วันเบาๆ เล่าเรื่อง Windows Continuum ตอนที่ 1

Windows Continuum

 

ตอนที่ได้เครื่อง Microsoft Lumia 950XL จาก Microsoft มารีวิว ก็คิดไว้แล้วแหละ ว่าวันนึงจะต้องเขียนเล่าประสบการณ์การใช้งาน Windows Continuum ที่เป็นฟีเจอร์หนึ่งในระบบปฏิบัติการ Windows Phone 10 ให้ได้ เพราะแนวคิดของ Microsoft อันนี้น่าสนใจดีครับ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่ไอเดียใหม่เอี่ยมอะไร เพราะบางแบรนด์เคยพยายามทำมาแล้วกับระบบปฏิบัติการ Android ที่พยายามให้ประกบร่างเอาสมาร์ทโฟนใส่บอดี้ของโน้ตบุ๊ก กลายเป็นแท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊กแบบง่ายๆ และปัจจุบันก็ยังมีโครงการบนเว็บ Cloud funding ที่เป็นลักษณะนี้อยู่ไม่น้อย แต่ความแตกต่างก็คือ สำหรับ Windows Continuum แล้ว นี่คือระบบปฏิบัติการ Windows 10 นะ และพวกแอปต่างๆ ของ Microsoft มันก็เป็นอะไรที่คนทั่วไปใช้งานกันบนเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กอยู่แล้ว

โอเค แล้ว Windows Continuum มันคืออะไรกันแน่?

หลายๆ คนก็ยังอาจไม่รู้จักว่า Windows Continuum มันคืออะไร ก็ขอเล่าให้อ่านกันก่อน … มันคือฟีเจอร์นึงที่มากับระบบปฏิบัติการ Windows Phone 10 ที่ Microsoft เขามองว่า ระบบปฏิบัติการสำหรับ Mobile device และเครื่องพีซี มันควรจะเป็นตัวเดียวกัน ซึ่งผมเข้าใจว่ามันเป็นการตกผลึกจากการที่ Microsoft ลองผิดลองถูกมาตั้งกะ Windows Phone 7 ยัน Windows 10 รวมถึง Windows RT ด้วย โดยชื่อ Continuum นี่สื่อถึงการที่เปลี่ยนจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งแบบเนียนๆ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องปรับตัวอะไรให้ยุ่งยาก ซึ่งมันก็หมายถึง ตัว User Interface ของระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 10 ที่มีความคล้ายกัน

 

แนวคิด Windows Continuum คือ สมาร์ทโฟน ต่อจอ คีย์บอร์ด เมาส์ ใช้เป็นคอมพิวเตอร์ได้เลยสิ่งที่ Microsoft พยายามชูเป็นจุดเด่นของ Windows Continuum ก็คือ ความต่อเนื่องในการใช้งานแบบพื้นฐาน คือ ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Windows Phone 10 ตัวเดียว พกเป็นสมาร์ทโฟน สามารถใช้แอปต่างๆ ทำงานโน่นนี่นั่นได้ตามใจ แล้วพอถึงที่ทำงานหรือที่บ้าน นั่งโต๊ะ หยิบ Display docking ออกมา แล้วเสียบคีย์บอร์ดกับเมาส์เข้าไป ก็ใช้งานเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้สบายๆ

ซึ่งมันพอจะเป็นอะไรที่เทคโนโลยีปัจจุบันพอจะทำได้แล้วล่ะครับ หน่วยประมวลผลของสมาร์ทโฟนสมัยนี้ การแสดงผลระดับ 2K หรือ 4K ก็ทำได้แล้ว แรมที่ให้มาบน Microsoft Lumia 950 นี่ 3GB เผลอๆ จะเยอะกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของบางคนซะอีก และในการเชื่อมต่อออกจอแสดงผล มันก็ทำผ่านพอร์ต USB-C ที่เป็นพอร์ตเชื่อมต่อความเร็วสูง ส่งสัญญาณภาพและเสียง รวมถึงอินพุตอย่างคีย์บอร์ดและเมาส์ก็ได้สบายๆ เลย แถมยังชาร์จแบตเตอรี่ไปได้พร้อมๆ กันอีก

 

ความเจ๋งของ Windows Continuum (ถ้ามันเวิร์กจริง)

ถ้า Microsoft ไม่ถอดยุบไอเดียนี้ทิ้งไปซะก่อน แล้วทำการปรับปรุงพัฒนามันเรื่อยๆ จนมันเวิร์ก ผมว่าความเจ๋งของ Windows Continuum มันคือ

  • ความสะดวกในการพกพา คือ ถ้าไม่ต้องการทำงานแบบซับซ้อนมาก พกแค่สมาร์ทโฟน กับ Display docking และ Wall charger กับสาย USB-C อันเล็กๆ กับ Bluetooth keyboard และ Mouse ก็จบ (เดี๋ยวนี้เรามี Bluetooth keyboard ที่มี TouchPad ในตัว อันไม่ใหญ่ด้วย)
  • ตัว Windows Phone 10 มันมีโปรแกรมพื้นฐานสำหรับการใช้ทำงานค่อนข้างครบเครื่อง เช่น Microsoft Office ที่มาทั้ง Words, Excel, PowerPoint, OneNote และ Outlook ตัวเบราวเซอร์ Microsoft Edge แม้จะไม่เริ่ดสุดๆ แต่ก็ใช้งานได้ไม่แพ้คู่แข่งมาก
  • ใช้งานคู่กับ Cloud storage อย่าง OneDrive ก็จะทำงานต่อเนื่องกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ ได้อย่างสบาย เช่น ผมจะเปลี่ยนไปทำบนโน้ตบุ๊กจริงๆ หรือแม้แต่การข้ามระบบปฏิบัติการอย่าง MacBook ก็ยังไหว
  • ในขณะที่ใช้ Windows Continuum อยู่ ก็ยังสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้ตามปกติด้วยนะ

 

ข้อจำกัดของ Windows Continuum เท่าที่เห็นในเบื้องต้น

แต่ถึงกระนั้น Windows Continuum นี่ก็ยังจัดว่าอยู่ในการพัฒนาขั้นต้นครับ ฉะนั้น จากที่ลองใช้งานมา ผมก็พบว่ามันยังมีข้อจำกัดดังนี้

  • รองรับการแสดงผลไม่ครอบคลุมเท่าพีซี คือ สังเกตได้ว่าตอนเอามาต่อจอ LG 34″ Ultrawide ของผมแล้ว ภาพมีอัตราส่วนการแสดงผลที่ผิดเพี้ยนครับ เพราะมันรองรับการแสดงผลแบบ 16:9 แต่มาเจอจอที่อัตราส่วนการแสดงผลแบบ 21:9 นี่ เพี้ยนไปเลย … ก็ไม่แน่ใจว่าถ้าต่อผ่าน Display Port แล้วจะโอเคกว่าไหม แต่พอดีผมมีแต่พอร์ต HDMI อ่ะ

 

เท่าที่ลองดู Windows Continuum ดูจะยังไม่รองรับการแสดงผลอัตราส่วน 21:9

 

  • แอปที่รันบน Windows Phone 10 ยังเป็น Mobile app นะ ฉะนั้นคุณสมบัติจะไม่เทียบเท่ากับแอปเดียวกันบนเครื่องพีซี แม้แต่ตัว Microsoft Office เองก็ตาม ซึ่งแตกต่างจากเมื่อครั้งเป็น Windows RT ที่ Microsoft Office เป็นแบบตัวเต็ม
  • ไม่ใช่ทุกแอปที่จะรองรับการทำงานบน Windows Continuum ครับ ซึ่งตรงนี้ยังเป็นอะไรที่ Microsoft ต้องปรับปรุงอีกเยอะ

 

แอปหลายๆ ตัว ยังไม่รองรับ Windows Continuum

 

  • การทำงานของ Windows Continuum ยังดูหน่วงๆ ตอบสนองผู้ใช้งานช้า ยังไม่ทำงานแบบ Multitasking โดยสมบูรณ์แบบ ซึ่งผมพบตอนที่พยายามจะเปิดไฟล์จาก OneDrive ในขณะที่กำลังท่องเว็บอยู่ พบว่าไม่สามารถสั่งให้มันพยายามดาวน์โหลดไฟล์มาเปิดทิ้งไว้ โดยที่ผมไปท่องเว็บรอได้ คือ ลองดาวน์โหลดไฟล์ขนาด 38MB ไว้ พอกลับมาที่ Microsoft Edge แล้วเปลี่ยนกลับไป OneDrive อีกที ก็ต้องเริ่มใหม่ … ถ้าอยากจะเปิดจริงๆ ต้องรอจนกว่าจะดาวน์โหลดเสร็จ ถึงจะเปิดได้
  • ปัญหาบั๊กเล็กๆ น้อยๆ เปิดตลอดเวลา คือ พอพิมพ์ๆ ไป มันก็เปลี่ยนหน้าจอบ้างล่ะ อยู่ๆ แอปก็ปิดเองบ้างล่ะ เล็กๆ น้อย ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต แต่มันน่ารำคาญระหว่างการใช้งานสุดๆ

 

นี่แค่วันแรกที่ลองใช้จริงจังนะ

ที่เขียนบล็อกให้อ่านๆ กันเนี่ย คือวันแรกที่ลองใช้ Windows Continuum แบบจริงจังนะครับ ก็กะว่าจะลองใช้ซักพักใหญ่ๆ แล้วจะมาอัพเดตให้ได้อ่านๆ กันเรื่อยๆ ครับ ว่าการใช้ชีวิตกับ Windows Phone 10 เพื่อใช้งาน Windows Continuum โดยคิดซะว่าเจ้านี่คือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาสำหรับใช้ทำงานเลยอ่ะ มันจะเป็นยังไงกันบ้าง

อ้อ! เผื่อไม่รู้ บล็อกตอนนี้ เขียนบนเบราวเซอร์ Microsoft Edge และใช้ Windows Continuum ครับ ไม่ได้เขียนบนเครื่องพีซีหรือเครื่อง MacBook แต่อย่างใด

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

Leave a Reply

%d bloggers like this: