รีวิว WD My Book 4TB คู่ใจ เก็บข้อมูลบนโต๊ะทำงาน

Print Friendly

WD My Book 4TB

 

พักหลังๆ มีสองเรื่องให้ต้องคิดครับ เรื่องแรกคือ ทำงานแล้วมีไฟล์งานสำคัญๆ มากขึ้น เรื่องที่สองคือ ไฟล์งานสำคัญๆ นับวันๆ มันก็มีขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้นๆ นะ และมันก็มีอยู่กระจัดกระจายไปทั่วคอมพิวเตอร์อย่างแรง แม้ว่าเราจะพยายามจัดเก็บให้มันอยู่เป็นที่แล้วก็เหอะ คือ ส่วนใหญ่ก็เก็บไว้ใน My documents แล้ว แต่ก็ยังมีกระจัดกระจายไปอยู่ตาม Musics, Pictures, Videos และพวกโฟลเดอร์สำหรับ Cloud storage ทั้งหลายที่มีอีก (ผมมีทั้ง Dropbox, OneDrive และ Google Drive เลย) ซึ่งสำหรับคนที่อาจจะยังไม่คิดจะซื้อหา NAS ไว้ใช้ (เพราะทั้งบ้านมีเราคนเดียว ไรงี้) การมี Desktop External HDD คือทางเลือกสำหรับการสำรองข้อมูลที่ดีนะ

จริงๆ แล้ว External HDD ก็โอเคนะ ขนาดเล็ก พกพาสะดวก แต่ข้อจำกัดคือความจุได้ไม่เยอะเต็มที่ เพราะข้อจำกัดเรื่องความจุสูงสุดของฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้วครับ เวลาจะใช้เก็บข้อมูลเยอะๆ หรือแบ็กอัพข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เอาเข้าจริงๆ แล้ว สุดท้าย Desktop External Storage ก็ยังจำเป็นอยู่ดีนั่นแหละ และงวดนี้ก็เลยมาขอรีวิว WD My Book 4TB ซึ่งเป็นโฉมใหม่ครับ ตัวนี้ราคาอยู่ประมาณเฉียดๆ 6 พันบาทครับ

 

WD My Book 4TB ด้านหน้า

WD My Book 4TB ด้านหลัง

 

ดีไซน์ของ WD My Book 4TB นี่ สีดำเงาครับ สวยเฉี่ยวเลย แต่จริงๆ ผมชอบดำด้านมากกว่า ดำเงา เวลาใช้ไปนานๆ มันชอบมีรอยขนแมวอะครับ คือ Desktop External HDD อาจจะมีไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะไม่ค่อยได้ถูกเคลื่อนย้าย แต่ยังไงๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบเวลาที่ได้เห็นรอยขนแมว แม้จะนิดเดียวก็เหอะ

 

ดีไซน์ของ WD My Book ดูเรียบง่ายดี วางบนโต๊ะได้เนียนๆ

 

ด้วยความที่ WD My Book 4TB นี่เป็น Desktop External HDD เลยไม่มีพอร์ตแลนให้เสียบนะครับ อย่าตกใจ แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของมัน อาจจะทำให้เรานึกว่ามันเป็น NAS แบบดีไซน์สวยบางก็ตามที … ในการใช้งาน ก็แค่เสียบอะแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟ และเสียบสาย Micro USB 3.0 ที่แถมมาให้ด้วยกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ก็เป็นอันเรียบร้อย … ตัวนี้ถูกออกแบบมาสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows แต่ถ้าใครจะ Format ไปใช้กับเครื่อง Mac ก็ไม่มีใครว่าเช่นกัน

 

ทดสอบความเร็วในการอ่านข้อมูลด้วย HD Tune Pro

ทดสอบการเขียนข้อมูล ด้วย HD Tune Pro

HD File Benchmark

 

ลองทดสอบความเร็วของฮาร์ดดิสก์ รวมถึงการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB 3.0 แล้ว ก็พบว่าความเร็วอยู่ในเกณฑ์โอเคครับ แต่ต้องระวังนิดนึงคือ การเลือกพอร์ต USB และการเลือกใช้สาย Micro USB 3.0 นี่สำคัญ เพราะผมลองต่อพอร์ต USB บน Docking ซึ่งแม้ว่ามันจะบอกว่าเป็น USB 3.0 แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้ความเร็วเทียบเท่าครับ จริงๆ แล้วต้องบอกว่า ความเร็วตกลงไปเหลือแค่ประมาณ 20% ของที่ควรจะเป็นเท่านั้นเองด้วย

 

ลองโยนไฟล์ 1.6GB ไปที่ WD My Book 4TB ดู

ทีนี้ลองก็อปปี้ไฟล์ 1.6TB กลับจาก WD My Book 4TB

 

ทีนี้ลองใช้งานแบบของจริงบ้างครับ ก็อปปี้ไฟล์ขนาด 1.6GB มาวางที่ WD My Book และก็อปปี้จาก WD My Book กลับไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ดู เพื่อดูว่าความเร็วจะเป็นยังไง โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ เป็น Microsoft Surface Pro 3 ที่เป็น SSD ครับ ฉะนั้นแน่นอนว่าคอขวดไม่ได้อยู่ที่ตัว Storage แน่ๆ โดยภาพรวม ความเร็วก็วิ่งฉิวดีครับ ใช้เวลาประมาณ 25 วินาทีในการก็อปปี้ไฟล์ทั้งหมด (ตัวเลขใน Elapsed ไม่ได้บอกเวลาสิ้นสุดนะครับ เพราะโหมดนี้มันจะทำการจับตามองฮาร์ดดิสก์ไปเรื่อยๆ) ความเร็วสูงสุดในการเขียนและอ่านข้อมูลนี่วิ่งไปได้ถึงเกือบ 250MB/s เลย แต่ความเร็วโดยเฉลี่ยเท่าที่ผมดู จะอยู่แถวๆ 100-110MB/s ครับ ซึ่งจัดอยู่ในระดับ กลางๆ ครับ

 

WD SmartWare

 

จุดเด่นของ WD My Book 4TB (และฮาร์ดดิสก์ในตระกูล My Passport Ultra) ก็คือ WD SmartWare ที่มีมาให้ติดตั้งครับ ตัวนี้จะเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้บริหารจัดการเรื่องการแบ็กอัพและกู้คืนข้อมูลได้สะดวกๆ ครับ ซึ่งซอฟต์แวร์ตัวเดียว ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ปุ๊บ จะสามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์ของ WD ที่รองรับทั้งหมดเลยครับ เช่น กรณีของผม พอเชื่อมต่อแล้วจะเห็นว่ามันมองเห็น WD My Book 4TB แล้วก็ WD My Cloud EX2100 ที่เป็น NAS ที่ผมใช้อยู่อีกตัวด้วย นอกจากนี้ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Dropbox ได้อีก

 

ใช้ WD SmartWare ช่วยในการแบ็กอัพข้อมูลง่ายๆ เลย

 

การใช้งาน WD SmartWare หลักๆ เลยก็คือ เน้นไปที่การอำนวยความสะดวกในการตั้งแบ็กอัพข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ไปยัง WD My Book 4TB นี่แหละครับ ถ้าเอาแบบไม่คิดอะไรมาก ก็เลือกแบ็กอัพเป็นรายประเภทของไฟล์เลย ซึ่งก็จะมีไฟล์เอกสาร อีเมล์ หนัง เพลง ภาพ และอื่นๆ เราก็เลือกได้ว่าอยากจะแบ็กอัพอะไรเก็บไว้บ้าง และหากเราคิดว่าอยากจะเก็บแบบเลือกเฉพาะเจาะจงหน่อย ก็เลือกเป็นโหมดแบ็กอัพราย ไฟล์และโฟลเดอร์ แทนก็ได้

สำหรับคนที่ใช้บริการ Dropbox ก็สามารถใช้ WD SmartWare นี่ ช่วยทำการแบ็กอัพข้อมูลจาก Dropbox มาเก็บลง WD My Book นี่ก็ได้ บางคนอาจจะคิดว่า ทำไมต้องทำแบบนั้น ในเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ก็น่าจะมีไฟล์ใน Dropbox อยู่แล้ว แต่ต้องไม่ลืมนะ บางคนอาจจะเลือกซิงก์ข้อมูลแค่บางส่วนจาก Dropbox มาเก็บลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้ แต่ WD SmartWare นี่ จะแบ็กอัพได้ทุกอย่างใน Dropbox เลย โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะไม่ได้ซิงก์ทุกโฟลเดอร์บน Dropbox ก็ได้

นอกจากนี้ WD SmartWare ยังให้เรากำหนดได้อีกด้วยว่าอยากจะให้เก็บ Revision ของไฟล์ต่างๆ เอาไว้กี่เวอร์ชัน (สูงสุดได้ 25 เวอร์ชัน) เผื่อในกรณีที่เราต้องการกู้ไฟล์กลับไปยัง ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งมีประโยชน์มากโดยเฉพาะกรณีที่ทำงานกับไฟล์เอกสารครับ คือ บางทีเผลอพิมพ์ผิด เผลอลบ แล้วอยากได้คืนมา แต่มัน Undo ไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีกู้คืนจาก Revision เลย

 

WD Security จะใช้ก็อย่าลืมรหัสผ่านล่ะ

 

ในแง่ความปลอดภัย ก็มี WD Security มาไว้สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลสิ่งที่อยู่ใน WD My Book 4TB นี่ครับ ถ้าอยากจะเข้าถึงข้อมูล ก็ต้องรู้รหัสผ่าน และรองรับการใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows ด้วย คือ ถ้าล็อกอินเข้ามาในคอมพิวเตอร์ด้วย user ที่กำหนดแล้ว ก็จะปลดล็อกการเข้ารหัสข้อมูลโดยอัตโนมัติ จะได้สะดวกเวลาใช้งาน แต่หากใครจะใช้ฟีเจอร์นี้ ต้องบอกก่อนว่าห้ามลืมรหัสผ่านนะครับ ไม่งั้น ข้อมูลสูญแน่นอน (คือ ข้อมูลไม่หายนะ แต่เพราะไม่มีรหัส ก็จะเข้าถึงข้อมูลไม่ได้) ฉะนั้น ใช้ฟีเจอร์นี้เมื่อจำเป็น และด้วยความระมัดระวังครับ

 

บทสรุปการรีวิว WD My Book 4TB

สนนราคาเกือบหกพันบาท ก็ไม่ได้แพงกว่าฮาร์ดดิสก์ 4TB ทั่วไปมากอยู่แล้ว ฉะนั้นถือได้ว่าไม่แพงจริงๆ เพียงแต่เจ้านี่คือ Desktop Storage นะครับ ไม่ได้เหมาะสำหรับการพกพาไปไหนมาไหนด้วย จึงเหมาะสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะสำหรับทำงานมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้กับโน้ตบุ๊กไม่ได้ เพราะเดี๋ยวนี้หลายต่อหลายคนก็ทำงานบนโน้ตบุ๊กกันแล้ว อย่างผมเอง ผมก็เอา WD My Book 4TB นี่มาใช้เป็นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ๆ ที่ไม่ได้ใช้บ่อย อารมณ์ประมาณ ใช้ตอนอยู่ที่บ้านเท่านั้น (เช่น ไฟล์วิดีโอสำหรับจะใช้ตัดต่อแบบง่ายๆ) และแบ็กอัพข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังเจ้านี่เป็นต้น

โดยสรุป WD My Book 4TB เหมาะสำหรับการเป็นอุปกรณ์ใช้สำรองข้อมูลสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลสำคัญของเรา จะได้มีแบ็กอัพเอาไว้อย่างน้อยก็อีกชุดนึงครับ ซึ่งในจุดนี้ WD SmartWare ที่แถมมาด้วย ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: