แนวทางการใช้ Qsync กับ QNAP Turbo NAS อย่างมีประสิทธิภาพ

Print Friendly, PDF & Email

Qsync + QNAP Turbo NAS

แม้ว่าเดี๋ยวนี้ NAS จะราคาลงมาเยอะแล้ว แต่ก็ยังพอสมควรอยู่นะครับ ฉะนั้น เมื่ออุตส่าห์ซื้อ QNAP Turbo NAS เอาไว้ใช้ในบ้านทั้งทีแล้ว เราก็ควรจะใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงไหมครับ แล้วอย่างนึงที่เราสามารถทำได้ ก็คือการใช้งานคู่กับ Qsync นั่นเอง ผมเคยเขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้แล้ว แต่ที่ผมจะเขียนถึงในตอนนี้ จะเป็นแนวทางในการใช้งาน Qsync ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานของเราให้มากขึ้นนั่นเองครับ

ลบไฟล์บนเครื่อง แต่ไม่ลบไฟล์บน NAS

ข้อจำกัดนึงของบริการ Cloud storage ทั่วไปก็คือ ผู้ใช้งานจะต้องเก็บไฟล์ที่ซิงก์เอาไว้บนเครื่องด้วย มองในแง่ดีก็คือ เราจะมีสำเนาของไฟล์อยู่บนหลายๆ เครื่องเลย แต่มองในแง่ร้ายก็คือ ทุกเครื่องไม่ได้มีเนื้อที่เท่าๆ กันไปซะหมด บางเครื่องความจุน้อยกว่า พอมาเก็บไฟล์ไว้เยอะๆ ก็ฮาร์ดดิสก์เต็ม

แต่สำหรับ QNAP Turbo NAS ที่ใช้ร่วมกับ Qsync และ MyQNAPCloud ซึ่งจะทำงานได้เหมือนๆ กับบริการ Cloud storage แล้ว มันมีคุณสมบัตินึงที่ผมชอบในตัว Qsync ก็คือ เราสามารถเลือกที่จะเก็บไฟล์เอาไว้อยู่บน NAS ได้ แม้ว่าเราจะลบไฟล์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปแล้วครับ ซึ่งตรงนี้ช่วยเราได้เยอะ หากเรามีความจำเป็นที่จะต้องลบไฟล์ทิ้งเพื่อเรียกคืนเนื้อที่บนฮาร์ดดิสก์ ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องห่วงว่าไฟล์บน NAS จะโดนลบ

 

เลือกที่จะไม่ลบไฟล์ตอนที่ซิงก์ข้อมูลไ้ด้ด้วย

 

อย่างไรก็ดี ถ้าเราเลือกใช้คุณสมบัติ Smart delete แล้ว และได้ลบไฟล์ออกไปแล้ว ก็อย่าไปปิดคุณสมบัตินี้ล่ะ ไม่งั้นมันจะซิงก์การลบไปนะครับ … ถ้าเราต้องการกลับมาซิงก์ข้อมูลทุกอย่างเหมือนเดิม เราต้องไป copy ไฟล์จากโฟลเดอร์ Qsync กลับมาให้เหมือนกันทั้งหมดก่อนนะครับ

 

เครื่องหาย กลัวข้อมูลรั่วไหล ลบโฟลเดอร์ Qsync จากระยะไกลโลด

มี Qsync คอยซิงก์ไฟล์ทั้งหมดเอาไว้ในอุปกรณ์ทุกชิ้นมันก็สะดวกดีครับ ไฟล์งานของเราก็มีอยู่ทุกที่ที่เราต้องการ แต่ว่าเกิดวันดีคืนร้าย อุปกรณ์เราโดนขโมย หรือสูญหายไป เราก็จะกลัวข้อมูลรั่วไหลใช่ปะ ถ้าเกิดวันนั้นมาถึงขั้นมาจริงๆ จะทำยังไง?!? วิธีนึงที่ทำได้ ในกรณีของ Cloud storage ทั่วไปคือ การย้ายเอาไฟล์และโฟลเดอร์ที่ซิงก์ไปไว้ที่อื่นเลย แต่ข้อเสียก็คือ ทำแบบนี้ปุ๊บ เครื่องอื่นๆ กระทบไปหมดด้วยอ่ะ

 

เข้าไปที่ Qsync Central แล้วเลือก Remotely erase device ได้

 

แต่ถ้าเป็น QNAP Turbo NAS นะครับ ให้เราไปที่แอปชื่อ Qsync Central Station แล้วไปที่ Devices จากนั้นก็ไปคลิกปุ่ม Remotely erase device เลยครับ แค่นี้ก็เรียบร้อย ไม่ไปป่วนเครื่องอื่นๆ ด้วย แถมในหน้าจอนี้ เราเลือกที่จะบล็อกไม่ให้เครื่องไหนซิงก์ข้อมูลจาก QNAP Turbo NAS ได้อีกด้วย

 

บริการ Settings ของ Qsync จากศูนย์กลาง

ตัว Qsync Central Station บน QNAP Turbo NAS นอกจากจะใช้ลบข้อมูลออกจาก Qsync ของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ใดๆ ได้ตามใจแล้ว ก็ยังไปตั้งค่าการซิงก์ได้ด้วย และเลือกจะไม่ซิงก์ไฟล์บางไฟล์ได้อีก เช่น ไม่ซิงก์ไฟล์ที่มีนามสกุล .mp4, .mkv, .wmv, .avi, .mp3 อะไรแบบเนี้ย ซึ่งเป็นไฟล์ที่อาจเผลอใส่ไปในโฟลเดอร์ Qsync แต่เราไม่อยากจะซิงก์ เพื่อจะกินเวลานาน กินแบนด์วิธ และควรจะเป็นอะไรที่อยู่เครื่องใครเครื่องมัน เราก็ตั้งค่าได้ครับ

 

Qsync Central Station

 

Version Control ไฟล์หายยังได้คืน

ถ้าบริการ Cloud storage เขามีบริการ Version history ซึ่งหมายถึง การเก็บประวัติไฟล์ที่เราอัพโหลดขึ้นไป เผื่อกรณีที่เราเผลอลบ หรือเผลอแก้ไขโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วอยากจะกู้ข้อมูลไฟล์เก่าคืนมาแทน … แล้วทำไม QNAP Turbo NAS จะมีไม่ได้ล่ะ?

 

ทำ Version Control เพื่อเก็บไฟล์เอาไว้สำหรับกู้คืน

 

ใน Qsync Central Station เขาจะมีหัวข้อ Version Control มาให้อยู่แล้ว ซึ่งเมื่อเปิดใช้ (ถ้าจำไม่ผิด มันจะเปิดไว้เป็นค่า Default อยู่แล้ว) เราก็เลือกได้ว่าจะเก็บไฟล์ย้อนหลังเอาไว้สูงสุดกี่เวอร์ชัน (มีผลต่อเนื้อที่ที่จะถูกใช้เพื่อเก็บไฟล์เวอร์ชันเก่า) ทีนี้เกิดเผลอลบไฟล์ทิ้ง (แม้จะลบออกไปจาก Recycle bin แล้วก็ตาม) หรือเผลอไปแก้ไขไฟล์โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วดันเซฟไปแล้วด้วย เราก็ยังสามารถกู้ไฟล์เวอร์ชันเก่าขึ้นมาได้ เหมือนกับที่ทำได้บนบริการ Cloud storage ยี่ห้อดังๆ เลย

 

ทำงานเป็นทีม ทำ Team Folder

พวกลูกเล่นที่บริการ Cloud Storage มีให้ ก็มักจะเป็นแบบพื้นฐานสำหรับใช้งานส่วนบุคคลครับ หากอยากได้คุณสมบัติสำหรับการทำงานเป็นทีม เช่น การมี Team Folder เพื่อใช้แชร์ไฟล์กันระหว่างสมาชิกในทีม เราจะต้องสมัครบริการแบบ Business account ซึ่งมักจะมีค่าบริการที่สูงขึ้นอีกหน่อย (แต่ก็ได้เนื้อที่เก็บข้อมูลเพิ่มด้วยนะ)

 

Team Folder ทำงานกันเป็นทีมได้ในโฟลเดอร์นี้

 

แต่สำหรับ QNAP Turbo NAS และ Qsync แล้ว เราเป็นเจ้าของ Private Cloud นี่นา ฉะนั้น เราอยากจะเพิ่มผู้ใช้งานเข้าไปก็ย่อมได้ และจะสร้าง Team Folder เพื่อให้สมาชิกในทีมเข้ามาใช้งาน ก็ย่อมทำได้เช่นเดียวกัน พูดง่ายๆ มีลูกเล่นพอๆ กับพวก Cloud storage ในแบบ Business เลยครับ

การเซ็ตก็แค่ไปที่ Qsync Central Station (อีกแล้ว) แล้วไปที่ Team Folder จากนั้นก็คลิกปุ่ม Share แล้วเลือกโฟลเดอร์ที่อยากจะแชร์ แล้วเลือกว่าอยากจะแชร์กับ User คนไหนบ้างก็เป็นอันเรียบร้อย User คนนั้นก็เข้ามาในหน้าเว็บบริหารจัดการ QNAP Turbo NAS ไปที่ Qsync Central Station แล้วก็ไปที่ Team Folder จากนั้นก็จะเห็นว่ามีคนแชร์โฟลเดอร์มาให้ เราก็เลือกที่จะ Accept ก็เสร็จสิ้นกระบวนการ

 

แชร์ไฟล์ใน Qsync Folder ไปให้คนอื่น ที่ไม่ใช่ผู้ใช้งาน QNAP Turbo NAS

และเช่นเดียวกับบริการ Cloud storage อื่นๆ ครับ QNAP Turbo NAS ก็สามารถที่จะแชร์ไฟล์หรือโฟลเดอร์ให้กับคนอื่นๆ ได้ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ใช้งาน QNAP Turbo NAS ก็ตามครับ

 

สร้างลิงก์สำหรับแชร์ไฟล์ได้

 

ทำลิงก์เสร็จ ก็แชร์ไปให้คนอื่นได้เลยครับ โดยเราสามารถเลือกได้อีกว่าจะให้แชร์ลิงก์แบบมีเข้ารหัส SSL ไหม แล้วจะกำหนดให้ต้องใส่ Password ก่อนถึงจะดาวน์โหลดไฟล์ได้ไหม แล้วจะให้ลิงก์มีอายุนานแค่ไหน รายละเอียดพวกนี้ทำได้หมดเลย

 

ก็พอหอมปากหอมคอครับ ได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่าจะใช้ QNAP Turbo NAS ที่ซื้อมายังไงให้คุ้มค่าขึ้น เลยเขียนแปะเอาไว้ให้เผื่อผู้อ่านท่านใดที่เป็นผู้ใช้งาน QNAP Turbo NAS เหมือนกันอาจได้ไอเดียเอาไปใช้งานมั่ง

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: