WD My Passport Wireless Pro แทบจะเป็น NAS แบบพกพาไปแล้ว

WD My Passport Wireless Pro

ของเล่นชิ้นใหม่ที่จะเขียนถึงในวันนี้ เป็นภาคต่อจาก WD My Passport Wireless ที่ผมได้รีวิวไปแล้วเมื่อปีก่อน มาปีนี้ WD เขาจัดรุ่น Pro ออกมา ซึ่งฟังตอนแรกแล้ว มันต้องเป็นรุ่นสำหรับมืออาชีพ ราคาต้องแพงแน่ๆ แต่เอาเข้าจริงๆ เปิดตัวมา ราคาถูกกว่ารุ่นเก่าอีกนะเนี่ย (ที่ความจุเท่ากัน) โดยความจุ 2TB ราคา 7,990 บาท และ 3TB ราคา 8,990 บาท และลูกเล่นที่เพิ่มมา มากประโยชน์ และน่าใช้อย่างมากมายครับ

 

WD My Passport Wireless Pro

 

แกะกล่องออกมาเลย ก็จะเห็นว่าของที่มาพร้อมกับกล่อง มีตัว WD My Passport Wireless Pro ซึ่งในรีวิวนี้เป็นรุ่น 3TB ครับ มาพร้อมกับสาย Micro USB 3.0 เอาไว้สำหรับกรณีต้องการเชื่อมต่อแบบมีสาย หรือเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งงวดนี้มี Wall charger ที่จ่ายไฟ 5.1V 2.4A มาให้ด้วย ขนาดกะทัดรัด และมีหัวแปลงสำหรับกรณีที่ใช้ในประเทศอื่น

 

ตัวเครื่อง WD My Passport Wireless Pro นี่ไม่ว่าจะรุ่น 2TB หรือ 3TB ถูกออกแบบมาให้บางลงกว่ารุ่นเดิมนิดหน่อย (เมื่อเทียบกับความจุ 2TB) เป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสแทนด้วย แต่หนักขึ้นกว่าเดิมพอสมควรนะครับ คือ 450 กรัม (เดิม 350 กรัม สำหรับรุ่นความจุ 2TB) ที่หนักขึ้นก็เพราะแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นน่ะครับ และการออกแบบสไตล์สี่เหลี่ยมจตุรัส มันทำให้การกระจายน้ำหนักทำได้ดี จนไม่รู้สึกว่ามันหนักกว่าเดิมครับ

 

ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ หรือ การก็อปปี้ไฟล์จาก SD card บน WD My Passport Wireless Pro

ไฟแสดงสถานะการทำงานของฮาร์ดดิสก์และ WiFi

 

รอบๆ ตัว WD My Passport Wireless Pro นี่ก็จะมีไฟแสดงสถานะการทำงานของฮาร์ดดิสก์และ Wireless อยู่ด้านบน ตรงหัวมุมก็จะมีจุดไฟ LED เล็กๆ 4 จุด เอาไว้แสดงระดับแบตเตอรี่ และสถานการณ์ก็อปปี้ข้อมูลด้วย โดยแต่ละดวงแทนสถานะ 25%

 

พอร์ตเชื่อมต่อและปุ่มต่างๆบน WD My Passport Wireless Pro

สล็อตใส่ SD card บน WD My Passport Wireless Pro

 

รอบๆ ตัวเครื่องก็จะมีสล็อตเสียบ SD card ซึ่งก็มีเหมือนกันในรุ่นก่อนหน้า แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือนอกจากจะมีปุ่มเปิดปิดแล้ว ก็มีปุ่มเช็คระดับแบตเตอรี่ซึ่งเป็นปุ่มสั่งก็อปปี้ของมูลใน SD card เข้าฮาร์ดดิสก์ด้วยในตัว และมีพอร์ต Micro USB 3.0 เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่หรือเสียบกับคอมพิวเตอร์ และมีพอร์ต USB 2.0 อีกพอร์ตเอาไว้ให้เสียบอุปกรณ์ภายนอกเสริมได้ครับ เช่น Flash drive, External HDD หรือแม้แต่กล้องดิจิทัลหรือสมาร์ทโฟน

 

เห็น SSID 2 ชุด อันนึง 2.4GHz อีกอัน 5GHz

 

การเซ็ต ทำไม่ยากครับ แค่เปิดตัว WD My Passport Wireless Pro ซึ่งเปิดปุ๊บ Wireless ก็ทำงานเลยนะ ที่เพิ่มเติมมาคือ เจ้านี่รองรับ 802.11ac ด้วย และมีให้เลือกทั้งแบบ 2.4GHz หรือ 5GHz ด้วย เผื่อบ้านใครมีอุปกรณ์ที่ใช้ Wireless แบบ 802.11ac ได้ หรือเชื่อมต่อบนย่าน 5GHz ได้ (มันจะเลี่ยงคลื่นรบกวนอื่นๆ ได้เยอะ เพราะปัจจุบันมีอุปกรณ์ไร้สายที่ใช้ความถี่ย่านนี้อยู่) การเชื่อมต่อครั้งแรก ก็ใช้รหัสที่แปะไว้บนตัว WD My Passport Wireless Pro ได้เลยครับ แต่ไม่ต้องห่วง เข้าไปแล้วไปเปลี่ยนทีหลังได้

 

Dashboard ของ WD My Passport Wireless Pro

 

การบริหารจัดการ ทำผ่านเบราวเซอร์ได้ทั้งหมดครับ ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือ หากเป็นการใช้งานในบ้านที่เรามี Wireless Access Point อยู่แล้ว ก็ควรจะต่อเจ้า WD My Passport Wireless Pro นี่เข้ากับเน็ตเวิร์กไร้สายในบ้านของเราซะก่อน ซึ่งหลังจากทำแบบนั้นแล้ว เราก็จะสามารถต่อเน็ตได้ตามปกติ แม้ว่าจะต่อผ่าน WD My Passport Wireless Pro นี่อยู่ก็ตาม หรือหากเราเลือกตัวเลือกให้ Share content in this network ซึ่งแปลตรงๆ คือ เปิดให้ใครที่ต่อเน็ตเวิร์กนี้อยู่ สามารถเข้าถึง WD My Passport Wireless Pro ก็ได้ เราก็สามารถต่อ WiFi ในบ้าน (หรือในออฟฟิศ) แล้วก็ยังสามารถเข้าถึง WD My Passport Wireless Pro นี่ได้อยู่

แต่ข้อจำกัดอย่างนึงคือ หากไปเจอ Open WiFi ที่ต้องให้เราต่อเข้าเน็ตเวิร์กก่อน แล้วจึงเปิดเบราวเซอร์เพื่อใส่รหัส เจ้า WD My Passport Wireless Pro นี่จะไม่สามารถเชื่อมต่อได้ครับ … การเชื่อมต่อ ต้องทำผ่าน WEP หรือ WPA/WPA2 เท่านั้นครับ

ในกรณีที่เราจะเชื่อมต่อกับ WD My Passport Wireless Pro โดยต่อกันโดยตรง จะผ่าน WPA2 Personal หรือไม่ก็ไม่ต้องใส่รหัสเลยเท่านั้นครับ ไม่รองรับ WEP นะจ๊ะ (ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอกนะ)

 

เข้าถึง WD My Passport Wireless Pro ผ่านโปรแกรมจัดการไฟล์ได้สบายๆ

 

การใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำได้ทั้งผ่าน Wireless โดยถ้าเป็น Windows ก็ทำผ่าน Windows Explorer และหากเป็น Mac OSX ก็ใช้ Finder ได้ครับ หรือถ้าอยากได้เร็วปรี๊ดๆ เลย ก็ต่อผ่าน USB 3.0 นี่แหละ ซึ่งเราเลือกได้ว่าจะกำหนดรหัสผ่านสำหรับการเข้าใช้งานไหม

โดยส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องตั้งรหัสก็ได้นะครับ ถ้าเราเก็บรหัสเชื่อมต่อ WiFi Hotspot ของ WD My Passport Wireless Pro ไว้เป็นส่วนตัวอยู่แล้วน่ะ แต่ถ้าเกิดใครจะเอา WD My Passport Wireless ไปต่อกับ WiFi network ชาวบ้าน แล้วจะเข้าถึง WD My Passport Wireless ในขณะที่ยังเชื่อมต่อกับ WiFi network นั้น ก็ควรจะตั้งรหัสผ่านไว้ซะหน่อยครับ ซึ่งการตั้งรหัส หรือ ลบรหัสออก ก็ไม่ได้วุ่นวายอะไร

 

เข้าใช้งาน WD My Passport Wireless Pro ผ่านแอป WD My Cloud เข้าใช้งาน WD My Passport Wireless Pro ผ่านแอป WD My Cloud

 

ส่วนอุปกรณ์พกพาที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ก็ดาวน์โหลดแอป WD My Cloud ไปติดตั้งได้ครับ เพื่อใช้เชื่อมต่อ เข้าไปดึงข้อมูลหรืออัพโหลดข้อมูลไปเก็บ โดยแอปให้เราเลือกที่จะอัพโหลดรูปทุกรูปจากสมาร์ทโฟนของเราไปเก็บโดยอัตโนมัติได้ด้วย

 

แนวทางการใช้งาน WD My Passport Wireless Pro

จุดเด่นของ WD My Passport Wireless Pro คือการเชื่อมต่อไร้สายครับ เมื่อไม่ต้องใช้สาย ก็สะดวกในการใช้งานมากกว่า มาลองดูแนวทางการใช้งาน WD My Passport Wireless Pro ที่ผมนึกๆ ได้ดูกันนะครับ

 

คนเดียวแต่หลายอุปกรณ์

หลายๆ คน มีอุปกรณ์หลายตัวครับ ทั้งโน้ตบุ๊ก ทั้งสมาร์ทโฟน เผลอๆ มีแท็บเล็ตอีก ซึ่งบางครั้งเราก็อยากจะแชร์ไฟล์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ เจ้า WD My Passport Wireless Pro นี่ก็จะมาทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกลางในการแชร์ข้อมูลให้ครับ … แถมเจ้านี่ยังมีแบตเตอรี่ 6,400mAh ที่อึดพอที่จะทำเป็น PowerBank ได้ด้วย โดยต่อผ่านพอร์ต USB 2.0 ครับ โดยจ่ายไฟได้ 5V 0.5A ซึ่งมากพอจะชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนสบายๆ

 

หลายคนไปเที่ยว จะรวมรูปไว้ที่กองกลาง

ในการไปเที่ยวหลายๆ คน แต่ละคนก็มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีกล้องเป็นของตัวเอง มี WD My Passport Wireless Pro ไว้ จะช่วยอำนวยความสะดวกได้เยอะเลยครับ สำหรับสมาร์ทโฟน ก็ดาวน์โหลดแอป WD My Cloud ไปติดตั้งไว้ ส่วนตัว WD My Passport Wireless Pro ก็ไม่ต้องไปตั้งรหัสผ่าน และตกลงกันไว้ว่ารหัส WiFi คืออะไร ทีนี้พอถ่ายรูปเสร็จ ก็อัพโหลดเข้า WD My Passport Wireless Pro กันได้เลย … เที่ยวจบ ก็ค่อยแชร์รูปทั้งหมดให้กับทุกคนอีกที

 

WD My Passport Wireless Pro คู่ใจช่างภาพ

SD card เก็บข้อมูลได้เยอะ แต่ช่างภาพหลายคนก็เจอกันมาแล้ว SD card เจ๊ง รูปหาย แต่การแบกโน้ตบุ๊กไปเพื่อแค่โยนรูปมาเก็บมันก็ใช่ที่ โน้ตบุ๊กบางๆ เบาๆ มันก็แพงจะตายใช่ปะ WD My Passport Wireless Pro นี่แหละ สะดวกสุด ไม่หนักมาก ขนาดกะทัดรัด แถมเราเลือกตั้งค่าให้มันก็อปปี้ไฟล์ไปเก็บลงฮาร์ดดิสก์โดยอัตโนมัติทันทีที่เสียบ SD card เข้าไปเลยก็ได้

 

ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ หรือ การก็อปปี้ไฟล์จาก SD card บน WD My Passport Wireless Pro

 

แล้วที่เหลือก็แค่รอดูไฟสัญญาณว่ามันก็อปปี้ครบ 100% หรือยัง แค่นี้ก็เรียบร้อย นอกจากนี้พอร์ต USB 2.0 ที่ให้มาด้วย เอาไว้สำหรับใช้ต่อกับกล้องดิจิทัล (รุ่นที่เมื่อต่อ USB แล้วมันจะทำตัวเป็น Removeable storage) ก็สามารถโอนไฟล์จากกล้องเข้า WD My Passport Wireless Pro ได้เช่นกัน และแน่นอน อย่างที่บอก มันทำตัวเป็น PowerBank ได้ด้วย มันก็ใช้เป็นพลังงานฉุกเฉินสำหรับกล้องได้เหมือนกันนะ

 

ใช้เป็น Media server แบบพกพา

แบบง่ายสุด ก็คือการเข้าถึงไฟล์ผ่านโปรแกรมจัดการไฟล์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแอป WD My Cloud บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต จากนั้นก็เข้าถึงไฟล์หนัง ไฟล์รูป ไฟล์เพลง ได้สบายๆ และถ้าเชื่อมต่อกับ WiFi 802.11ac นี่ แรงพอจะ Streaming หนัง HD 4 เครื่องพร้อมๆ กันเลยทีเดียวครับ

 

Plex Media Server บน WD My Passport Wireless Pro

 

แต่ WD My Passport Wireless Pro ตัวนี้ สามารถดาวน์โหลด Plex Media Server มาติดตั้งได้ด้วยครับ ซึ่งมันช่วยให้การบริหารจัดการไฟล์หนังทำได้สะดวกขึ้น และตัวโปรแกรมนี้ก็จะดาวน์โหลดข้อมูลของหนังมาให้โดยอัตโนมัติ จากนั้นก็สามารถดูผ่านเบราวเซอร์ (ในกรณีของเครื่องคอมพิวเตอร์) หรือผ่านแอป Plex (ในกรณีของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) ก็ได้ครับ

 

ดูหนังผ่านแอป Plex บนสมาร์ทโฟน

 

แบบนี้มันสะดวกกว่าการใช้โปรแกรม WD My Cloud หรือเปิดผ่าน File browser ทั่วไป เพราะเราจัดเป็น Library ได้ มีข้อมูลหนัง มีหน้าปกเรียบร้อยด้วย แต่อย่างไรก็ดี มันมีข้อจำกัดอยู่นะ คือ Plex Media Server เนี่ย จุดเด่นของ Plex Media Server อย่างนึงคือ มันสามารถทำ On-the-fly transcoding ได้ ฉะนั้นไฟล์จำพวก .mkv หรือ .avi ที่ปกติแล้วมันเปิดบนอุปกรณ์บางตัวตรงๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต เหมาะที่สุดควรจะเป็น .mp4 มากกว่า แต่ Plex Media Server จะทำการถอดรหัสไฟล์หนัง แล้วเข้ารหัสไฟล์หนังใหม่ เพื่อให้เหมาะกับการเปิดบนอุปกรณ์ต่างๆ ได้ … แต่ WD My Passport Wireless Pro นี่ ก็อย่างที่รู้กันว่ามันเป็น External HDD ไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบ ฉะนั้น มันก็จะทำ On-the-fly transcoding ไม่ได้นะครับ ไฟล์หนังที่จะเอาไว้เปิดดูได้ ก็ควรจะเป็น .mp4 เท่านั้น

 

บทสรุปการรีวิว WD My Passport Wireless Pro

ถือว่า WD My Passport Wireless Pro นี่ปรับปรุงมาจากรุ่นปีก่อนเยอะทีเดียว ที่สำคัญคือ ราคาถูกกว่าเดิมด้วย เมื่อคิดที่ความจุเท่ากัน นอกจากจะมีฮาร์ดแวร์ที่ดีขึ้นตามยุคตามสมัยแล้ว ลูกเล่นก็เพิ่มมากขึ้นด้วยครับ ทำให้มันไม่เพียงแต่จะเหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับช่างภาพเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็สามารถซื้อไว้ใช้ได้นะครับ เป็นฮาร์ดดิสก์พกพา (ที่แอบหนักไปนิด) เอาไว้ใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ แถมยังพกทีเดียว เหมือนได้พก PowerBank อีกตะหาก

ข้อสังเกตนิดนึงคือ ในระหว่างการใช้งาน อุณหภูมิก็จะสูงขึ้นอยู่หน่อยนะครับ ไม่ร้อนมาก แต่บางคนอาจตกใจ … มันเป็นเรื่องปกติ เพราะฮาร์ดดิสก์ทำงานก็จะร้อนหน่อยอยู่แล้ว นี่ยังมี WiFi อีก ก็ร้อนนิดนึงล่ะน่า แต่ไม่ต้องห่วงครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: