รีวิว LG OLED 55C6T + LG SH8 Soundbar = ความบันเทิงกระหึ่มในบ้าน

 

LG OLED TV 55C6T

วันก่อนกลับมาถึงบ้าน ทาง LG Thailand เขาส่ง OLED 55C6T ตัวนี้มาให้ทดลองใช้งานครับ ซึ่งตัวนี้เป็นโมเดลปี 2016 ที่กำลังจะเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยครับ ว่ากันว่าจะเข้ามาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ครับ แต่ที่แน่ๆ มี OLED Smart TV webOS 3.0 อยู่ในบ้าน เล่นเอาบ้านผมดูไฮโซขึ้นมาในชั่วพริบตาทีเดียว (ฮา) ว่าแล้วก็อย่าช้าเลยครับ มาดูกันดีกว่าว่าเจ้าตัวนี้มีความโดดเด่นอะไรบ้าง

นอกเหนือจากตัว OLED TV 55″ รุ่นล่าสุดตัวนี้แล้ว ทาง LG เขาก็ส่งมาให้พร้อมกับ LG SH8 Soundbar ชุดลำโพงพร้อมซับวูฟเฟอร์ ซึ่งตัว SH8 Soundbar นี้จะมาวางจำหน่ายประเมาณช่วงปลายเดือนกรกฎาคมครับ ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าว่า ทั้ง LG OLED 55C6T คู่กับ SH8 Soundbar นี้ คู่กันแล้ว มันแจ่มแจ๋วแค่ไหน

 

LG OLED 55C6T

 

ด้วยเหตุที่หลังๆ ผมมักจะได้รีวิว LCD หรือ OLED TV ขนาดจอใหญ่ๆ เลยทำให้ผมเปลี่ยนจาก LCD 40 นิ้วแบบเดิมเป็น 55 นิ้ว และผมเองก็ใช้ LG 34″ Ultrawide Curved อยู่ ฉะนั้น ตัว OLED 55 นิ้ว Cureved นี้ จึงไม่ได้ดูใหญ่มากสำหรับผมแล้ว (แหะ แหะ)

จริงๆ แล้ว การหันมาใช้จอ 55 นิ้ว มันเหมือนกับการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ผมเลยนะ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่า จริงๆ แล้ว สำหรับห้องนั่งเล่น ที่ระยะห่างจากจุดที่เรานั่งๆ นอนๆ อยู่ ไปจนถึงโทรทัศน์เนี่ย ระยะประมาณ 2-3 เมตร ได้จอ 55 นิ้ว มันกำลังดีเลยนะเออ ฉะนั้นบอกได้เลยว่า จอ 55 นิ้วของ LG OLED 55C6T ตัวนี้ มันกำลังเหมาะสำหรับวางในห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกเลยครับ

 

ตัวฐานเหมือนดูลอยๆ แต่จริงๆ แล้วคืออะคริลิคใสครับ

 

ผมตั้งข้อสังเกตเรื่องการออกแบบของ LG ว่าดูสวยงาม ล้ำสมัยขึ้นเรื่อยๆ แล้ว OLED 55C6T ตัวนี้ ผมรู้สึกว่าจอมันลอยๆ จากฐานแปลกๆ เลยลองก้มมองดู อ่อ เขาใช้อะคริลิคมาทำเป็นตัวเชื่อมระหว่างจอโทรทัศน์กับฐานตั้งครับ มันแอบให้ความรู้สึกว่าอาจจะไม่แข็งแรงซักเท่าไหร่

 

ตัวฐานนี่เป็นอะคริลิคใส ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันสวย แต่ดูไม่แข็งแรงเท่าไหร่

แต่พอดูใกล้ๆ อะคริลิคที่ใช้ มันหนาดีอยู่ น่าจะทนทานครับ

 

แต่พอได้เข้าไปดูใกล้ๆ ก็หมดห่วงครับ ฐานอะคริคลิคเนี่ย มันแข็งแรงเอาเรื่องอยู่ และอะคริลิคที่ใช้ก็มีความหนาพอสมควร ประกอบกับตัวเทคโนโลยี OLED และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในปัจจุบัน ตัวเครื่องโทรทัศน์ไม่ได้มีน้ำหนักอะไรมากมายแล้ว จอ 55 นิ้วตัวเนี่ย ผมยกคนเดียวขึ้นมาตั้งบนโต๊ะวางทีวีสูงเมตรกว่าๆ ได้สบายๆ

 

พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ อยู่ด้านข้าง ทั้ง HDMI และ USB

พวกพอร์ตเสียง พอร์ตแลน และเสาอากาศ ซ่อนอยู่ตรงนี้

 

พวกพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ เข้าถึงได้ไม่ยาก และอยู่ที่ด้านเดียวกัน จึงอำนวยความสะดวกเราในการจัดวางพวกอุปกรณ์เชื่อมต่อ มี HDMI มาให้ 4 พอร์ต และ USB 2.0 อีก 2 พอร์ต กับ USB 3.0 อีก 1 พอร์ต … ตามสไตล์ของ LG แล้ว บอกได้เลยว่า USB 2.0 ที่ให้มา เอาไว้ต่อคีย์บอร์ดกับเมาส์ครับ ส่วน USB 3.0 เอาไว้ต่อกับพวกฮาร์ดดิสก์หรือ Flash drive เพื่อใช้เล่นพวกไฟล์หนังและเพลงที่เซฟไว้ได้ แบนด์วิธจะได้สูงๆ หน่อย … HDMI 3 พอร์ตที่ให้มา ก็เรียกว่าเหลือเฟือสำหรับต่อพ่วงกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น Set Top Box, Apple TV, Chrome cast จะได้ไม่ต้องเสียบสายเข้าๆ ออกๆ

อ้อ! เจ้านี่เป็น Digital TV แน่นอนครับ มี Digital TV Tuner ในตัว เสียบเสาอากาศก็พร้อมใช้ได้เลย แต่น่าเสียดาย บ้านผมไม่มีเสาอากาศ Digital TV ครับ เพราะผมใช้ Set top box เอา และเพราะตัวนี้เป็น Demo unit เลยทำให้ไม่มีสัญลักษณ์บอกพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ แต่ตัวขายจริงมันจะมีรายละเอียดบอกครับว่าพอร์ตไหนเป็นพอร์ตอะไร ไม่ต้องห่วงครับ

 

ลำโพง LG SH8 Soundbar ด้านข้าง

ปุ่มควบคุมตัว Soundbar อยู่ด้านหลัง

 

มาดูที่ลำโพง LG SH8 Soundbar กันบ้างครับ ขอรีวิวไปพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกัน เพราะผมมองว่า หากมีเงินสอย LG OLED TV 55C6T ตัวนี้แล้ว กันงบอีกซักสามหมื่นนิดๆ แล้วสอยตัวนี้มาด้วยเลยน่าจะดีสุดๆ ครับ ตัวนี้เป็นชุดลำโพงแบบ 6 ตัว รองรับระบบเสียบ 4.1 channel กำลังขับ 420 วัตต์ มาพร้อมกับซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายกำลังขับ 200 วัตต์ รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายทั้ง Wi-Fi Direct และ Bluetooth ด้วย จึงไม่เพียงแต่จะเชื่อมต่อกับ LG OLED TV 55C6T ได้ทั้ง Optical แต่ยังผ่าน LG Sound Sync แบบไร้สายได้อีก และถ้าจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นเช่น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ก็ได้เช่นกัน ฉะนั้น ตัวนี้สอยมาแล้วค่อนข้างคุ้ม

 

 

หน้าจอบางมาก แต่ไม่โยกเยกจนเกินไป คงเพราะมี Tuner และ ลำโพงอยู่ในตัวแบบนี้

 

LG OLED TV 55C6T ตัวนี้ ความละเอียดในการแสดงผลสูงระดับ 4K ครับ มีลำโพงในตัวอยู่ด้านล่างของหน้าจอครับ ตัวนี้แม้จะจอบางเฉียบระดับไม่แพ้พวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต แต่ผมพบว่าฐานค่อนข้างมั่นคงดี ไม่โยกเยกมากแม้จะมีลมพัด แต่ต้องเข้าใจนิดนึงว่า เพราะการออกแบบทำให้ Tuner มันมาอยู่ด้านล่างของตัวจอ ฉะนั้นสุดท้ายแล้ว จอมันก็ยังไม่ได้บางเฉียบทุกสัดส่วนจริงๆ

 

ลองเอา LG OLED TV 55C6T มาดูทีวีทั่วๆ ไป

 

เอาล่ะ มาเสียบ Set top box ดูกันดีกว่า … จริงๆ แล้ว ถ้าเราเลือกพอร์ตสำหรับ Set top box แล้วเลือกยี่ห้อให้ถูกต้อง (และถ้าเราใช้ยี่ห้อที่ตัวทีวีรู้จัก) เราจะสามารถควบคุมตัว Set top box ผ่านทางรีโมทของ LG ได้เลยครับ แต่น่าเสียดาย ตัว Set top box ที่ผมไม่ใช่อะไรที่มันรู้จัก (เหอะ เหอะ)

ปกติแล้วโทรทัศน์ที่มีการแสดงผลความละเอียดสูงๆ เนี่ย จะมีประเด็นกับการเล่นคอนเท้นต์ที่ความละเอียดธรรมดา หรือไม่สูงมาก เพราะเราจะเห็นภาพมันแตกชัดเจนมาก ซึ่งถ้าเป็นพวก HD 720p หรือ Full HD 1080p เนี่ย ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าเป็นแบบ SD เนี่ย จะเห็นภาพแตกได้ชัดเจนมาก … ซึ่งโทรทัศน์ความละเอียดสูงพวกนี้ ก็มักจะมาพร้อมกับเอนจิ้นในการอัพสเกลภาพให้ดูดีขึ้น แต่เอนจิ้นของ LG เนี่ยต้องไปปรับปรุงอีกหน่อยครับ

แต่มองอีกมุมนึง ในอนาคต ความละเอียดในการนำเสนอคอนเท้นต์ของพวกช่องฟรีทีวีก็น่าจะมีแต่ดีขึ้นๆ ความละเอียดสูงขึ้นๆ ครับ ฉะนั้น ในระยะยาวก็หมดห่วงเรื่องนี้ไป

 

เมนูใช้งานของ LG OLED TV 55C6T นี่ดูดีขึ้นเยอะ

เข้าถึงฟังก์ชั่นหลักๆ ได้สะดวก โดยไม่ต้องเข้าเมนูหลัก

 

แต่ในแง่ของซอฟต์แวร์ ตัว LG OLED TV ตัวนี้มาพร้อมกับ webOS 3.0 ซึ่งได้รับการปรับปรุงในส่วนของ User Interface ไปเยอะทีเดียว ตัวเมนูหลักเนี่ย ใช้งานง่ายขึ้นเยอะ และมีการอธิบายฟังก์ชั่นต่างๆ ไว้ค่อนข้างละเอียดดีเลย และในขณะเดียวกัน ก็มีส่วนที่เหมือนจะเป็น Quick Settings ให้เราสามารถเลือกฟังก์ชั่นต่างๆ ที่มักจะใช้บ่อย ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งผมชอบตรงนี้มาก

 

รีโมทคอนโทรลเองก็ดูดีขึ้นด้วย

webOS 3.0 ยังคงมี User Interface คล้ายของเดิม

 

ตัวรีโมทคอนโทรลของ LG เป็นดีไซน์แบบใหม่ ดูดีขึ้นเยอะเลยครับ ผมชอบตรงที่เอาพลาสติกเงาๆ ออกไป เพราะแบบนั้นพอใช้ไปนานๆ จะเป็นรอยง่าย ทำให้มันหมดสวย และดีไซน์ใหม่นี้ดูดีไฮโซทีเดียวเลย

ในแง่ของตัวซอฟต์แวร์ webOS 3.0 นั้น บอกได้เลยว่าดีกว่าของคู่แข่งอีกแบรนด์แบบชัดเจนมาก (ประสบการณ์ตรง ขอยืนยัน) ทั้งในแง่ของการใช้งาน ความสามารถ และเสถียรภาพของตัวซอฟต์แวร์ ผมรู้สึกได้ว่าการ Cast พวก YouTube หรือดึงข้อมูลจาก NAS เนี่ย มันราบรื่นกว่า และชัวร์กว่าเยอะครับ และทาง LG เองก็มีการจับมือกับผู้ให้บริการ Content on Demand เอาไว้ครบเครื่องอยู่แล้ว อย่างเช่น Netflix ที่ให้บริการดูหนังและซีรี่ส์ ซึ่งก็มีคอนเท้นต์ที่รองรับ 4K มาให้ดูบ้างแล้ว และในอนาคตก็คงจะมีเพิ่มมาเรื่อยๆ ที่เหลือก็แค่ เน็ตเราแรงพอหรือเปล่าแล้วล่ะ

 

ลองเอา LG OLED TV 55C6T ดูคอนเท้นต์แบบ 4K

ลองเอา LG OLED TV 55C6T ดูคอนเท้นต์แบบ 4K

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีลูกเล่นใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เช่น Magic Zoom ที่เอาไว้สำหรับซูมภาพเข้าไปใกล้ๆ เฉพาะจุด ซึ่งเหมาะสำหรับเวลาที่เรารับชมคอนเท้นต์ที่ฉายภาพในมุมกว้าง อย่างการแข่งกีฬา หรือในคอนเสิร์ต แล้วเราอยากจะดูเฉพาะจุดแทน และยังมี Magic Mobile Connection ที่ให้เราแชร์รูปภาพ วิดีโอ หรือแม้แต่แอปจากบนสมาร์ทโฟนขึ้นไปเล่นบนตัว LG OLED TV นี้ได้ แต่ต้องดาวน์โหลดแอป LG TV Plus จาก Google Play และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับ LG OLED TV ให้อยู่บนเครือข่ายเดียวกันก่อนนะ

งวดนี้เขาให้ Flash drive มาอันนึง ซึ่งด้านในเขาใส่คอนเท้นต์แบบ 4K มาให้ครับ ซึ่งถ่ายทำมาแบบสำหรับแสดงศักยภาพของ OLED TV มาได้แบบชัดเจนมากเลย เราได้เห็นภาพที่สีสันสวยสด และสีดำที่ดำสนิท ทำให้ภาพออกมามีมิติอย่างมากแบบรู้สึกได้ชัดเลย

คุณสมบัติ OLED HDR ของ LG จะแสดงผลภาพที่มี Dynamic range สูงๆ (High Dynamic Range หรือ HDR นั่นแหละ) ได้ดีมาก และด้วยความที่เป็นเทคโนโลยี OLED ที่สามารถทำให้แต่ละพิกเซลมืดสนิทได้จริงๆ จึงสามารถแสดงภาพที่มีคอนทราสต์สูงๆ ได้มาก และเทคโนโลยี Cinematic Color ของทาง LG เองก็ว่ากันว่าให้เฉดสีที่ให้คุณภาพไม่แพ้พวกโรงภาพยนตร์ดิจิทัลเลย และยังรองรับทั้ง Dolby Vision และ HDR10 อีกด้วย

 

ลำโพง LG SH8 Soundbar มี LED แสดงข้อความแอบซ่อนอยู่ในตัว

 

คุณภาพของลำโพงของ LG OLED TV 55C6T นั้นค่อนข้างดีครับ เห็นข้อมูลแว้บๆ ว่าเป็น Harman/Kardon เสียงลำโพงก็ให้ความกระหึ่มดี แต่ผมไม่ได้รีวิวลำโพงตัวเครื่องหรอกนะ (ฮา) เพราะเขาอุตส่าห์เอาลำโพง LG SH8 Soundbar มาให้ ผมเลยเลือกที่จะให้น้องชายรีวิวตัว Soundbar ดีกว่า

การเชื่อมต่อกับ LG OLED TV สามารถทำได้สองทางหลักๆ คือ ผ่าน LG Sound Sync แบบไร้สาย ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นผ่าน Bluetooth ครับ ซึ่งตรงนี้ถ้าไม่มีคู่มือ ผมว่าแอบยุ่งยากในการติดตั้งอยู่นิดหน่อยแฮะ แต่ถ้ามีคู่มือผมคิดว่าคงไม่ยุ่งยากอะไร เพราะน่าจะเป็นการเซ็ตตัว Soundbar ให้อยู่ในโหมด LG TV แล้วจากนั้นก็เลือก Sound Out บนตัว LG OLED TV ให้เป็น Sound Sync แบบไร้สาย แล้วมันก็จะตรวจเจอตัว Soundbar เองแหละ (ในรุ่นวางจำหน่ายจริง มีคู่มือมาให้ครับ ไม่ต้องห่วง)

อีกวิธีนึง ที่ผมอยากแนะนำ คือการเสียบสาย Optical ครับ คุณภาพเสียงดีทีเดียว แต่ก็จะวุ่นตรงมีสายเกะกะเส้นนึง แต่ไม่ได้ใหญ่มากครับ … เท่าที่ลอง ข้อจำกัดของการใช้ Soundbar ก็น่าจะเป็นเสียงมันไม่ออกมาในทันทีน่ะครับ ตอนเปิดทีวีมาพร้อมกับตัว Soundbar เนี่ย เสียงจะเงียบไปพักนึงก่อนที่มันจะมา

ทีนี้มาคุยกันเรื่องคุณภาพของลำโพงกันบ้างครับ LG SH8 Soundbar ตัวนี้ลำโพงให้ลักษณะเสียงที่ใหญ่ กระหึ่ม กว้าง และมีความโปร่งดีมาก เสียงดังดีและยังคงให้ Character ที่คงที่เมื่อเร่งระดับเสียง แสดงช่วงเสียงต่ำได้ลึกและมวลเสียงค่อนข้างกระชับดี ให้รายละเอียดต่าง ๆ ของเพลงได้ดี เหมาะกับทั้งดูหนังและฟังเพลงหลากหลายสไตล์ จะมีข้อสังเกตนึงว่าเสียงกลางจะแข็งกระด้างนิด ๆ แต่โดยรวมถือว่ารู้สึกประทับใจมากเลยทีเดียว รู้สึกเพลิดเพลินราวกับอยู่ในโรงหนัง และให้อรรถรสในการฟังจนผมเปิดดู MV ใน YouTube เพลินเลย

ในการใช้งานนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ 2 อย่าง อย่างแรกคือการวางลำโพง Subwoofer ตำแหน่งที่เหมาะสม ตอนแรกที่เปิดใช้งาน พบว่าเสียงต่ำเบลอ เสียงกลางกลวงและลอยมาก พอจัดการย้ายตำแหน่งเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น อาการดังกล่าวหายหมด และให้เสียงที่คม กระชับ ขึ้นมาทันที อย่างที่สองคือระดับเสียงที่เหมาะสมกับขนาดห้อง การเปิดเสียงที่ดังเกินไปจะทำให้เสียงโดยรวมเบลอ ขาดความกระชับ ฟุ้ง ขาดความคมชัด หากผู้ใช้งานวางตำแหน่ง Subwoofer ที่เหมาะสมและฟังในระดับเสียงที่พอดี ผมรับรองว่าคุณจะเพลิดเพลินจนแทบไม่อยากหยุดดูหนังฟังเพลงเลยทีเดียว

 

บทสรุปการรีวิว LG OLED TV 55C6T + SH8 Soundbar

สำหรับคนที่มีงบถึง ผมว่านี่คือชุดโฮมเธียเตอร์ประจำบ้านเลยครับ ขนาดไม่ใหญ่เกินไป แต่ให้คุณภาพของภาพยอดเยี่ยม มีลูกเล่นเพียบพร้อมสำหรับการใช้งานในแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังทั้งจากช่องทางปกติ หรือดูไฟล์หนังผ่าน NAS (Network Attached Storage) การท่อง YouTube การเล่นเกม ฯลฯ ที่ไม่สะดุด และมีเสถียรภาพค่อนข้างดีเลย ด้วยระบบปฏิบัติการ webOS 3.0 และยิ่งผนวกกับชุดลำโพง SH8 Soundbar และจัดห้องนั่งเล่นให้เป็นห้องดูหนังด้วย บอกได้เลยว่าทั้งภาพและเสียงกระหึ่มดีไม่แพ้ดูหนังโรงเลยครับ (ยกเว้นแต่เรื่องขนาดหน้าจอที่ไม่เท่านั่นแหละ) … แต่หากใครคิดว่า 55 นิ้วใหญ่ไม่พอ เห็นว่าจะมีตัวจอ 65 นิ้วมาด้วยนะ

ถ้าสนใจละก็ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lg.com/th/tvs/lg-OLED55C6T นะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: