สร้าง Infographic ด้วย PowerPoint 2016 ไม่ใช่เรื่องยาก ตอนที่ 3

How to create infographic with PowerPoint

 

หายหน้าไปพักใหญ่ๆ ทีเดียวเลยล่ะครับ กับซีรี่ส์สอนทำ Infographic ด้วย PowerPoint แต่วันนี้กลับมาแล้วล่ะ ส่วนใครที่ลืมไปแล้วว่าผมสอนอะไรไปบ้าง ให้ย้อนกลับไปอ่านซีรี่ส์สอนการทำ Infographic ด้วย PowerPoint ของผมนะครับ ซึ่งผมได้พูดถึงในเบื้องต้นไปแล้วว่า PowerPoint เนี่ย มันสามารถปรับขนาดของสไลด์ให้เหมาะสมกับการทำ Infographic ได้ แถมยังสามารถเซฟสไลด์เป็นไฟล์ JPEG หรือ PNG ที่เป็นไฟล์รูปภาพได้อีกต่างหาก และผมได้แนะนำเว็บไซต์สำหรับหาพวก Vector graphic เพื่อเอามาใช้ประกอบการทำ Infographic แล้วด้วย

แต่ก็อย่างที่บอก ปกติแล้วเขามักจะทำ Infographic ด้วยโปรแกรมกราฟิกแบบ Vector อย่าง Adobe Illustrator กัน ทำไมเราจะไปใช้ PowerPoint กันล่ะ? อันนี้ผมก็ต้องขอย้ำจุดเด่นของโปรแกรม PowerPoint ที่เหนือกว่าพวกโปรแกรมอย่าง Adobe Illustrator ครับ นั่นก็คือ

  • มันรองรับภาษาไทยได้เนียนกว่า ซึ่งอันนี้เรื่องจริง พวกฟ้อนต์ไทยฟรีๆ ที่ดาวน์โหลดมาได้หลายตัว ถ้าจะใช้กับโปรแกรมตระกูล Adobe บางทีมันไม่สมบูรณ์แบบ 100% ครับ แต่บน PowerPoint นี่มันรองรับฟ้อนต์ไทยได้ดีกว่าเยอะ
  • พวกเครื่องมือต่างๆ บน PowerPoint นี่ ทำความเข้าใจง่ายกว่าโปรแกรมออกแบบกราฟิกเยอะ
  • โปรแกรม PowerPoint เอง ก็ทำตัวเป็นโปรแกรมออกแบบกราฟิกแบบ Vector ขนาดย่อมๆ ได้ครับ

อย่างไรก็ดี ผมไม่ได้หมายความว่า PowerPoint นี่ดีเลิศประเสริฐศรีกว่า Adobe Illustrator นะครับ เอาเข้าจริงๆ ถ้าจะทำ Infographic แบบไฮโซ สวยๆ ล่ะก็ ยังไงมันก็ทำได้ดีกว่า PowerPoint เยอะ แต่หากมองในแง่ทำ Infographic แบบ In-house หรือ พวกเราทำกันเอง บางทีเจ้านายอยากจะมี Infographic แบบง่ายๆ ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินไปจ้าง Outsource ทำ อะไรแบบนี้ หรือเราจะเอาไปประยุกต์กับไฟล์นำเสนอของเราก็ได้นะครับ

 

ตัวอย่าง Infographic สร้างด้วย PowerPoint 2016 แบบง่ายๆ

 

บางคนอาจจะคิดว่ามันทำยาก แต่จริงๆ แล้ว หัดใช้ซักพักนึง ทำบ่อยๆ เดี๋ยวก็คล่องมือเอง … รูปด้านบน เป็น Infographic แบบพื้นๆ ง่ายๆ ที่ผมทำโดยใช้ PowerPoint เกือบจะทั้งหมดเลยครับ (ยกเว้นไอ้โลโก้ Microsoft Edge ที่ผมว่าไปดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตเลยง่ายกว่าเยอะ) … แน่นอนว่าหากเราทำ PowerPoint ใช้นำเสนอกันเองภายในบริษัทหรือสถานศึกษา แบบนี้ก็สามารถทุ่นเวลาได้เยอะด้วยการไปดาวน์โหลดรูปภาพมาจาก Google นั่นแหละ ไม่ต้องเสียเวลาออกแบบเอง

แต่หากเราต้องทำ Infographic ไปเผยแพร่ การไปดาวน์โหลดรูปมาโดยไม่สนใจเรื่องลิขสิทธิ์ เดี๋ยวพาลจะไปสะดุดตอเข้าให้ ถ้าทำเป็นการส่วนตัวก็คงไม่มีอะไรมาก (โดยเฉพาะหากไม่ได้เอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ยังพอเคลียร์ได้) แต่หากทำในนามบริษัทแล้วละก็ เดี๋ยวเรื่องจะยาวนะ

การทำรูป Stickman ก็แค่เอารูปทรงเลขาคณิตมาประกอบกัน

จริงๆ แล้วเนี่ย พวกกราฟิกแบบง่ายๆ ที่เอามาใช้ประกอบ Infographic เช่น รูปคนผู้ชาย รูปคนผู้หญิง หรือแม้แต่รูปเครื่องโน้ตบุ๊กและสมาร์ทโฟนที่ผมเอามาใช้ทำตัวอย่างเนี่ย สามารถทำได้ด้วย PowerPoint เลยนะครับ เพียงแต่เราต้องไม่ทำตัวขี้เกียจ ไปไล่หาดูว่า PowerPoint มีไอคอน หรือ รูปร่าง ที่เป็นตัวคน ให้เลือกใช้อยู่ตรงไหนบ้าง (แต่จริงๆ ผมก็อยากบอกว่า Microsoft ควรมีแพ็กกราฟิกแบบนี้ให้เลือกใช้นะ) แต่ถ้าเราเอารูปทรงเลขาคณิตต่างๆ ที่มีให้ใช้มาประกอบ แค่ 5-6 ชิ้นเนี่ย ก็ได้รูปคนแล้วครับ อย่างรูปด้านบน จะเห็นว่าผมใช้ 5 ชิ้น คือ ทรงกลม, เส้นโค้ง และสี่เหลี่ยมผืนผ้าอีก 3 ชิ้น มาประกอบรวมกัน แล้วลงสีพื้นกับเส้นขอบให้เป็นสีเดียวกัน จากนั้น ก็ Group รวมกัน แค่นี้ก็เรียบร้อย

 

ลองทำไอคอนรูป Microsoft Surface ด้วย PowerPoint ดู

 

ลองใหม่ดูนะครับ คราวนี้ลองดูที่กราฟิกรูป Microsoft Surface ที่ผมทำเล่นๆ บ้าง จะเห็นว่าอันนี้ถึกหน่อย เพราะต้องประกอบด้วยสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 ชิ้น มาทำเป็นตัวแท็บเล็ต และเอาสี่เหลี่ยมคางหมูอีกสองอันมาซ้อนกัน ทำเป็น Type Cover และสุดท้าย ตีเส้นตรง 4 เส้น ทำให้ดูเป็นคีย์บอร์ด จากนั้นก็แค่ Group ทุกอย่างมารวมกัน … สังเกตนิดนึง เราแค่ต้องการทำรูปร่างให้ดูแล้วรู้ว่ามันคืออะไร เราไม่ต้องทำให้มันมีรายละเอียดเป๊ะๆ ซะเมื่อไหร่ล่ะ จริงไหม

ถ้าทำกราฟิกเป็น Vector แบบเนี้ย อยากจะขยายหรือย่อขนาดมันยังไง ภาพก็ยังคมชัดดีอยู่ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ว่าเราเซ็ตขนาดของสไลด์ไว้ใหญ่แค่ไหนด้วยนะ แต่หากเราต้องการความละเอียดมากกว่านั้น เราค่อยมาเพิ่มขนาดของสไลด์ทีหลังก็ได้ครับ ยังไงๆ กราฟิกก็เป็น Vector สามารถขยายขนาดตามได้อยู่แล้ว

ที่เหลืออ่ะ ก็ลองไปฝึกดูครับ ลองคิดว่าอยากจะทำกราฟิกรูปอะไร แล้วลองใช้รูปทรงเลขาคณิตสร้างมันขึ้นมาดูครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: