ทำไม … ต้องใช้ NAS ในบ้าน?

Print Friendly

เซ็ตอัพสำหรับทดสอบ QNAP HS-251+

 

จนถึงเมื่อปลายๆ ปี 2557 ละมั้งครับ ที่ผมใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลมาได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า NAS หรือ Network-attached storage ไว้ใช้ในบ้าน แต่พอย่างเข้าสู่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ใครล่ะจะคิดว่าผมอัพเกรด NAS มาแล้วถึง 3 รุ่น (QNAP TS-251 4G -> TS-253 Pro -> TS-453A) และได้รีวิว NAS มาแล้วอีกเป็นสิบรุ่นได้มั้ง … แต่หลายๆ คน อ่านบล็อกของผมแล้ว ก็อาจจะเกิดคำถามว่า แล้วมันมีไว้ทำไมล่ะ? บล็อกเนื่องในวันเกิดของผมวันนี้ ก็เลยขอมาเล่าสู่กันอ่านแล้วกัน ว่าเราจะซื้อ NAS เอาไว้ทำไม

ในปัจจุบันนี้ จริงๆ แล้ว NAS มันก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนึงอ่ะครับ มันมีหน่วยประมวลผล มันมีหน่วยความจำ มันมีระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์เพื่อช่วยในการบริหารจัดการการใช้งาน เพียงแต่หน่วยประมวลผลมันมักจะไม่ได้สเปกแรงไฮโซมาก (บางรุ่นใช้หน่วยประมวลผลแบบเดียวกับพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตด้วยซ้ำ) แต่มันมักจะใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ 2 ลูกขึ้นไป (รุ่นที่ใส่ได้ลูกเดียวก็มี แต่ไม่เยอะ) และมักจะรองรับการทำระบบ RAID (Redundant Array of Independent Disk) ด้วย … สนนราคาของ NAS ถ้าวัดประสิทธิภาพในการประมวลผลเทียบกับพวกเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ถือว่าแพงกว่าเอาเรื่องเลยทีเดียว แล้วทำไมหลายๆ คนถึงยังซื้อ NAS มาใช้กันล่ะ แล้วเอาไว้ใช้ทำอะไร?

 

ใช้ NAS เพื่อรวมพวกไฟล์ข้อมูลต่างๆ ไว้ที่ศูนย์กลาง

สมัยก่อน บ้านเรามีเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างมากก็เครื่องเดียว หลายปีต่อมา สมาชิกภายในบ้านแทบจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์กันครบทุกคน ปัจจุบัน เครื่องคอมพิวเตอร์ในบ้านอาจจะลดจำนวนลงไปเหลือ 1-2 เครื่อง สำหรับบ้านที่มีสมาชิก 4 คน (พ่อ แม่ และลูกสองคน) แต่ในทางกลับกัน ในบ้านอาจจะมีสมาร์ทโฟนตามจำนวนสมาชิกภายในบ้าน และอาจจะมีแท็บเล็ตอีก 1-2 เครื่องด้วย

QNAP Cross Platform

แล้วเราก็อาจจะมีไฟล์ข้อมูลบางอย่าง ที่เราอยากจะใช้งานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ เช่น พวกไฟล์มัลติมีเดียอย่างรูปถ่าย ที่เราอยากเก็บไว้ในที่เดียวกัน ใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เปิดดูได้ ไฟล์เพลงหรือไฟล์หนัง ที่อยากจะดูจากเครื่องคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเครื่องไหนก็ได้ … แน่นอน เราสามารถเก็บไฟล์พวกนี้ไว้ในทุกๆ อุปกรณ์ก็ได้ แต่มันไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจซักเท่าไหร่ นอกจากนี้ อุปกรณ์บางอย่างมันก็ไม่สะดวกที่จะเก็บไฟล์ภาพถ่าย ไฟล์เพลง ไฟล์หนังจำนวนมากๆ ไว้นี่นะ

ฉะนั้น เราซื้อ NAS มาใช้ ก็เพื่อใช้เก็บไฟล์ต่างๆ เหล่านี้ ไว้แชร์ไปยังอุปกรณ์ทั้งหลายที่เรามีนั่นแหละ

 

ใช้ NAS เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ ปลอดภัยจากการสูญหายเพียงพอ

ไฟล์ข้อมูลหลายๆ ไฟล์ มีมูลค่าเป็นตัวเงิน บางไฟล์มีมูลค่าทางจิตใจ ไม่มีใครอยากให้มันสูญหายแน่นอน แต่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ มันก็มักจะขาดการป้องกันข้อมูลสูญหายอย่างเพียงพอ แม้ว่าเราจะเลือกใช้วิธีการทำสำเนาเก็บไว้ใน External HDD หรือ Flash drive ได้ แต่มันก็ไม่ใช่วิธีที่ดูเป็นระเบียบซักเท่าไหร่

 

การสร้าง Snapshot บน QNAP Turbo NAS

นี่ก็เลยเป็นอีกเหตุผลนึงที่เราจะเลือกใช้ NAS เพราะเราสามารถเลือกซื้อหา NAS ที่รองรับการใส่ฮาร์ดดิสก์หลายๆ ลูก เพื่อเพิ่มความจุให้มากขึ้น เก็บข้อมูลได้มากขึ้น และในขณะเดียวกัน NAS ก็มักจะมาพร้อมกับคุณสมบัติในการป้องกันข้อมูลสูญหายขั้นพื้นฐาน เช่น การต่อฮาร์ดดิสก์ในระบบ RAID เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายในกรณีฮาร์ดดิสก์ชำรุดเสียหาย และบางยี่ห้อ เช่น QNAP ที่ผมใช้อยู่เนี่ย ก็มีคุณสมบัติอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามา เช่น

  • การแบ็กอัพข้อมูลไปยัง NAS ตัวอื่น หรือบริการ Cloud storage อย่าง Dropbox, OneDrive, Google Drive ฯลฯ เพื่อป้องกันกรณีข้อมูลสูญหายอันเป็นผลมาจากฮาร์ดแวร์
  • การสำรองข้อมูลแบบ Snapshot (รองรับเฉพาะ QNAP NAS บางรุ่น) ซึ่งจะเป็นการทำสำเนาไฟล์เอาไว้ เพื่อเรียกกู้คืนได้ภายหลัง ป้องกันข้อมูลสูญหายอันเป็นผลมาจากฝีมือผู้ใช้งาน (เช่น เผลอลบ หรือ เผลอเซฟผิด)

 

ใช้ NAS เป็น Media Center เพื่อความบันเทิงภายในบ้าน

ในกรณีที่เอา NAS มาไว้เก็บไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ แล้ว บางคนก็อาจจะอยากแปลง NAS ให้เป็น Media Center โดยการต่อออกทีวี ซึ่งตรงนี้ NAS หลายยี่ห้อ รวมถึง QNAP Turbo NAS ที่ผมใช้อยู่ ก็มีรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอกผ่านทางพอร์ต HDMI ด้วย

 

QNAP Media Center

 

QNAP Turbo NAS รุ่นระดับ SOHO เช่น TS-251A หรือ TS-451A ที่กำลังจะวางจำหน่ายในปี 2559 นี้ ก็รองรับการแสดงผลระดับ 4K มีรีโมทคอนโทรลสำหรับควบคุม ถ้าติดตั้งแอปพลิเคชั่นอย่าง KODI หรือ Plex Media Center เข้าไป แล้วต่อออกจะทีวี ก็สามารถใช้เป็นเครื่องเล่นมัลติมีเดียได้แล้ว

 

ดาวน์โหลดแอปมาติดตั้ง แล้วทำให้ NAS เป็นมากกว่า NAS

ย้อนกลับไปย่อหน้าที่สองของบล็อกตอนนี้โลด … NAS เดี๋ยวนี้มันก็เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนึงอ่ะ ฉะนั้นมันจึงทำได้มากกว่าการเป็นแค่ฮาร์ดดิสก์ก้อนใหญ่ๆ ที่เอาไว้เก็บข้อมูลเฉยๆ

NAS สมัยนี้เลยมาพร้อมกับความสามารถด้านอื่นๆ เช่น QNAP Turbo NAS มี Download Station เอาไว้โหลดบิตปิดคอมได้ มี Photo Station ใช้บริหารจัดการภาพถ่ายได้ มี Surveillance Station เอาไว้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ และยังสามารถไปที่ App Center เพื่อดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม เพิ่มความสามารถได้อีก

 

QNAP App Center

 

เมื่อดาวน์โหลดแอปมาติดตั้งแล้ว ก็คิดซะว่า NAS มันก็คือเครื่องเซิร์ฟเวอร์ย่อยๆ เครื่องนึงเลยครับ เช่น เป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ เป็นพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ก็ได้ ถ้าเป็น QNAP Turbo NAS บางรุ่น มีหน่วยประมวลผลชิปอินเทล มีหน่วยความจำ 2GB ขึ้นไป ก็ใช้ Virtualization Station จำลองเครื่องคอมพิวเตอร์มาไว้ใน NAS ได้อีก และอื่นๆ อีกมากมาย

 

เอา NAS มาทำ Private cloud storage ไว้ใช้เอง

บริการ Cloud storage อย่าง Dropbox, Google Drive หรือ OneDrive เขาให้เนื้อที่ใช้ฟรีในระดับนึง แต่ว่าสำหรับบางคนอาจจะต้องการเนื้อที่เก็บข้อมูลมากกว่านั้น และไหนๆ บ้านก็ติดเน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว และมี NAS ความจุหลายเทระไบต์อยู่แล้ว ก็เอา NAS นี่แหละ มาทำ Private cloud storage ใช้เองซะเลยสิ

 

ก็ประมาณนี้ละครับ หากจะซื้อหา NAS ไว้ใช้ในบ้าน … ถ้าอ่านแล้ว มีแนวทางการใช้ NAS ในบ้านด้านอื่นๆ อีก ก็แชร์กันได้ในคอมเม้นต์นะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: