ทำไมเราต้องใช้ UltraWide Monitor?

LG UltraWide Introduction

 

ผมเคยเขียนรีวิว LG 34UC97 UltraWide monitor ไปเมื่อต้นปีก่อน (และหลังจากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ผมก็ไปสอยมาใช้ซะเองเลย หลังจากติดใจในการใช้งาน) แล้วก็มีเพื่อนพี่น้องที่เคารพรักหลายท่านสอบถามผมมาว่า มันดีกว่าปกติยังไง ทำไมถึงควรซื้อจอแบบ UltraWide หรือพวกจอที่มีอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 21:9 กัน วันนี้ก็เลยขอถือโอกาสเขียนถึงซะหน่อยว่าจะมีเหตุผลอะไรบ้างที่จะทำให้เราอยากไปใช้จอ UltraWide แบบนี้

ออกตัวล้อฟรีปรื๊ดดดดด ก่อนว่า ภาพประกอบที่ใช้ในบล็อกตอนนี้ จะเห็นได้ชัดว่ามาจากทาง LG ซะมาก ไม่ใช่อะไรนะครับ พยายามหาข้อมูล หารูป หาวิดีโอแล้ว ส่วนใหญ่เขาใช้จอ LG กันหมดเลยอ่ะ ดูท่าทาง LG เขาจะชูจอ UltraWide เป็นตัวชูโรงมาก … และนอกจากนี้ จอ 21:9 ที่ผมใช้อยู่ที่บ้านก็เป็นยี่ห้อนี้อีก ฉะนั้น หากเห็นมีแต่ยี่ห้อนี้ ก็ทำใจนิสนุง แต่ให้รู้ว่าก็มีแบรนด์อื่นที่เขาทำจอ UltraWide เช่นกันนะ เพียงแต่ผมไม่ได้พูดถึงเท่านั้นเอง

 

พื้นที่การใช้งานที่เพิ่มขึ้นจากอัตราส่วน 21:9

สมัยก่อน จอคอมพิวเตอร์ จอโน้ตบุ๊ก เป็นแบบอัตราส่วนการแสดงผล 4:3 ครับ เราจะเห็นความละเอียด 320×240, 640×480, 1024×768 พิกเซล อะไรแบบนี้ แต่ภายหลังมีการนำอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 16:9 ที่เขาเรียกว่า Widescreen เขามาใช้ ซึ่งแม้ว่าจะได้พื้นที่ในการแสดงผลในแนวตั้งที่น้อยลง แต่ก็ได้พื้นที่การแสดงผลในแนวนอนที่ยาวขึ้น ซึ่งจากการใช้งานโดยทั่วไปแล้วถ้าเราสังเกตให้ดีๆ จะรู้สึกได้ว่า เราสะดวกใจกับการที่จะเลื่อนหน้าจอขึ้นลงมากกว่าการเลื่อนหน้าจอไปด้านข้างครับ

 

เปรียบเทียบจอแสดงผลแบบต่างๆ เมื่อชมเนื้อหาที่อัตราส่วนการแสดงผลแตกต่างกัน

ที่มาของภาพ: Wikipedia

 

หน้าจอแสดงผลแบบ 16:9 มาได้รับความนิยมเยอะ ก็เป็นผลมาจากพวกภาพยนตร์ในช่วงนั้น ที่ทำออกมาเป็นการแสดงผลแบบ 16:9 (พวก HD และ Full HD ทั้งหลายแหล่) ถ้าใครเอาหนังแบบ 16:9 ไปดูบนจอ 4:3 จะเห็นแถบสีดำอยู่ด้านแบนและด้านล่าง รู้สึกแอบน่ารำคาญเล็กน้อย

 

เปรียบเทียบมุมมองของภาพบนจอ 16:9 กับ 21:9

ที่มาของภาพ: LGBlog.de

 

แต่อยู่มาวันนึง อัตราส่วนการแสดงผลแบบ 21:9 ก็มาครับ แต่งวดนี้มันแตกต่างไปจากตอนที่ 16:9 มาแทนที่ 4:3 เพราะสิ่งที่ได้คือพื้นที่ในการแสดงผลที่เพิ่มขึ้นมาจริงๆ และไม่ได้มีการตัดส่วนไหนออกไปเลย เช่น หน้าจอแสดงผลแบบ Full HD 1920×1080 พิกเซล หากมีแบบ 21:9 ออกมาจำหน่าย ก็จะได้ความละเอียดเป็น 2520×1080 พิกเซลแทน จะเป็นได้ว่าจำนวนพิกเซลในแนวตั้งยังคงเดิม แต่จำนวนพิกเซลในแนวนอนได้เพิ่มมาอีก 600 พิกเซลหรือ 31.25% เลยทีเดียว

 

ความแตกต่างของการแสดงผลแบบ 16:9 และ 21:9 ในการเล่นเกม

ที่มาของภาพ: Boris Gunther’s YouTube Channel

 

นั่นส่งผลให้ หากเนื้อหา (เช่น เกม หรือ ภาพยนตร์) ถูกจัดเตรียมมาเพื่อการแสดงผลในอัตราส่วน 21:9 แล้ว เราก็จะได้ภาพที่มีมุมมองกว้างกว่าเดิม เมื่อเทียบกับเนื้อหาที่มีอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 16:9 แบบเดิมๆ ดังจะเห็นได้จากรูปตัวอย่างที่ด้านบน ซึ่งหลายๆ ครั้งมันไม่ได้ให้ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญมากนัก (อย่างเช่น ในเกมเนี่ย การที่เราเห็นกระจกมองข้างหายไปนิด หรือปุ่มบนคอนโซลหายไปหน่อย มันก็เป็นแค่รายละเอียดในเกมหายไป ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเล่นแต่อย่างใด) แต่ในหลายๆ ครั้ง พื้นที่ที่ได้มานั้นมันก็ช่วยให้แสดงรายละเอียดบางอย่างได้มากขึ้นเช่นกัน และช่วยให้เกิดความสมจริงประหนึ่งมองด้วยสายตาของเราเองด้วย

 

เปรียบเทียบพื้นที่ใช้สอยของจอ 16:9 กับ 21:9

ที่มาของภาพ: LG Thailand

เขียนบล็อกไปพร้อมๆ กับดูข้อมูล หรือ อัพโหลดได้ โดยไม่ต้องโยกแท็บให้วุ่นวาย

 

หันกลับมาดูที่การใช้เพื่อทำงานบ้างครับ ดูจากภาพด้านบนก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า จำนวนพิกเซลในแนวนอนที่เพิ่มขึ้นมา 31.25% นั้น ทำให้มีพื้นที่ในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนมาก เช่น จากเดิมเห็นเอกสาร Microsoft Word ได้ 2 หน้าบนจอ Widescreen (16:9) ก็มาเป็น 3 หน้าบนจอ UltraWide (21:9) เป็นต้น หรืออย่างในกรณีของผม ขณะเขียนบล็อกตอนนี้อยู่ ก็สามารถค้นหาข้อมูลมาประกอบการเขียน หรืออัพโหลดรูปไป Flickr ได้โดยไม่ต้องวุ่นวายกับการสลับแท็บไปมา เป็นต้น

 

พื้นที่การแสดงผลเยอะ ก็แบ่งหน้าจอได้หลายแบบ

 

อันนี้ก็อยู่ที่ว่าจะเลือกแบ่งหน้าจอกันยังไงนะครับ อาจจะแบ่งเป็น 4 หน้าจอย่อยก็ได้นะครับ หรือแบบผมนี่ เตรียมแบ่งเป็น 3 หน้าจอย่อย ซึ่งระบบปฏิบัติการ Windows มันแบ่งหน้าจอได้ง่ายขึ้นเยอะมากนะ (เจาะข่าวตื้นที่เห็นแว้บๆ นั่นดูบนจอ Surface Pro 3 ครับ เพราะผมต่อแบบ Extended desktop มาใช้บนจอ LG UltraWide Monitor นี่)

 

รองรับการใช้งานหลายอินพุต และฟีเจอร์อื่นๆ

จอ UltraWide นี่ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ หรอกนะครับ อย่าง LG 34UC98 ที่เป็น UltraWide monitor ตัวล่าสุดของปีนี้ ก็น่าจะสามหมื่นกว่าๆ (ราคาเดิมของ LG 34UC97 รุ่นเมื่อปีก่อน) ฉะนั้น ความเจ๋งของมันจึงไม่ได้จบแค่เป็นจอโค้ง แบบ 21:9 เท่านั้น แต่มันต้องมีฟีเจอร์อื่นๆ เพียบตามมาด้วยครับ ไม่งั้นไม่คุ้มค่าตัวครับ (ฮา)

ขั้นต่ำๆ เลยนะ จอแบบนี้ จะรองรับ Input ที่หลากหลายครับ เช่น LG 34UC98 นี่รองรับทั้ง HDMI (มีให้ 2 พอร์ต), DisplayPort และ Thunderbolt 2 ด้วย (มีให้ 2 พอร์ต) แถมยังมีพอร์ต USB 3.0 Upstream เอาไว้สำหรับต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เป็น USB Hub ได้ โดยมี Downstream ให้ 2 พอร์ต อันนี้เผื่อสำหรับคนที่ใช้อุปกรณ์จำพวก Docking หรือ Mini PC หรือ PC Stick ในการเชื่อมต่อกับจอแสดงผล

 

ฟีเจอร์ PBP ของ LG UltraWide Monitor แสดงผลจาก 2 Inputs พร้อมๆ กัน

 

และด้วยความที่รองรับหลาย Input มันก็สะดวกในการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมๆ กัน แล้วสลับเปลี่ยนว่าจะให้อุปกรณ์ชิ้นไหนมาแสดงผลบนหน้าจอก่อน นอกจากนี้ จอ UltraWide อาจจะมีคุณสมบัติในการนำเสนอภาพจากสองอุปกรณ์พร้อมๆ กัน (ของ LG เรียก PBP หรือ Picture-by-Picture) ด้วย อย่างเช่นในตัวอย่าง ผมต่อ Surface Pro 3 กับ Dell Precision 5510 มาแสดงผลพร้อมๆ กันแบบนี้

อ้อ! จอ UltraWide พวกนี้ก็จะมีลำโพงในตัวด้วยครับ ฉะนั้น หากมองในแง่ของความอเนกประสงค์ นอกเหนือจากเอามาใช้ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ก็อาจจะต่อกับพวก Set Top Box เพื่อดูทีวี ดูเคเบิ้ลทีวี ดูทีวีดาวเทียม อะไรแบบนี้ไปด้วยก็ได้ อย่างผมนี่ก็ต่อ Digital TV Set Top Box แล้วใช้ฟีเจอร์ PBP ของจอ LG เพื่อทำงานบนจอคอมพิวเตอร์ไป แล้วก็ดูทีวีไปพร้อมๆ กัน (เลือกให้เสียงจาก Input ที่มาจาก Digital TV Set Top Box มาออกที่ลำโพง) ไรงี้

 

จอ UltraWide ไม่ได้ถูกๆ แต่ถ้าวางแผนใช้ให้ดีก็คุ้ม

สนนราคาจอ UltraWide 34 นิ้วเนี่ยก็สองหมื่นต้นๆ ครับ แต่ถ้าจะเอาแบบ UltraWide Cureved นี่ก็สามหมื่นกว่าบาท ด้วยราคาประมาณนี้ สามารถซื้อ LCD TV แบบ 4K ได้สบายๆ แถมได้หน้าจอขนาดใหญ่กว่าด้วย (LCD TV 55 นิ้ว ความละเอียด 4K แบบไม่ใช่จอโค้งนะ ราคาพอๆ กับ UltraWide Curved 34 นิ้ว) คำถามจึงมีอยู่ว่าทำไมเราถึงต้องเลือกซื้อเป็นจอ UltraWide แทนล่ะ?

คำตอบคือ ในแง่ของการใช้งานเพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ นั่นแหละครับ เพราะจอ LCD TV มันออกแบบมาสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง เราจะไม่เห็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบ DisplayPort หรือ Thunderbolt แน่นอน นอกจากนี้แม้ว่า LCD TV จะรองรับ USB 2.0 หรือ 3.0 แต่มันก็เพื่อใช้งานในตัวมันเอง ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น Upstream/Downstream เพื่อพ่วงต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่อย่าง … ฉะนั้น มองในแง่ความเหมาะสมในการใช้งานที่หลากหลาย จอ UltraWide จึงทำได้ดีกว่า เราอาจจะมีห้องทำงาน ที่ใช้จอ UltraWide นี่ต่อคอมพิวเตอร์ทำงาน และใช้ดูทีวีจาก Set Top Box ได้ด้วย

นอกจากนี้ สำหรับคนที่ชอบเล่นเกม แม้ว่าจอใหญ่ๆ อย่าง LCD TV 55 นิ้ว (หรือใหญ่กว่า) มันจะให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดี แต่สำหรับเกมบางเกม จอใหญ่ๆ มันก็ไม่ได้ให้ประสบการณ์ที่สมจริงมากนัก เช่น เกมแนว First-person Shooting หรือ Third-person บางเกม จอที่ใหญ่ ทำให้ต้องมองจากระยะไกลๆ แล้วมันไม่รู้สึกอินกับเกมซักเท่าไหร่ จอแบบ UltraWide 34 นิ้วที่ให้มุมมองของภาพกว้าง มองเข้ามาได้ใกล้ๆ มันทำให้รู้สึกอินกับเกมมากกวา่ เหมือนได้เห็นภาพในเกมด้วยสายตาของตัวเองครับ

ฉะนั้น หากวางแผนการใช้งานให้ดี รู้ว่าจะซื้อ UltraWide Monitor มาใช้เพื่ออะไร มันก็คุ้มค่าได้

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: