รีวิว HP Envy 13 d130tu อัลตร้าบุ๊กบางเฉียบ เรียบหรู

Print Friendly

HP Envy 13 d130tu

เมื่อเร็วๆ นี้ HP เขาส่ง HP Envy 13 d130tu มาให้ลองใช้งานครับ ดูจากชื่อรุ่นแล้ว มันเป็นระดับพรีเมี่ยมสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปครับ ในเว็บไซต์ HP Store Thailand เขาจัดอยู่ในหมวดหมู่ โน้ตบุ๊กสำหรับที่บ้าน แต่จากที่ผมลองดูรูปร่างหน้าตาแล้ว มันน่าจะเหมาะสำหรับคนทำงาน ที่ต้องการโน้ตบุ๊กดูดี บางและเบา พกไปไหนมาไหนสะดวก เลยเข้าใจว่าน่าจะเพื่อตอบโจทย์สไตล์ BYOD (Bring Your Own Device) หรือการให้พนักงานเอาอุปกรณ์อย่างโน้ตบุ๊ก มาใช้ในที่ออฟฟิศได้ อะไรแบบนี้อ่ะนะ

ตัวที่ผมได้มาจะเป็นตัวเดโมสำหรับทดลองใช้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าของที่ขายจริงมันจะเหมือนกันเป๊ะๆ ไหมอ่ะนะครับ แต่ลองดูกล่องแล้ว อืมมม แม้ตัวนี้จะเน้นไปที่ บางและเบา แต่กล่องน่ะอ้วนอวบไม่น้อยทีเดียว ทั้งนี้เพราะมันแบ่งออกเป็นชั้นวางต่างๆ ไว้น่ะครับ ก็จะมีตัวเครื่อง มีที่ชาร์จ แล้วก็มีอุปกรณ์เสริมอย่าง HDMI-to-VGA adapter, USB LAN dongle และ External DVD-ROM มาให้ด้วย ซึ่งดูครบเครื่องมาก มากกว่าที่จะเป็นโน้ตบุ๊กตามบ้านจริงๆ นั่นแหละ (แต่จากที่ลองไปค้นๆ ดูบนหน้าเว็บ HP Store Thailand เขาเขียนว่ามีแค่ตัว USB LAN มาให้นะ)

 

HP Envy 13 d130tu

 

ตัว HP Envy 13 d130tu เนี่ย ขนาดกะทัดรัดดีครับ ด้วยขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว น้ำหนัก 1.39 กิโลกรัม และความหนา 12.9 มม. ทำให้พกพาไปไหนมาไหนค่อนข้างสะดวกมากทีเดียวเลยครับ แต่มันก็แลกมาด้วยการที่ไม่มี DVD-ROM ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาอะไรมากสำหรับยุคที่ใครๆ ก็ใช้ USB Flash Drive หรือ Cloud storage กันหมดแล้วอ่ะนะ แล้วก็ไม่มีพอร์ต RJ-45 หรือพอร์ต LAN ด้วย ซึ่งสำหรับบ้านและออฟฟิศยุคใหม่ ที่ใช้ WiFi กันหมด ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอีกเช่นกัน

 

คีย์บอร์ดของ HP Envy 13 d130tu

 

สไตล์ของตัว HP Envy 13 d130tu ตัวนี้ ก็คล้ายๆ Envy 14 j109tx ที่ผมมีโอกาสได้รีวิวไปก่อนหน้าอ่ะครับ คีย์บอร์ดเป็นแบบที่ครับเครื่องดี ตำแหน่งของปุ่มต่างๆ ผมค่อนข้างชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นตัว tilde (~) ที่ชาวบ้านเรียกปุ่มตัวหนอนที่เอาไว้เปลี่ยนภาษา ปุ่ม Shift หรือปุ่ม Backspace อะไรพวกเนี้ย ก็กดง่าย กดสะดวกดีอยู่

ลำโพงของ HP Envy 13 d130tu ก็เป็น Bang & Olufsen สเตริโอคู่ เห็นจะๆ ผิดกับหลายยี่ห้อหลายรุ่นที่ชอบซ่อนไว้ด้านใต้เครื่อง

 

ไฟ LED ใต้คีย์บอร์ดและ TouchPad

 

ตัวนี้มีไฟ LED ใต้คีย์บอร์ด ส่องสว่างเอาเรื่อง และมี TouchPad ที่ใหญ่พอสมควร รองรับ Multi gesture ด้วย และรุ่นนี้ก็เช่นกัน ในฐานะที่เป็นระดับพรีเมียม ก็มีตัวสแกนลายนิ้วมือสำหรับใช้ปลดล็อกเครื่องด้วย เพื่อความปลอดภัยที่สะดวกขึ้น

 

ด้านล่างของตัวเครื่อง ผมว่างานออกแบบยังไม่เนียน

 

ในภาพรวมถือว่าการออกแบบทำได้เกือบดีสุดแล้วละครับ ถ้าไม่ติดเรื่องงานประกอบด้านใต้ของตัวเครื่อง ที่แม้ผมจะเข้าใจได้ว่าเพื่อความสะดวกในการถอดซ่อม มันเลยทำเป็นชิ้นเดียวไม่ได้ แต่ว่ามันก็ควรจะประกอบให้เนียนหน่อยอะครับ แต่นี่จับแล้วรู้สึกได้ว่ามันไม่เนียน ขอบคมๆ มันยังอยู่ชัดเจนมาก ก็ไม่ได้อันตรายอะไรหรอกนะครับ แต่จับแล้วรู้สึกได้ว่าระคายมือ

 

หน้าจอของ HP Envy 13 d130tu กางได้ประมาณ 130 องศา แบบนี้

 

หน้าจอแสดงผล สามารถกางได้ประมาณ 130 องศาครับ ซึ่งก็เพียงพออยู่สำหรับการใช้งานในหลายๆ สภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการวางบนตัก หรือวางบนโต๊ะก็ยังโอเคอยู่ แต่สำหรับผม ผมชอบแบบที่สามารถกางได้ 180 องศามากกว่าอ่ะครับ มันสะดวกดี เวลาจะยืนประชุมกัน … ซึ่งสำหรับหลายๆ คน ก็อาจจะไม่ได้มองเป็นปัญหาอะไรหรอกนะ เพราะไม่ได้มีสไตล์การใช้งานแบบผมนี่นา

แต่การกางหน้าจอ 130 องศาแบบนี้ ก็เพราะออกแบบมาให้เวลากางแล้ว มันจะช่วยยกตัวเครื่องโน้ตบุ๊กให้เอียงขึ้นมาอีกนิด เพื่อจะได้พิมพ์ได้สะดวกขึ้นด้วย

 

หน้าจอไม่ลดแสงสะท้อนครับ เงาแว้บเลย

 

อย่างไรก็ดี หน้าจอแสดงผลนี่ เห็นเขาเขียนสเปกว่าเป็น Anti-glare นะ แต่ว่าไม่ได้ลดการสะท้อนอ่ะครับ เงาแว้บเลย บางคนอาจจะชอบ แต่สำหรับผม ผมอยากได้แบบลดการสะท้อนมากกว่าแฮะ

 

ช่องระบายความร้อนของ HP Envy 13 d130tu

 

เวลาออกแบบโน้ตบุ๊กให้บางๆ แล้วทำตัวเครื่องให้เป็น Slope เอียง แล้วยังใช้ Intel Core i อยู่ ความลำบากก็คือเรื่องการระบายความร้อนครับ เพราะมันมักจะไม่มีเนื้อที่ให้วางช่องระบายความร้อน เนื่องจากต้องเอาไปวางพอร์ต USB, พอร์ต HDMI อะไรทำนองนี้ และสุดท้าย ช่องระบายความร้อนก็ต้องไปวางไว้ด้านหลังครับ

 

พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ที่อยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง

พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ที่อยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง

 

พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ที่ HP Envy 13 d130tu นี่มีให้ก็มี USB 3.0 3 พอร์ต HDMI ให้อีกพอร์ตนึง มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. แล้วก็สล็อต SD card reader อีกอัน ก็เป็นไปตามมาตรฐานพวกโน้ตบุ๊กทั่วๆ ไปครับ ไม่ได้มีอะไรขาดหาย และไม่ได้ให้อะไรมาเป็นพิเศษ

 

HP Envy 13 d130tu

 

ทีนี้มาดูที่สเปกของ HP Envy 13 d130tu กันบ้าง ตัวนี้ออกแบบมาสำหรับการทำงานทั่วไปครับ เลยสเปกธรรมดาๆ คือ

  • CPU: Intel Core i5-6200U 2.3GHz (up to 2.8GHz, 3MB cache, dual-core)
  • GPU: Intel HD Graphics 520
  • Display: 13.3″ Full HD 1920×1080 พิกเซล
  • RAM: 4GB LPDDR3 (on-board)
  • Storage: 256GB (หมายถึงตัวที่ได้มารีวิวนะ)
  • Dimensions: 326.5 มม. x 22.6 มม. x 12.9 มม.
  • Weight: 1.39 กิโลกรัม
  • Battery: 3-cell 45Wh Li-ion

ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่สเปกไฮโซอลังการ แต่ว่าก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่ทำงานครับ และแม้ว่าจะเป็นการทำงานตัดต่อกราฟิกด้วย Photoshop หรือการตัดต่อวิดีโอแบบง่ายๆ ก็พอจะทำได้อยู่ครับ

ตัว SSD ที่ใช้งาน ความเร็วก็เป็นแบบความเร็วกลางๆ ครับ ลองทดสอบแล้วมีความเร็วในการเขียนอยู่ที่ 466Mbps และความเร็วในการอ่านที่ 311Mbps โดยประมาณ หากเขียนสลับอ่านก็อยู่ที่ 359Mbps แต่ก็อย่างที่บอก มันก็เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไปครับ

สำหรับคนที่อยากเอามาใช้เล่นเกม … อืมมมมม … ต้องออกตัวก่อนเลยว่าเจ้านี่ไม่ใช่ Gaming machine นะครับ แต่เกมแบบธรรมดาๆ ไม่ได้เน้นกราฟิกโหดๆ ก็น่าจะพอไหวล่ะครับ ประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิก 3D ของ Intel HD Graphics 520 นี่ อยู่ในระดับประมาณด้อยกว่า nVidia GeForce GT555M นิดหน่อย (อ้างอิงการทดสอบโดย Futuremark ผู้พัฒนาโปรแกรมทดสอบ 3DMark)

 

HP Envy 13 d130tu ก็ดูจะมีฟรี WiFi ทั่วโลกให้ใช้ด้วย

 

แต่ตัว HP Envy 13 d130tu นี่จะมีโปรโมชั่นเดียวกับ Envy 14 j109tx นะ คือ มีฟรี WiFi ให้ใช้ทั่วโลกได้ ซึ่งตรงนี้ดูจะเป็นจุดขายของ HP ไปแล้วล่ะ เพราะเขาจะมีฟรี WiFi ให้ 12, 24 หรือ 36 เดือนเมื่อลงทะเบียน ซึ่งจะได้กี่เดือน ก็อยู่ที่ว่าเราซื้อรุ่นอะไรมาอ่ะนะ

 

ตัวตั้งค่าของ Bang & Olufsen

 

อีกการใช้งานนึงที่คนสอย HP Envy 13 d130tu ตัวนี้ไปจะเอาทำก็คือ เพื่อความบันเทิงครับ เพราะเจ้านี่ใช้ลำโพง Bang & Olufsen เลยครับ ซึ่งตัวนี้จะมีตัวตั้งค่าพิเศษเพิ่มมาให้ ให้ปรับ Equilizer ได้ หรือแม้แต่การเปิดใช้งาน HP Noise Cancellation สำหรับการใช้งานไมโครโฟน ซึ่งแม้ในระบบจะเขียนว่า Recording experience (ประสบการณ์ในการบันทึกเสียง) แต่ผมว่าประโยชน์จริงๆ ของมัน น่าจะอยู่ที่การประชุมระยะไกลผ่านโปรแกรมอย่าง Skype อะไรแบบนี้มากกว่า

และก็เหมือนกับ HP Envy 14 j109tx นั่นแหละครับ เสียงที่ได้จากลำโพงนั้นให้เวทีเสียงแบบ Stereo ที่กว้าง โปร่ง ฟังสบาย มีมิติซ้ายขวาที่ดี และยังคงมีข้อจำกัดอยู่ในเรื่องของเสียงเบสอยู่ดีครับ คือ แม้ว่าจะพยายามปรับ Equilizer และอื่นๆ ช่วยในเรื่องนี้แล้ว ก็ยังไม่ค่อยออกมาซักเท่าไหร่ แต่ในภาพรวมเนี่ย ก็ยังคงให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วนดี และการออกแบบตัวเครื่องที่ทำให้รู้สึกราวกับว่าทุกมุมของตัวเครื่องนั้นมีส่วนในการกระจายเสียงร่วมกัน เหมือนกับ HP Envy 14 j109tx ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้งานได้ยินเสียงที่ฟังดูเต็มได้จากแทบทุกมุมของเครื่อง ซึ่งให้ความเพลินและไพเราะในการดูหนังฟังเพลงอยู่ แต่เพราะเสียงมันกระจายไปโดยรอบ ประกอบกับการขาดเสียงเบส มันเลยทำให้เสียงขาดน้ำหนัก ขาดพลังไป

 

บทสรุปการรีวิว HP Envy 13 d130tu

ในภาพรวม HP Envy 13 d130tu ค่อนข้างครบเครื่องสำหรับโน้ตบุ๊กแบบเอนกประสงค์ ใช้ทำงานก็ได้ ใช้ดูหนังฟังเพลงก็เพลิน ประสิทธิภาพก็อยู่ในระดับกลางๆ ครับ มีจุดเด่นที่ความบางและเบาพกพาไปไหนมาไหนก็สะดวก กลุ่มเป้าหมายน่าจะชัดเจนว่าเป็นพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องการเครื่องโน้ตบุ๊กส่วนตัวที่พกไปทำงานด้วยสะดวก จะติดว่าไม่สมบูรณ์แบบก็ตรงที่ด้านล่างของตัวเครื่องมันออกแบบมาไม่เนียนพอนั่นแหละ

แต่พลิกกลับมาดูราคา HP Envy 13 d130tu แล้วราคาแรกจำหน่ายอยู่ที่ 39,990 บาท และขณะที่เขียนบล็อกตอนนี้อยู่ เทียบราคาด้วย Priceza.com แล้ว ถูกสุดเท่าที่เห็นก็แถวๆ 31,xxx บาท ถือว่าลงมาพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังแอบแรงอยู่ครับ ฉะนั้นก็ต้องพิจารณาดูครับว่าโอเคไหม กับการให้ได้มาซึ่งโน้ตบุ๊กที่เพียบพร้อม แต่เน้นไปทางการดูหนังฟังเพลง ในราคาที่อาจจะซื้อรุ่นที่หนักขึ้นมาหน่อย แต่สเปกพร้อมจะเล่นเกมด้วยน่ะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: