ผู้ใช้ Windows 10 ทำอย่างไรดี เมื่อฮาร์ดดิสก์มันใกล้เต็ม? แล้ว C:\ESD คืออะไร?

สำหรับคนใช้พวก Hybrid เนี่ย เนื้อที่มันไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

 

ในขณะที่หลายๆ คน ไม่กังวลมากเรื่องฮาร์ดดิสก์เต็ม เพราะเดี๋ยวนี้แม้แต่โน้ตบุ๊กเอง ก็มีฮาร์ดดิสก์มาให้อย่างต่ำๆ 500GB แล้ว เผลอๆ บางเครื่องก็มี 1TB เลย เรียกว่าเหลือเฟือสำหรับการเก็บงานโน่นนี่นั่น แต่คนที่เน้นโน้ตบุ๊กบางและเบาจำพวก Hybrid หรือ Ultrabook แบบบางเฉียบจริงๆ ก็จะหนักใจหน่อย เพราะพวกนี้ฮาร์ดดิสก์มักจะน้อย เนื่องจากใช้ SSD ถ้าจะซื้อรุ่นความจุสูงๆ ราคาก็จะสูงเอาเรื่องเป็นเงาตามตัว เพราะต้องเอารุ่นสเปกสูงๆ ถึงจะได้ฮาร์ดดิสก์เยอะๆ น่ะ ฉะนั้น รุ่นราคาประหยัด มักจะมามีฮาร์ดดิสก์มาให้ไม่เกิน 128GB ซะมากครับ

ฉะนั้น เมื่ออยู่มาวันนึง เปิด Windows Explorer ขึ้นมา แล้วเห็นว่าเนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์ของเรามันเหลือน้อยเต็มที่ เราจะทำยังไงดี? เพราะบางรุ่นบางยี่ห้อ มันเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ให้ความจุสูงขึ้นไม่ได้อ่ะ

 

เคยดูบ้างไหมว่าโฟลเดอร์ Downloads นี่มีไฟล์เก็บไว้เยอะแค่ไหน

 

คำตอบก็คือ เราก็ต้องมาดูครับ ว่าเรามีไฟล์อะไรที่ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ แล้วกินเนื้อที่เยอะๆ และไฟล์พวกนี้มันอยู่ตรงไหนกันบ้าง เพราะบ่อยครั้งคนทั่วไปมักจะสร้างไฟล์หรือดาวน์โหลดไฟล์มาเก็บไว้ แล้วก็ลืมไปเลยว่าเคยมีมัน … ทีนี้พอเราหาไฟล์พวกนี้เจอแล้ว เราก็มายืนยันครับ ว่าเรายังต้องการมันอยู่ไหม ถ้าไม่ต้องการแล้ว ก็กำจัดมันทิ้งครับ แค่นี้ก็จะได้เนื้อที่ฮาร์ดดิสก์คืนมาแล้ว ไม่มากก็น้อย

เอาล่ะ ทีนี้เราจะหายังไงล่ะ? สำหรับ Windows 10 ที่เริ่มมีความเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับ Mobile device มากขึ้น มันมีตัวช่วยครับ คือ ไปคลิกที่ Start Menu แล้วเลือก Settings > System > Storage ครับ ที่ตรงนี้เราจะเห็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรามีไดร์ฟอะไรอยู่บ้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้ปกติก็จะมี C: เป็นหลักล่ะ

 

ไปที่ Settings > System > Storage

 

จากนั้น ก็คลิกไปที่ไดร์ฟที่เราต้องการจะตรวจสอบ เราจะได้เห็นว่ามีอะไร ตรงไหน ใช้เนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ไปมากน้อยแค่ไหนครับ เช่นในรูปด้านล่างนี่ จะเห็นว่ามีหลายจุดเลย ที่กินเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ผมไปเยอะอยู่ เช่น ลำพังโปรแกรมต่างๆ ก็ซัดไป 19GB แล้ว แล้วยังมี Videos อีก 1.7GB กับ OneDrive 7.17GB และ Desktop 16.9GB!!! (เก็บอะไรไว้ฟะเนี่ย)

 

หน้าจอนี้จะแสดงจุดที่ใช้เนื้อที่ฮาร์ดดิสก์

เราก็หาดูครับ ว่ามีอันไหนใช้เนื้อที่เยอะๆ

 

อยากรู้ว่าตรงนั้น (ที่กินเนื้อที่ไปเยอะ) เก็บอะไรไว้บ้าง ก็คลิกไปดูเลยครับ เช่น ตรง Apps & Games (ซึ่งพอคลิกไปแล้วมันดันเรียกว่า Apps & features ซะงั้น) มันก็จะแสดงให้เราดูว่ามีแอปอะไร หรือโปรแกรมอะไร ที่อยู่ในเครื่องเราบ้าง เราก็เลือกได้ว่าจะให้มันเรียงตามขนาดของโปรแกรม แล้วเราก็ไล่ดูเลยครับว่าอันไหนเราไม่คุ้น เราไม่ค่อยได้ใช้ ก็เลือก Uninstall ไปซะ เช่น กรณีของผม Final Fantasy VII นี่อาจจะเลือกลบออกได้ (เพราะตอนนี้โหลดเวอร์ชัน Android มาเล่นแทนแล้ว) เป็นต้น

 

ดูรายชื่อโปรแกรมที่ติดตั้ง ดูว่าอันไหนเราไม่ได้ใช้ และกินเนื้อที่เยอะๆ

 

ในกรณีของส่วนอื่นๆ เช่น Videos หรือ Desktop พวกนี้เวลาเราเลือกดู มันจะเปิด Windows Explorer ออกมา แล้วเราก็เลือกครับ ว่าไฟล์อันไหน เราอยากจะลบออกบ้าง … กระบวนการเลือกลบเนี่ย ถึกหน่อยครับ แต่ก็ต้องทำ ไม่งั้นลบผิดอันเดี๋ยวมีเฮ แต่จุดที่เราไปดูได้เป็นอันดับแรกเลยคือ Temporary Files ครับ เพราะพวกนี้มักจะเป็นอะไรที่เราดาวน์โหลดมาเก็บไว้ หรือถูกสร้างขึ้นมาไว้ชั่วคราว เพื่อทำอะไรบางอย่าง ซึ่งมันจะประกอบไปด้วย

  • Temporary Files เป็นที่ที่เราลบทิ้งได้หมดเลยจริงๆ เพราะมันคือไฟล์ที่ถูกดาวน์โหลดมาเก็บไว้ หรือถูกสร้างขึ้นมาไว้ชั่วคราว เช่น ตอนติดตั้งโปรแกรม
  • Downloads เป็นโฟลเดอร์ที่เราอาจจะต้องไปดูหน่อยว่ามีอะไรอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มันจะเก็บไฟล์ที่เราดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งมักจะเป็นไฟล์ที่เราใช้ชั่วครั้งชั่วคราว เช่น ไฟล์ติดตั้งโปรแกรม แต่บางทีมันก็มีพวกไฟล์เอกสาร หรือไฟล์รูปภาพที่เราอยากจะเก็บไว้จริงๆ จังๆ ด้วย แต่เราดันลืมย้ายมันไปโฟลเดอร์อื่น
  • Recycle Bin หรือถังขยะ เป็นที่ที่เอาไว้เก็บไฟล์ที่เรากดปุ่ม Delete ครับ … คือ การลบของ Windows มันจะมีสองแบบ แบบแรกคือ เลือก Delete แล้วมันก็จะถูกโยกไปเก็บไว้ใน Recycle Bin เผื่อว่าเกิดนึกได้ว่าลบผิด อยากกู้กลับมา ก็สามารถทำได้ และแบบที่สองคือ ลบถาวร คือ ตอนจะกดปุ่ม Delete บน Keyboard ก็กดปุ่ม Shift ค้างไว้ด้วย แบบนี้คือลบถาวรครับ … ฉะนั้น ปกติอะไรที่อยู่ใน Recycle Bin นี่ คือ สิ่งที่เราลบทิ้งแล้ว ฉะนั้นก็มักจะกำจัดได้เลยครับ

หลังจากที่เราไปค่อยๆ ไล่ดูในแต่ละจุดที่กินเนื้อที่เราไปเยอะๆ แล้ว เราก็จะได้เนื้อที่ฮาร์ดดิสก์คืนมาไม่มากก็น้อยล่ะ อย่างกรณีของผม ผมได้คืนมาประมาณเกือบ 10GB ครับ

อ้อ! แต่ต้องขอเตือนนิดนึงครับ ในหัวข้อ Other เนี่ย เราอาจจะเห็นโฟลเดอร์ C:\ESD ที่มีขนาด 3GB กว่าๆ แล้วเราอาจจะรู้สึกว่า มันคืออะไร(วะ) แล้วก็อยากจะลบมัน เพราะจะได้เนื้อที่คืนมาไม่น้อย แต่ขอออกตัวก่อนว่า ESD นี่เป็นโฟลเดอร์ที่เอาไว้เก็บตัวติดตั้ง Windows ในกรณีที่จะทำ Factory Data Reset ครับ ฉะนั้นผมไม่แนะนำให้ลบโฟลเดอร์นี้ไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ ก็ตามนะครับ … อ้อ! แต่สำหรับคนที่อัพเกรดจาก Windows เวอร์ชันเก่ามาเป็น Windows 10 คุณก็อาจจะอยากลบโฟลเดอร์ที่เก็บ Windows เวอร์ชันเก่าเอาไว้ ซึ่งผมเคยเขียนวิธีเอาไว้แล้วในบล็อกเมื่อปีก่อนครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: