Microsoft Office 365 คุ้มกว่าที่คิดนะ ลองหรือยัง?!?

Print Friendly

Microsoft Office 365

 

เอ้า! สารภาพบาปกันก่อนเลยว่าผมก็เป็นคนนึงแหละที่สมัยยังเรียนมัธยม มหาวิทยาลัย ก็ยังพึ่งพาแผ่นผีซีดีเถื่อน ใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์เหมือนกับท่านๆ อีกหลายๆ คน เพราะด้วยความเป็นนักเรียนนักศึกษาไม่มีรายได้ และผู้ปกครองก็ยังไม่เข้าใจกับคำว่าลิขสิทธิ์ซักเท่าไหร่ ก็เลยทำให้มิสามารถจริงๆ ที่จะไปสอยของถูกลิขสิทธิ์มาใช้ แต่จนถึงวันนี้ ทำมาหากินมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว มันก็ถึงเวลาที่จะใช้ของถูกลิขสิทธิ์ซะทีแล้วครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อของถูกลิขสิทธิ์เนี่ย มันก็ไม่ได้แพงเกินเอื้อมแล้ว

 

Microsoft Office 365 กับค่าลิขสิทธิ์แบบใหม่

เราจะคุ้นเคยกับโปรแกรม Microsoft Office แบบเดิมๆ ที่ซื้อทีเดียว จะใช้ไปกี่สิบปีก็เรื่องของเรา ใช้ได้จนกว่ามันจะไม่ตอบโจทย์เรา เราอยากได้เวอร์ชันใหม่ หรือไม่ก็ตัวระบบปฏิบัติการ Windows มันไม่รองรับแล้วไปกันเลย และมันก็คือตัวเดียวกับแผ่นเถื่อนที่เราเคยซื้อกันแผ่นละร้อย (เดี๋ยวนี้เหลือเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ไม่ได้ซื้อมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว)

แต่ Microsoft Office 365 เนี่ย มันเป็นแนวทางใหม่ ที่บริษัทซอฟต์แวร์หลายๆ แห่งเริ่มหันมาใช้โมเดลธุรกิจนี้กัน คือ การสมัครสมาชิก แล้วจ่ายค่าใช้บริการเป็นรายเดือนแทน หรือบางคนเรียกว่า SaaS (Software as a Service) นั่นเอง เช่น Adobe Creative Cloud เป็นต้น ซึ่งภายใต้วิธีการเก็บค่าบริการแบบนี้ แทนที่ผู้ใช้งานจะต้องจ่ายเป็นก้อนใหญ่ๆ ก้อนนึง ก็จะกลายเป็นจ่ายเป็นก้อนเล็กๆ ทุกๆ เดือนแทน ซึ่งทำให้ตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายได้ง่ายขึ้น และในขณะเดียวกัน เดือนไหนที่เรารู้สึกว่า เฮ้ย! ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ เราก็ไม่ต้องจ่ายก็ได้ เดือนไหนต้องใช้ค่อยมาสมัครใช้บริการใหม่กัน

 

Microsoft Office 365 คุ้มกว่าที่คิด

ราคาของ Microsoft Office แบบดั้งเดิมและ Microsoft Office 365 เนี่ย มีความแตกต่างกันอยู่นิดหน่อย ขึ้นอยู่กับว่าเราซื้อจากที่ไหน แต่ผมขอเลือกใช้ราคากลางจากเว็บไซต์ Microsoft Store เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2559 ที่ผมกำลังเขียนบล็อกตอนนี้อยู่นะครับ จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายสำหรับ Microsoft Office 365 Home (ใช้งานได้ 5 เครื่อง และพวกสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตอีก 5 เครื่อง) อยู่ที่ 2,899 บาทต่อปี ส่วน Office 365 Personal (ใช้งานได้ 1 เครื่อง และพวกสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตอีก 1 เครื่อง) อยู่ที่ 2,099 บาทต่อปี

แต่ถ้าเป็น Microsoft Office แบบดั้งเดิม ก็จะเริ่มที่ 4,299 บาทไปจนถึง 17,999 บาท อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้เวอร์ชันไหน ซึ่งแต่ละเวอร์ชัน ก็มีความแตกต่างกันไปว่ามีโปรแกรมอะไรให้มาบ้าง มีฟีเจอร์อะไรให้มาบ้าง เช่น Office Home & Student 2016 เนี่ย มีแค่ Word/Excel/PowerPoint/OneNote แต่ถ้าเป็น Office Home & Business 2016 จะมี Word/Excel/PowerPoint/OneNote/Outlook ส่วน Office Professional 2016 นี่จะมี Word/Excel/PowerPoint/OneNote/Outlook/Access/Publisher ครบเครื่อง

 

ราคาของ Microsoft Office แบบต่างๆ

 

ส่วน Office 365 Home หรือ Office 365 Personal เนี่ย มันมีโปรแกรมครบเซ็ตแบบเดียวกับ Office Professional 2016 เลยครับ แถมบวกเพิ่มค่าโทรสำหรับการใช้ Skype Call อีก 60 นาทีต่อเดือน ตลอดอายุการใช้งานอีกด้วย หรือพูดง่ายๆ เป็นแพ็กเกจเดียวกับราคา 17,999 บาท ภายใต้ค่าบริการ 2,099-2,899 บาทต่อปี

 

มีอะไรบ้างใน Office 365 Home

 

นอกจากนี้ จุดเด่นของ Microsoft Office 365 ยังมีอีกด้วยกัน 4 เรื่องครับ คือ

  • การอัพเกรดฟรี จึงมั่นใจว่าจะได้โปรแกรม Microsoft Office เวอร์ชันใหม่ที่สุดเสมอ ซึ่งแม้ว่าเราจะใช้บริการ แล้วหยุดใช้ แล้วสมัครใหม่ แต่ก็ยังสามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ล่าสุดได้อีก ซึ่งผิดกับ Microsoft Office แบบเดิมที่หากจะอัพเกรด ก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งแม้ว่าจะได้ส่วนลดบ้าง แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังสูงอยู่ดี เพราะถือว่ามันเป็นการซื้อขาด
  • สามารถใช้งานได้ทั้งบน PC และ Mac ไม่ต้องซื้อเวอร์ชันแยก ฉะนั้นเราจะใช้บน PC แล้วอยู่มาวันนึงเราก็อยากจะเปลี่ยนไปใช้บน Mac ก็สามารถทำได้ ซึ่งผิดกับ Microsoft Office แบบซื้อขาด ที่เราจะต้องซื้อทั้งสำหรับ PC และ Mac แยกกัน
  • Microsoft Office 365 ให้ใช้ได้บนอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้อีก และมีเวอร์ชันออนไลน์ให้ใช้ผ่านเบราวเซอร์ ในกรณีที่เราจะต้องใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่ไม่ใช่ของเรา และไม่ได้มีโปรแกรม Microsoft Office อยู่
  • มีพื้นที่เก็บข้อมูลบน Microsoft OneDrive ให้อีก 1TB ซึ่งถือว่าเยอะเอาเรื่องทีเดียว ทำให้เราแทบจะไม่ต้องไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นเลย

 

เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการซื้อ Microsoft Office

 

ทีนี้ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายสำหรับการซื้อหา Microsoft Office ในแบบต่างๆ มาใช้ โดยนับเฉพาะค่าใช้จ่ายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องดู และคิดว่าจะถ้าจะอัพเกรด ก็จะอัพเกรดทุกๆ 4 ปีนะครับ (โดยประมาณว่า Microsoft จะอัพเกรดซักเวอร์ชัน เพราะมันมี Office 2003, 2007, 2010, 2013 และล่าสุด 2016) จะเห็นได้ว่า ที่คุ้มค่าที่สุดคือ การสอย Microsoft Office Home & Student มาใช้ต่อเนื่องโดยไม่อัพเกรดใดๆ เลยเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ปีครับ เพราะนั่นจะทำให้ค่าใช้จ่ายต่อปีตกอยู่ที่ 537.38 บาท (คือ 4,299 บาท/8 ปี)

แต่ว่าถ้ามองในแง่ความครบเครื่อง ก็ต้องคิดด้วยนะครับว่า Microsoft Office Home & Student เนี่ย มันมีแค่ Word/Excel/PowerPoint/OneNote นะครับ (เป็นพื้นฐานสำหรับนักเรียนและคนทั่วไป) แต่ถ้าเป็น Office 365 ละก็ จะได้โปรแกรมครบเครื่องมากเลย แถมจะใช้กับ PC หรือ Mac ก็ได้ (นี่ยังไม่นับที่ใช้กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ และมีเวอร์ชันออนไลน์ให้ใช้อีก) ฉะนั้น ใครที่ต้องการความครบเครื่อง ความยืดหยุ่นในการใช้งาน อัพเกรดได้ตลอด Microsoft Office 365 Home ก็คุ้มสุด (คุ้มกว่า Personal อีก)

 

ซื้อ Microsoft Office 365 ให้คุ้มสุด

ถ้าใครตัดสินใจจะสอย Microsoft Office 365 ละก็ ง่ายสุดก็ไปซื้อที่เว็บไซต์ของ Microsoft Store ครับ แต่นั่นคือค่าสมัครปีละ 2,899 บาท (จ่ายเป็นรายปีคุ้มกว่า) แต่นั่นยังไม่ใช่ราคาถูกที่สุดนะครับ ลองไปค้นบน Google ดีๆ ครับ ด้วยคำค้นเช่น “ขาย Microsoft Office 365” ก็จะเจอหลายเว็บที่ขายอยู่ครับ ซึ่งราคาก็อาจจะถูกกว่าอยู่หลายร้อยเลยล่ะครับ ลองไปหาดู

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: