รู้หรือไม่ Microsoft Word ก็ใช้แก้ไขไฟล์ PDF ได้ (ในระดับนึง)

Word PDF

ผมว่าเดี๋ยวนี้หลายๆ คนคงรู้จักไฟล์ PDF หรือ Portable Document Format กันดีนะครับ มันคือไฟล์เอกสารที่คิดค้นโดย Adobe เอาไว้สำหรับแก้ปัญหาเวลานำไฟล์เอกสารไปเปิดบนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น แล้วมันดันไม่มีฟ้อนต์บนเครื่องนั้น ทำให้รูปแบบเอกสารผิดเพี้ยนไป แต่ถ้าเป็นไฟล์ PDF เนี่ย ไฟล์เอกสารจัดมาหน้าตายังไง มันจะหน้าตาแบบนั้นเลยครับ แต่ทีนี้มันก็เกิดความต้องการอีกแบบคือ อยากจะแก้ไขไฟล์เอกสารที่ถูกแปลงไปเป็นไฟล์ PDF แล้ว แต่โปรแกรมที่ให้เราทำแบบนั้นได้ มันก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เลยนะ Adobe Acrobat DC นี่ฟีเจอร์แจ่มดี แต่ราคา $614.25 (แบบจ่ายทีเดียว) หรือ $20/เดือน (แบบ Subscription) เนี่ย ราคาเอาเรื่องอยู่ … แล้วมันมีทางเลือกอื่นไหมอ่ะ?!?

คำตอบคือ ตั้งแต่ Microsoft Word 2013 เป็นต้นมา ความสามารถในการแก้ไขไฟล์ PDF ได้ถูกเพิ่มเข้ามาแล้วครับ (จากเดิมที่แค่เซฟไฟล์เป็น PDF ได้) ฟีเจอร์นี้ Microsoft เรียกว่า PDF Reflow ครับ วิธีใช้งานก็แสนจะง่ายซะไม่มี แค่เปิดไฟล์ PDF ด้วยโปรแกรม Word 2013 หรือ Word 2016 (ในกรณีตัวอย่างนี้ ผมใช้ Word 2016) ครับ จะใช้การคลิกขวาที่ไฟล์ แล้วเลือก Open with > Word 2016 ก็ได้ หรือจะเปิดโปรแกรม Word ขึ้นมา แล้ว Browse ไปจนเจอไฟล์ PDF ก็ได้ แล้วแต่สะดวก

 

คลิกขวาที่ไฟล์ PDF แล้วเลือก Open with > Word 2016

 

พอเปิดออกมาแล้ว มันจะมีหน้าต่างเตือนว่า กำลังจะแปลงไฟล์ให้แก้ไขได้แล้วนะ โอเคไหม ตอบ OK โลด ระยะเวลาในการแปลงก็จะขึ้นอยู่กับว่าไฟล์ PDF มีกี่หน้า มีกราฟิกเยอะไหม และมีความซับซ้อนในการจัดวางหน้ากระดาษมากน้อยแค่ไหน … มาแปลงเสร็จ มันก็อาจจะถามเราด้านบนว่าจะเข้าโหมดแก้ไขไฟล์ได้ไหม ถ้าเราคลิกตรงนั้น มันก็จะมีหน้าต่างถามเราอีกที ก็ตอบ OK ไป แล้วเดี๋ยวก็พร้อมใช้งาน

 

คลิก OK เพื่อเริ่มปรับไฟล์ PDF

ไฟล์เอกสารทั่วๆ ไป มักจะแปลงได้ไม่มีปัญหา

 

มันสามารถแก้ไขไฟล์ภาษาต่างๆ ได้สบายครับ ไม่ได้จำกัดแค่ภาษาอังกฤษ แต่มีข้อแม้นิดนึงคือ ถ้าจะให้ชัวร์ว่าถ้าจะแปลงข้อความในไฟล์ PDF มาเป็นแบบแก้ไขได้ให้แม่นๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน ควรจะมีฟ้อนต์ที่ใช้ในไฟล์ PDF ด้วยครับ ไม่อย่างนั้นมันมีโอกาสแปลงไม่สำเร็จครับ แต่ด้วยวิธีนี้ มันก็เลยทำให้ PDF Reflow นี่สามารถรับมือกับไฟล์ PDF ที่ใช้ฟ้อนต์พิสดารๆ ได้ด้วย

ข้อจำกัดอีกอย่างของ PDF Reflow นี่ก็คือ มันไม่สามารถแปลงไฟล์ PDF ได้แบบเป๊ะๆ ครับ เพราะสุดท้ายมันก็คือการแปลงไฟล์กลับมาเป็นรูปแบบที่ Microsoft Word แก้ไขได้ ถ้าเป็นเอกสารที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีการจัดวางหน้ากระดาษหรือกราฟิกซับซ้อนมากก็มักจะไม่มีปัญหาอะไร

 

แต่ถ้าเอกสารซับซ้อน การ Convert ก็จะมีปัญหา

 

แต่ถ้ามาเจอแบบที่การจัดวางหน้ากระดาษซับซ้อน หรือด้านหลังข้อความดันมีกราฟิกอยู่ มันก็จะมีโอกาสที่ PDF Reflow จะมองว่ามันเป็นกราฟิก ไม่ใช่ข้อความ แล้วไม่ทำการแปลง หรือบางทีก็อาจจะแปลงผิดแปลงถูกได้ เช่น ถ้าคิดจะแปลงโบรชัวร์ขายรถให้แก้ไขได้เนี่ย ไม่ประสบความสำเร็จซักเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าแปลงพวกวิทยานิพนธ์ที่เป็น PDF ให้เป็นแบบแก้ไขได้ อันนี้โอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า (อ่านรายละเอียดว่าอะไรใน PDF ที่จะแปลงไม่สำเร็จหรือแปลงแล้วมีปัญหาได้จากเว็บไซต์ของ Microsoft ครับ)

แต่สุดท้ายนะ ถึงแม้ว่ามันจะแปลงไม่ได้สมบูรณ์และไม่ได้ในทุกกรณี แต่การที่เรารู้ว่า Microsoft Word 2013 หรือ Word 2016 ที่เราน่าจะมีใช้กันแทบบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดี และบางทีมันก็ช่วยชีวิตเราได้นะครับ ในยามที่เราต้องการแก้ไขไฟล์ PDF เล็กๆ น้อยๆ เนี่ย (ใครยังไม่มีใช้ ก็ไปลองสมัครใช้ Office 365 ได้ครับ ปีนึงสองพันกว่าบาท ใช้ได้ตั้ง 5 เครื่อง หารแล้วต่อเครื่อง ปีนึงตกห้าหกร้อยบาทต่อเครื่อง คุ้มจะตาย พอมีเวอร์ชันใหม่ออกมา ก็อัพเดตฟรีเลย)

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: