เมื่อผมอัพเกรด MacBook Pro 13″ (2011) จาก HDD เป็น SSD

MacBook Pro 13" Early 2011 ตัวที่จับไปอัพเกรด

 

ครั้งหนึ่งในชีวิต ผมอยากเขียนบทความเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Mac OSX และเครื่อง MacBook Pro ก็เลยกัดฟันจ่ายเกือบครึ่งแสน สอย MacBook Pro 13″ (2011) มาครับ แต่สุดท้ายจนแล้วจนรอด บทความที่ว่าก็ไม่ได้คลอด แต่ผมก็พบว่า MacBook Pro นี่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีเครื่องนึงเลยทีเดียว ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป อะไรที่มันเคยเร็วปรี๊ดปร๊าด มันก็ไม่เป็นเหมือนเคยครับ พอมาถึงอัพเกรดเป็น El Capitan ตัวล่าสุด กว่าจะเปิดเครื่องได้แต่ละที กว่าจะเปิดโปรแกรมได้แต่ละตัว มันช่างอืดอาดยืดยาดเสียนี่กระไร

อีกสองเดือน ผมก็จะผ่อน MacBook Pro 13″ Retina ที่ผมสอยให้เป็นของขวัญวันรับปริญญาของน้องชายเสร็จแล้ว (เฮ่อ!) ผมก็เลยด้อมๆ มองๆ อยู่ว่าจะซื้อตัวใหม่ดีไหม ท่ามกลางสายตาของแฟนที่เฝ้าถามผมว่า “จะซื้อมาทำไม ของเก่าก็ยังมี และก็ยังใช้ได้อยู่” … เอ๋า!! ก็มันเก่าแล้ว แล้วเครื่องก็หน่วงหนืดแล้วด้วย เปิดปิดแต่ละที ขนาดพับฝาจอเก็บ พอเปิดมาจะใช้ต่อ กว่ามันจะตื่นยังซักพักเลย ไม่สะดวกจริงๆ นะเธอว์

แต่ที่แฟนผมทักมา มันก็น่าคิดนะ … เราเอา MacBook Pro มาใช้ทำอะไรกันแน่?!? สำหรับผม ผมก็เอามาใช้เขียนบล็อก ทำงานออฟฟิศตัวเองบ้าง เพราะลง Microsoft Office ไว้ (ใช้ Microsoft Office 365 ไง) เลยใช้เช็คเมล์ แก้ไขเอกสารบ้าง อาจจะมีทำงานกราฟิกบ้างนิดหน่อย แต่นั่นก็ไม่ได้ต้องใช้สเปกล่าสุดแต่อย่างใดเลย ยิ่งตัวที่ผมใช้เนี่ย ผมจงใจอัพเกรดแรมเป็น 8GB ด้วย จริงๆ แล้วมันก็ควรจะใช้ได้อีกยาวสิฟะ (หึหึ)

 

แม้จะสเปกเก่าแก่ แต่ก็ยังลงเอลกัปปิตันได้ ฉะนั้นก็อัพเกรดซะสิ

 

สุดท้ายก็เลยพิจารณาอีกหนึ่งทางเลือกครับ คือ อัพเกรดส่วนที่เป็นตัวถ่วงที่สุดของเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นก็คือ ฮาร์ดดิสก์ ครับ เพราะตัว MacBook Pro 13″ (2011) ที่ผมใช้อยู่เนี่ย มันยังเป็นฮาร์ดดิสก์แบบเดิมๆ ความเร็ว 5,400 รอบ ความจุ 500GB ครับ และจากประสบการณ์ที่ผมได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รัน Windows ทั้งหมดที่มี ซึ่งตอนนี้เป็น SSD ล้วนเลย (ฮา) มันช่วยให้การเปิดปิดเครื่องหรือเรียกใช้งานโปรแกรมรวดเร็วขึ้นมา … คำถามจึงอยู่ที่ว่า มันคุ้มไหม เพราะตัวเลือกมันก็มีให้เยอะอยู่ครับ เริ่มตั้งกะ SSD ของ Trandscend 128GB นี่ก็ 2,800 บาท ไปจนถึง Samsung EVO 850GB ราคา 26,500 บาท!!! แต่ที่ผมเล็งๆ ไว้คือ HyperX103 480GB ของ Kingston ราคา 7900 บาทครับ

ตัดสินใจอยู่พักนึง ก็จัดซะเลยครับ ใช้บริการของร้าน Unlimit Mac ให้น้องชายเอาไปจัดการให้ครับ เขามีบริการเปลี่ยนให้ และโอนย้ายข้อมูลให้เสร็จเลย แล้วของก็กลับมาถึงมือผมครับ ซึ่งผมขอสรุปประสบการณ์ที่ได้จากการอัพเกรดฮาร์ดดิสก์เป็น SSD ดังนี้ครับ

  • ระยะเวลาที่ใช้ในการเปิดเครื่อง ยังไม่เร็วปรี๊ดปร๊าดแบบเครื่องพีซีที่ผมใช้ SSD คือ ใช้เวลาประมาณ 20-25 วินาที แต่ก็ถือว่าเร็วกว่าเดิมเยอะมาก โดยเฉพาะตอนที่มันเปิดตัวแล้วเริ่มบูต (ที่มันจะมีเกจวิ่งว่าโหลดเสร็จหรือยัง) เร็วขึ้นมาก
  • เมื่อมันบูตมาจนถึงหน้าจอ Desktop เนี่ย ตอนที่ยังเป็นฮาร์ดดิสก์ มันต้องรอพักใหญ่ๆ เลย กว่ามันจะพร้อมให้เราเปิดโปรแกรมขึ้นมา แต่พอเปลี่ยนมาเป็น SSD แล้ว มันแทบจะพร้อมในทันที อันนี้แฮปปี้มาก
  • การเปิดโปรแกรมแต่ละตัว เร็วขึ้นแบบเห็นได้ชัดเจน จากเดิมที่ไอคอนมันเด้งๆๆๆๆๆๆๆ รอจนเงก ตอนนี้เด้ง 5 จึ๋ง มันก็เปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้ว นี่ก็แฮปปี้อีกเช่นกัน
  • อาจจะเป็นผมคิดไปเอง แต่การเปิด Google Chrome หลายๆ แท็บพร้อมกัน ตอนนี้ไม่มีปัญหาหน่วงแล้วด้วย และการสลับไปมาระหว่างโปรแกรมหรือแม้แต่หน้า Desktop เอง ก็รู้สึกได้ว่าไม่หน่วงไม่สะดุดเหมือนเมื่อก่อน

 

แบตเตอรี่ก็ยังดีอยู่ แม้จะผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้ว
ว่าแล้วก็ต้องบอกว่าการอัพเกรดครั้งนี้ ก็เรียกว่าคุ้มครับ 7,900 บาท ส่วนนึงเป็นเพราะคุณภาพของพวกชิ้นส่วนของ MacBook Pro ที่เรียกว่าดีมากทีเดียว แบตเตอรี่นี่ ป่านนี้แล้วก็ยังเก็บประจุได้ดีอยู่ และที่คาดหวังได้อีกอย่างก็คือ จากการที่เปลี่ยนมาใช้ SSD ที่กินแบตเตอรี่น้อยกว่า มันก็ควรจะทำให้ MacBook Pro 13″ (2011) ของผมนี่ใช้งานได้นานขึ้นกว่าแบตเตอรี่จะหมดอ่ะนะ

 

สรุป … แล้วสมควรอัพเกรดไหม?!?

MacBook Pro รุ่นใหม่ที่หันมาใช้ SSD เนี่ย ผมยังไม่มีบุญได้ใช้ด้วยตัวเอง เลยตอบไม่ได้ว่ามันเจ๋งจ๊าบแค่ไหน แต่สำหรับคนที่มี MacBook Pro รุ่นพระเจ้าเหาแบบผม ถ้าไม่ติดเรื่องจะต้องอัพเกรดเป็น Mac OSX เวอร์ชันใหม่สุดๆ (ซึ่งหากใหม่กว่า El Capitan แล้ว ตัว MacBook Pro 13″ (2011) นี่อาจจะไม่สามารถไปต่อได้แล้ว) และคุณไม่ได้ใช้โปรแกรมที่ต้องใช้สเปกเครื่องสูงๆ ใหม่ล่าสุดอยู่เสมอ การอัพเกรดจากฮาร์ดดิสก์มาเป็น SSD นี่ผมว่าคุ้มค่านะครับ เพียงแต่อาจจะไม่ต้องกัดฟันอัพเป็น 480GB แบบผมที่ราคา 7,900 บาทก็ได้ เปลี่ยนเป็นแค่ 240GB ราคา 5,000 บาทก็พอ แค่นี้ก็แทบจะเหมือนได้เครื่องใหม่แล้ว

ถ้ายังมีใครที่ตัดสินใจไม่ตกอยู่ ผมว่าตัดสินใจได้เลยแหละ ยกเว้นว่าเครื่องเก่าของคุณจะต้องเปลี่ยนทั้ง RAM, ฮาร์ดดิสก์ และแบตเตอรี่พร้อมๆ กัน อะไรแบบเนี้ย ถ้าเจอเคสแบบนั้น ผมว่าซื้อเครื่องใหม่เลยน่าจะดีกว่าครับ เหอๆ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: