Jabra Sport Coach หูฟังพร้อมโค้ชส่วนตัวสำหรับคนรักการออกกำลังกาย

Print Friendly

๋Jabra Sport Coach

 

ขุดกรุรีวิวกันนิดนึง สำหรับหูฟังไร้สายเพื่อคนที่รักการออกกำลังกายครับ ตัวนี้ออกมานานแล้ว เกือบปีเห็นจะได้ แต่ผมคิดว่าหากตอนนี้ใครกำลังคิดจะหาหูฟังที่จะใช้ออกกำลังกายก็ได้ ใช้เพื่อความบันเทิงในชีวิตประจำวันก็ดี ตัวนี้ก็น่าจะเป็นทางเลือกนึงเลยล่ะ ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีงบประมาณในระดับนึงนะครับ เพราะแม้ตอนนี้ก็ยังมีสนนราคาประมาณนึงอยู่ (ประมาณห้าพันกว่าบาทเห็นจะได้) จุดเด่นของรุ่นนี้คือ มีระบบ Intelligent Audio Coaching ที่ให้ความรู้สึกเหมือนมีโค้ชมาช่วยแนะนำในการออกกำลังกายครับ

 

แพ็กเกจของหูฟัง Jabra Sport Coach นี่สวยงามดี

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในแพ็กเกจ

 

ตัว Jabra Sport Coach นี่ แพ็กเกจสมราคาค่าตัวครับ ดูดีมากทีเดียว … ให้ความรู้สึกว่า เออ ของราคาประมาณนี้ก็ต้องกล่องประมาณนี้แหละ แต่ในการใช้งานจริง เราไม่ได้เก็บกล่องไว้หรอกนะครับ รกบ้านเปล่าๆ แต่ของที่มาพร้อมกับแพ็กเกจก็โอเคทีเดียวล่ะ มีสาย Micro USB 2.0 เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ มีชุดยางซิลิโคนขนาดต่างๆ เพื่อให้เพื่อให้เหมาะกับหูขนาดต่างๆ ของคนเรา … เลือกเปลี่ยนตามความเหมาะสมครับ เพราะมันจะช่วยให้เราสวมใส่แล้วสบายหู

 

ใส่ไม่ยาก ไม่รู้สึกเจ็บหู แม้จะใส่นานๆ กันเสียงภายนอกได้ระดับนึง

มีตัวรูดพลาสติกเล็กๆ เอาไว้เก็บสายให้เป็นระเบียบ ตอนใช้งานรู้สึกดี

 

นอกจากนี้ก็ยังมี Hard case ไว้สำหรับเก็บหูฟังเพื่อพกพา มีขนาดกะทัดรัด พกไปไหนมาไหนก็สะดวก จะเป็นคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิง ก็ไม่น่ามีปัญหาในการพกเจ้านี่ไปข้างนอกครับ เวลาสวมใส่เพื่อใช้งานจริง ก็มี FitClip เพื่อเอาไว้เก็บสบายให้เป็นระเบียบ ทำให้ไม่รู้สึกเกะกะเวลาออกกำลังกายด้วย แต่จะใช้หรือไม่ใช้ก็ตามสะดวก ขึ้นอยู่กับสไตล์การสวมใส่

 

หูด้านซ้าย มีปุ่มอยู่ครับ

หูฟัง สวมใส่สบายดีอยู่ แต่ต้องเลือกจุกยางให้เหมาะสม

 

ตัวหูฟังออกแบบมาสอดคล้องกับสรีระของหูคนเราครับ มี EarWing เอาไว้ใส่เพื่อให้กระชับรับกับใบหูมากขึ้น ไม่ให้หลุดออกมาง่ายๆ ตรงหูด้านซ้ายมีปุ่ม Sports เอาไว้ใช้งานคู่กับ Sport App ของ Jabra ครับ ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายและใช้คุณสมบัติของ Sport App ก็จะไม่ต้องยุ่งอะไรกับปุ่มนี้ … นอกจากนี้ก็มีเซ็นเซอร์ TrackFit Motion Sensor เอาไว้ตรวจจับการเคลื่อนไหวขณะออกกำลังกาย แอบอยู่ในหูฟังนี่ด้วย

 

หูฟังด้านขวามี LED Indicator และพอร์ต Micro USB 2.0 ซ่อนอยู่

 

ส่วนหูฟังด้านขวานั้นมีการซ่อน Indicator LED ไฟแสดงสถานะเอาไว้ แล้วก็ถ้าแกะส่วนของ EarWing ออกมา ก็จะเห็นพอร์ต Micro USB 2.0 เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่อยู่ในนี้ด้วย ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม ก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครับ

 

มาพร้อมกับไมโครโฟนและตัวควบคุมการเล่นในตัวการเล่นเพลงด้วย

 

นอกจากนี้ก็มีตัวควบคุมเสียงและการเล่นเพลง ซึ่งก็จะมี 3 ปุ่มหลักๆ คือ Volume +, Volume – และ Multi-function button ครับ ปุ่ม Multi-function นี่ใช้ทั้งเปิดปิดหูฟัง รับสายโทรศัพท์ โทรเบอร์ล่าสุด เล่นและหยุดเพลง ส่วน Volume + กับ Volume – ก็เอาไว้เลื่อนเพลงไปข้างหน้าหรือกลับไปเพลงก่อนหน้าได้อีก และยังใช้สั่งงานอื่นๆ ได้อีก แนะนำให้ไปอ่านคู่มือเอา แต่ตัวควบคุมอันนี้อันเดียว เอาอยู่จริงๆ

 

เลือกกิจกรรมการออกกำลังกายเลือกกิจกรรมการออกกำลังกายเป็นเซ็ตก็ได้พอใช้งานในโหมด Workout ก็จะมีเสียงโค้ชคอยบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง

 

ถ้าจะใช้งานคุณสมบัติ Intelligent Audio Coaching ก็ต้องดาวน์โหลด Jabra’s Sport Life มาครับ แอปตัวนี้จะมีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลการออกกำลังกายและวิเคราะห์ข้อมูล จากนั้นเราก็เลือกกิจกรรมที่เราอยากจะออกกำลังกาย จะเลือกเป็นแบบเดี่ยวๆ หรือจเลือกเป็นเซ็ตก็ได้ แล้วโปรแกรมต่างๆ ก็จะมีลักษณะการออกกำลังกายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในระหว่างการออกกำลังกาย ก็จะมีเสียงของโค้ชมาบอก … แต่ข้อจำกัดคือ โค้ชเป็นชาวต่างชาติน่ะ (ฮา)

วิธีการใช้งานก็คือเปิดแอป กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว เพื่อที่แอปจะได้ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลอื่นๆ เช่น การเผาผลาญแคลลอรี่ อะไรแบบนี้ โดยแอปจะนำทางเราทีละขั้นตอนจนกระทั่งทดสอบเสียงเสร็จก็เท่ากับพร้อมใช้งาน จากนั้นก็เลือกกิจกรรมการออกกำลังกายที่ต้องการ แล้วก็เริ่มได้เลยครับ ตัวปุ่ม Sport จะเข้ามามีบทบาทในหลายหน้าที่ เช่น เมื่อเราออกกำลังกายครบ เราก็กดปุ่มนี้เพื่อบอกว่าเราครบเซ็ตแล้ว ก็ไปออกกำลังกายท่าต่อไป หรือจะหยุดการออกกำลังกายชั่วคราว หรือข้ามไปยังท่าออกกำลังกายถัดไปก็ได้ นอกจากนี้ หากเราเซ็ตการออกกำลังกายที่ต้องการเอาไว้แล้ว เราสามารถเริ่มการออกกำลังกายได้ผ่านทางปุ่ม Sport นี้เลย โดยไม่ต้องเข้าใช้แอปเลย

ทีนี้มาดูคุณภาพเสียงกันบ้าง Jabra Sport Coach นั้นถูกปรับแต่งมาให้เน้นความคมชัด มีเนื้อเสียงที่ค่อนข้างเล็ก แม้จะเน้นช่วงกลาง-สูง แต่ก็ยังแสดงย่านต่ำออกมาให้พอรู้สึกได้ ทั้งยังสามารถแสดง Dynamic หนักเบาได้บ้างอีกด้วย ช่วยให้ประสบการณ์ฟังเพลงยังดีอยู่ได้ไม่ถึงกับเสียอรรถรสในการฟังเพลงไป แม้จะเน้นความคมชัดอย่างที่กล่าวไว้ แต่รายละเอียดเสียงมีความสมดุลกัน ไม่แหลมบาดหู ไม่แข็งกระด้าง ไม่จม เบลอ หรือฟังลอยๆ และสิ่งที่ผมชอบเป็นพิเศษคือการแสดงรายละเอียดออกมาได้ลงตัวในพื้นที่ของมัน ไม่ซ้อนทับกัน ให้ความรู้สึกโปร่ง เป็นธรรมชาติดีอยู่ เป็นหูฟังออกกำลังกายที่ปรับมาใช้สำหรับความบันเทิงในชีวิตประจำวันได้ เปรียบเป็นภาพก็เหมือนกับ ภาพที่มีขนาดเล็กลง ค่อนข้างคมชัดเหมือนต้นฉบับ แต่สีจางๆ ซีดๆ หน่อย แต่โดยรวมถือว่าโอเคครับ

 

บทสรุปการรีวิว Jabra Sport Coach

เป็นหูฟังที่ดีตัวนึงสำหรับคนที่รักการออกกำลังกาย … ราคาไม่ถูกซักเท่าไหร่ แต่จากที่ได้ลองมาหลายยี่ห้อหลายรุ่น ส่วนใหญ่ราคาก็จะประมาณนี้แหละ ถ้าจะดีไซน์และสเปกประมาณนี้ เท่าที่ลองใส่ดูแล้ว มันกระชับดี ใส่แล้วไม่หลุดง่าย (แต่ต้องเลือกใส่ EarGel กับ EarWing ให้เหมาะสมกับหู ซึ่งหูสองข้างของเรา อาจจะต้องการคนละไซส์กันก็ได้นะ) ตัวคุณสมบัติเด่นคือ Intelligent Audio Coaching นี่ช่วยให้การออกกำลังกายแบบเป็นเซ็ตสะดวกขึ้น ไม่ต้องคอยมองหน้าจอสมาร์ทโฟน แต่ยังมีข้อจำกัดอยู่ที่เราได้แต่โค้ชต่างชาติอะนะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: