000
28-35
25-32
24000
32-40
28-35
26000
35-44
30-39
30000
40-50
35-45
36000
48-60
42-54
40000
56-65
52-60
48000
64-80
56-72
60000
80-1000
70-90

ข้อมูลจาก: http://www.theaircond.com/btucalculation.htm

  • ถ้าเป็นไปได้ เลือกใช้แอร์แบบอินเวอร์เตอร์ (ราคาแอร์อาจจะแพงกว่า แต่ในระยะยาวก็จะประหยัดไฟกว่าแอร์ทั่วไป แต่อันนี้เลือกตามความคุ้มค่านะครับ)
  • ดูข้อมูลจากฉลากประหยัดไฟเบอร์ห้าครับ ดูค่า SEER ด้วย … แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า ประหยัดไฟเบอร์ห้า แสดงว่ายี่ห้อนี้รุ่นนี้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับเบอร์นี้ แต่ว่าแอร์ต่างยี่ห้อต่างรุ่น แม้จะเบอร์ห้าเหมือนกัน แต่ก็อาจจะประสิทธิภาพในการใช้พลังงานแตกต่างกันนะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: