รีวิว Plantronics Voyager 5200 Bluetooth headset สไตล์หรู

Plantronics Voyager 5200

จะเรียกว่าผมเป็นแฟนหูฟังของ Plantronics ก็ได้ครับ เพราะผมรีวิวก็หลายตัว และใช้เองอยู่ก็หลายตัวเช่นกัน ที่ใช้หลักๆ ตอนนี้ก็มี BackBeat Pro เอาไว้ตอนดูหนังฟังเพลงอยู่กับบ้าน Voyager Focus UC เอาไว้ฟังเพลงชิลๆ ตอนออกนอกบ้าน ไปต่างประเทศ และใช้ทำ Skype Meeting ด้วย ส่วน Bluetooth Headset ก็ใช้ Voyager Edge อยู่ … นี่ล่าสุด รุ่นประจำปีนี้ Plantronics เขาเปิดตัว Voyager 5200 มา สงสัยจะได้เวลาเปลี่ยนรุ่นแล้วสินะเรา (ฮา)

 

แพ็กเกจของ Plantronics Voyager 5200

แพ็กเกจของ Plantronics Voyager 5200

 

Plantronics ตระกูล Voyager นี่จะเป็นแนวไลฟ์สไตล์ หรูหรา ดูไฮโซ เห็นผู้บริหารนิยมใช้กันครับ ตัว Voyager 5200 นี่ก็เช่นกัน กล่องเลยทำออกมาดูดีมากทีเดียว เปิดออกมาจะเห็นว่าตัวนี้สไตล์การสวมใส่จะเป็นแบบเกี่ยวหูครับ

 

Plantronics Voyager 5200

 

เวลาจะสวมทางขวาก็จะหน้าตาแบบนี้

 

ตัว Plantronics Voyager 5200 นี่ออกแบบมาให้เป็นแบบเกี่ยวหูครับ แต่ใส่ได้ทั้งหูซ้ายและหูขวา เพราะตรงส่วนของหูฟังเนี่ย บิดได้สองด้าน เพื่อปรับให้เป็น Bluetooth Headset สำหรับสวมหูซ้ายหรือหูขวาก็ได้ครับ ตัวยางสำหรับสวมใส่ในหู มีให้เปลี่ยน 3 ขนาด แต่เจ้านี่ไม่ใช่แบบ In-ear นะครับ มันแค่สวมเข้าไปในหูเฉยๆ จริงๆ แล้วต้องบอกว่า รู้สึกหลวมๆ กว่าหูฟังโทรศัพท์มือถือแบบทั่วๆ ไปซะอีก แต่ที่มันสวมใส่แล้วไม่หลุด ก็เพราะมันเป็นแบบเกี่ยวหูนี่แหละ

 

ปุ่ม Volume บน Plantronics Voyager 5200

สวิทช์เปิดปิด และขั้วชาร์จแบตเตอรี่ เมื่อใช้คู่กับ Portable Power Case ที่เป็นอุปกรณ์เสริม

ปุ่มรับและวางสายของ Plantronics Voyager 5200

ปุ่มแดงๆ นี่เป็นปุ่มอเนกประสงค์

 

เทียบกับ Voyager Edge ที่ผมใช้อยู่ จำนวนปุ่มที่มีไม่แตกต่างกัน แต่ว่าตำแหน่งในการติดตั้งเนี่ย ต้องทำความเคยชินซักนิด ถึงจะเริ่มคลำได้ถูกครับ อันนี้ต้องทำใจนิดๆ เพราะถูกออกแบบมาให้มันขนาดกะทัดรัดในหลายๆ ส่วน เลยทำให้ตำแหน่งวางมันอาภัพนิดๆ แต่พอคุ้นแล้ว ก็หาปุ่มได้ไม่ยากหรอกนะครับ

ปุ่มที่เข้าใจได้ง่ายสุดก็คือสวิตช์เปิดปิดหูฟัง และปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนปุ่มสีดำที่อยู่ด้านหลังก้านไมโครโฟนเป็นปุ่มสำหรับเช็คระดับแบตเตอรี่ และโทรออก (รวมถึงหมุนเบอร์ซ้ำ) หรือวางสาย และปุ่มสีแดงเป็นปุ่มอเนกประสงค์ เอาไว้ Mute เสียง และเอาไว้สำหรับเรียกใช้ฟังก์ชั่น Siri หรือ Google Now (ขึ้นอยู่กับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นไหน)

 

ใส่ Plantronics Voyager 5200 แล้วก็เป็นแบบนี้

 

เอาล่ะ ลองใส่แล้วใช้งานดูครับ … เนื่องจากตัวนี้เป็นแบบเกี่ยวหู บางคนอาจจะไม่ชอบแนวนี้ แต่ก็ขอบอกว่า มันทำให้การใส่ยุ่งยากขึ้นอีกนิด (แต่ชินแล้วก็จะไม่รู้สึกอะไรมาก) แต่น้ำหนักของตัวหูฟังแค่ 20 กรัม ไม่ทำให้รู้สึกว่าหนักมากมายแต่อย่างใด ตัวก้านไมโครโฟนเป็นแบบมีไมโครโฟน 4 ตัว ทำ Noise cancellation ได้ยอดเยี่ยมมาก ตัดเสียงรบกวนภายนอกไปได้เกือบหมดเลยทีเดียว พูดแล้วคมชัดแจ๋วแหวว แต่สำหรับคนหน้ามันแบบผม มันเสียตรงที่ก้านไมโครโฟนมันมาแนบชิดหน้าเกินไป ความมันบนใบหน้าไปติดตรงก้านไมโครโฟนตลอดเลย

ระหว่างใส่ขณะขับรถ เจ้านี่รองรับ A2DP ฉะนั้นสามารถ Streaming เพลงจากสมาร์ทโฟนมาฟังก์ได้ หรือจะใช้ฟัง GPS นำทางก็ได้เช่นกัน … อ้อ! เขาว่าเจ้านี่มีเทคโนโลยีในการกันเสียงลมเข้าไมโครโฟนที่เยี่ยมมาก เลยเอาไปทดสอบแบบโหดๆ ดูครับ นั่นก็คือ ลองโทรหาแม่ โดยที่ผมคุยแบบเปิดพัดลมฮาตาริเบอร์ 3 แบบจ่อมาทางไมโครโฟนของ Plantronics Voyager 5200 เลย ซึ่งผลก็คือ แม่ไม่รู้สึกเลยว่ามีเสียงลม แม่บอกว่า เสียงชัดแจ๋วมากลูก

แบตเตอรี่ ชาร์จเต็มแล้วใช้งานต่อเนื่องได้ตามสเปกคือ 7 ชั่วโมง (อันนี้ลองแล้ว จากการเอามาฟังเพลง) และสามารถสแตนบายได้ 9 วัน (อันนี้ยังไม่ได้ลองขนาดนั้น)

 

มีภาษาไทยแล้วเลือกภาษาไทย แล้วก็ดาวน์โหลดมาใส่ Plantronics Voyager 5200 ได้เลย

 

ตามสไตล์ของ Plantronics คือ หูฟังจะพูดกับเราได้ครับ เพื่อบอกสถานะต่างๆ เช่น แบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่ เชื่อมต่อกับโทรศัพท์หรือยัง มีใครโทรเข้ามา อะไรแบบนี้ … ซึ่งเดี๋ยวนี้ Plantronics เขาก็มีภาษาไทยให้ดาวน์โหลดแล้วครับ เสียงไทยงี้ชัดแจ๋วเหมือนเสียงคนเลย ไม่ใช่เหมือนเสียงคอมพิวเตอร์ที่พยายามทำตัวเป็นคน … ใครอยากเปลี่ยนเป็นภาษาไทย ต้องไปดาวน์โหลดแอป Plantronics Hub มาติดตั้ง แล้วไปเลือก Headset Language เป็นภาษาไทยก่อนนะครับ (ต้องดาวน์โหลดมาด้วยนะ) แต่ที่หายไปจากรุ่น Voyager Edge ก็คือ มันไม่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงอ่ะครับ

สนนราคาของ Plantronics Voyager 5200 นี่ก็คือ 4,590 บาทครับ ราคาก็ประมาณ Voyager Edge เลย แต่ว่า Voyager Edge นี่จะมีแท่นชาร์จแถมมาด้วย แต่เจ้านี่มาแต่หูฟังนะครับ ชาร์จผ่านสาย Micro USB เอา

 

Portable Power Case

Portable Power Case ใช้ได้ทั้งรุ่น Voyager 5200 และ 5200 UC

 

แต่ถ้าใครคิดว่า เฮ้ย ต้องมีแท่นชาร์จดิ จะได้ดูไฮโซสมกับเป็นรุ่น Voyager ก็สามารถซื้อเป็นอุปกรณ์เสริมได้ครับ คือ Portable Power Case ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งกล่องเก็บ แท่นชาร์จ และแบตเตอรี่สำรองสำหรับ Plantronics Voyager 5200 และ 5200 UC ได้ในตัว (รุ่น UC จะเพิ่ม USB Dongle ให้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือพวก IP Phone ที่รองรับพอร์ต USB ได้ง่ายๆ จะได้ใช้ Plantronics Voyager 5200 เป็นหูฟังไร้สายกับอุปกรณ์พวกนี้ได้ด้วย)

 

เก็บ Plantronics Voyager 5200 ไว้ใน Portable Power Case เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ในตัว

 

อย่างไรก็ดี ตัว Portable Power Case เนี่ย มันไม่ได้สะดวกในการพกพาใส่กระเป๋าเสื้อนะครับ มันเหมาะสำหรับใส่ไปในกระเป๋าเอกสาร เป้ กระเป๋าสะพาย อะไรแบบนี้มากกว่า เพราะขนาดมันก็ใหญ่ระดับนึง (และมีน้ำหนักประมาณนึง แต่ไม่ได้หนักมาก)

 

ตัว Portable Power Case นี่เป็นแท่นชาร์จได้ในตัว

 

แต่ตัว Portable Power Case นี่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานเป็นแท่นชาร์จแบตเตอรี่แบบวางแนวตั้งแบบนี้ได้ด้วย เหมาะสำหรับคนทำงานที่พกไป แล้วก็วางแท่นชาร์จไว้บนโต๊ะเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ Plantronics Voyager 5200 แบบนี้ หรือใครจะเอาไว้ที่บ้านเพื่อกลับมาแล้วค่อยวางชาร์จ พรุ่งนี้จะได้หยิบไปใช้งานต่อได้ง่ายๆ ก็ย่อมได้เช่นกัน หรือจะพกไปทั้งคู่ เอาไว้เก็บใส่กระเป๋า เผื่อเดินทางไปต่างประเทศไรงี้ ก็ได้อีกเช่นกัน

 

บทสรุปการรีวิว Plantronics Voyager 5200

บอกได้เลยว่าเจ้านี่ราคาไม่ได้ถูกแต่อย่างใด แต่แลกมาด้วยรูปลักษณ์ที่ดูดี ไฮโซ คุณภาพเสียงดี และไมค์ที่ตัดเสียงรบกวนภายนอก รวมถึงเสียงลม ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก เรียกว่าจะใช้โทรในสภาพแวดล้อมไหน ก็แทบจะหมดห่วงว่าคู่สนทนาจะรำคาญกับเสียงรบกวน โดยเฉพาะเสียงลม ไปได้เลย … ซึ่งจากที่ผมลองใช้ Bluetooth headset มาหลายรูปแบบ บอกตรงๆ ว่า มันตัดเสียงลมไม่ได้ดีขนาดนั้น ลองใช้คุยกับเพื่อนหรือแฟนแล้วเปิดพัดลมจ่อตัว (ก็เมืองไทยมันร้อน … บ้านจน ไม่เปิดแอร์ เปลืองค่าไฟ ไรงี้) เสียงลมโกรกนี่ทำแฟนงอนได้ แต่ลองใช้ Plantronics Voyager 5200 นี่แล้ว ขนาดเอาหน้าเด่เข้าไปหาพัดลมจนจะโดนใบพัดลมอัดใส่หน้าอยู่แล้ว เสียงยังชัดแจ๋วเลยอ่ะ

ฉะนั้น ถ้าคิดจะซื้อแล้วขอเจ๋งๆ ใช้ยาวๆ 4,590 บาท กับ Plantronics Voyager 5200 นี่คุ้มครับ จะติดก็คงแค่ คนที่ไม่ชอบ Bluetooth Headset แบบเกี่ยวหู อาจจะรู้ขัดๆ กับเจ้านี่แหละ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

5 Responses

  1. menat24 says:

    เหมือนว่าเคสจะไม่ได้แถมนะครับ
    http://ireview.in.th/review-plantronics-voyager-5200/

    • @kafaak says:

      ใช่ครับ ไม่ได้แถมครับ ในรีวิวผมก็เขียนแล้วนะครับ ว่าไม่ได้แถมมาให้ ต้องซื้อเป็นอุปกรณ์เสริม

  2. e21btv says:

    น้ำตาจะไหลซื้อรุ่น Voyager Legend ใด้ปีกว่าไมล์โคโพรนเสียแล้วครับหมดประกันพอดี สามพันกว่าๆๆจะดูรุ่นใหม่ก็คิดหนักครับว่าจะใช้ใด้เกินปีกี่วันครับ

    • @kafaak says:

      ฟังว่าประกันสองปีนะครับ ลองไปเช็คกับทาง Plantronics ดูครับ

  3. yo says:

    ถ้ามีแบบใส่สองหู แบบ Plantronics BackBeat Go3 จะสุดยอดขึ้นไปอีกเลยครับ 55

Leave a Reply

%d bloggers like this: