รู้จัก Linux Station บน QNAP Turbo NAS

Print Friendly

QNAP Linux Station

คุณสมบัตินึงที่มาพร้อมกับ QNAP TS-453A ที่ผมพูดถึงไปตอนรีวิวก็คือ Linux Station ครับ ซึ่งจะว่าคล้ายก็คล้ายจะว่าแตกต่างก็แตกต่าง จาก Virtual Station เพราะมันเป็นการจำลองเครื่องเหมือนกัน แต่ว่ามันไม่ได้ไปใช้คุณสมบัติ Virtual Station ครับ แต่มันเป็นอะไรที่เพื่อใช้ติดตั้ง Linux โดยเฉพาะเลย ซึ่งเราจะเข้าใช้งานผ่านทาง Remote desktop ก็ได้ หรือจะอาศัยคุณสมบัติ HD Station เพื่อที่จะแค่ต่อจอผ่าน HDMI และเสียบคีย์บอร์ดกับเมาส์ ก็ใช้งาน QNAP TS-453A เป็นเครื่อง Linux ได้เลย

ฟีเจอร์ Linux Station นี่เป็นคุณสมบัติใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน QTS 4.2.1 ฉะนั้นจริงๆ แล้วจะเป็น Turbo NAS รุ่นอื่นก็ได้ครับ สามารถไปดาวน์โหลดแอปจาก App Store มาติดตั้งก็ใช้ได้ (แต่ก็จำกัดเฉพาะรุ่น TS-x53A, TS-x51, TS-x53 Pro, TVS-x71, และ TVS-x80 และต้องมีหน่วยความจำหรือแรม 4GB ขึ้นไปเท่านั้น (แน่นอน QNAP TS-253 Pro ของผมอด และนั่นคืออีกเหตุผลนึงที่ตอนผมได้ลอง QNAP TS-453A แล้ว ผมก็อยากอัพเกรดมาเป็นเจ้านี่เลย … หุหุ)

 

QTSxUbuntu

 

ด้วยเทคโนโลยี Virtualization ของ QNAP ก็ทำให้ตัว Turbo NAS เมื่อติดตั้ง Linux Station แล้ว จะเหมือนมีสองระบบในตัว คือ ตัวระบบปฏิบัติการ QTS เอง และตัวระบบปฏิบัติการ Linux ซึ่งตรงนี้คือ Ubuntu ครับ และเราก็จะสามารถใช้งาน Turbo NAS ได้เหมือนเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux ตัวนึงเลย

 

เลือกแพ็กเกจและดาวน์โหลด

ติดตั้ง Linux Station

 

เปิดแอป Linux Station ขึ้นมาแล้ว ก็เลือกเว็บไซต์ที่จะดาวน์โหลดแพ็กเกจมาติดตั้ง แค่เลือก Install ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ ที่เหลือก็แค่รอเท่านั้น การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะเลือกใช้งานได้ 2 แบบ คือ ผ่านทางเบราวเซอร์ หรือ ผ่านทางการต่อจอแสดงผลผ่านพอร์ต HDMI แล้วเสียบคีย์บอร์ดกับเมาส์บนตัว QNAP Turbo NAS เลย … ตอนนี้ยังมีให้เลือกแค่ Ubuntu แต่อนาคตจะมี Fedora และ Debian ให้เลือกครับ แต่ตอนนี้ทาง QNAP ยังไม่ได้อนุมัติแพ็กเกจ

 

Linux Station Settings

 

ติดตั้งเสร็จ ตอนเปิดใช้งานเนี่ยสังเกตนะครับ ถ้า Enable ตัว Linux Station แล้วมันจะปิดการทำงานของ HD Station ไปครับ เพราะเดี๋ยวมันจะตีกันน่ะ เนื่องจากทั้งคู่ก็จะแสดงผลออกมาผ่านทางพอร์ต HDMI ครับ แต่ในกรณีของ Linux Station นั้น หากเราเลือก Enable แล้ว มันก็จะเพิ่มความสามารถด้าน Remote connection ให้ด้วย ถ้าเราเข้าไปที่ IP Address ที่ระบุผ่านทางเบราวเซอร์ หรือใช้โปรแกรมจำพวก VNC Client แล้วละก็ จะสามารถใช้งาน Linux ได้เช่นกัน

 

Linux Station

 

แล้วจากนั้น เราจะติดตั้งแอปอะไรเพิ่มเติมก็ได้ เหมือนมันคือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รัน Linux เลยครับ อย่างไรก็ดี ตัว Linux Station ของ QNAP ดูท่าทางจะออกแบบมาเผื่อสำหรับใช้ร่วมกับเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) ในอนาคต ซึ่งเรายังต้องรอดูต่อไปว่า QNAP เขาจะมีอะไรมาให้เพิ่มอีกบ้าง แต่หากต้องการความยืดหยุ่นในฐานะ Virtual machine แล้วละก็ ผู้ใช้งานก็อาจจะอยากไปใช้ Virtual Station แทนมากกว่านะครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: