เก็บตก Microsoft Underground Tour – ความเห็นของผมกับแนวทาง Mobile First, Cloud First

Print Friendly

Microsoft Underground Tour 2016

 

มาเยือนถึงถิ่น Microsoft แล้ว จะไม่เขียนถึงกลยุทธ์ใหม่ภายใต้การนำของ CEO Satya Nadella ซึ่งก็คือ Mobile First, Cloud First ไม่ได้ล่ะครับ แต่มันมีเรื่องนึงที่หลายๆ คนเข้าใจกันผิด นั่นก็คือ แม้กลยุทธ์นี้จะใช้คำว่า Mobile แต่เขาไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์มือถือ หรือพวก Mobile devices อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเท่านั้นนะครับ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนี้ จะมาเป็นทิศทางในการพัฒนาและดำเนินธุรกิจของ Microsoft ในอนาคตต่อไป

 

ทำความเข้าใจกับคำว่า Mobile ของ Microsoft ก่อน

หลายๆ คนฟังแนวคิดกลยุทธ์ของ Microsoft แล้ว หันกลับมาดูส่วนแบ่งตลาดของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ก็อาจจะเบ้ปาก แต่หากคุณคิดว่าแนวคิด Mobile First นั้น คำว่า Mobile หมายถึงสมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือ คุณคิดผิดครับ สำหรับมุมมองของ Microsoft แล้ว Mobile หมายถึง “การเคลื่อนที่” ครับ จะเป็นตัวอุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ (หิ้วหรือแบกจากที่นึงไปอีกที่นึง) หรือตัวผู้ใช้งานที่เคลื่อนที่ (ใช้งานอุปกรณ์นึงอยู่ แล้วมีการเปลี่ยนสถานที่ ไปใช้งานอีกอุปกรณ์นึงแทน)

ตอนที่ Satya Nadella พูดถึงกลยุทธ์นี้ ก็มีการพูดถึงว่าปัจจุบันโลกเราอยู่ในยุคของ Ubiquitous computing หรือ การประมวลผลแบบทุกหนทุกแห่ง ซึ่งก็คือ อุปกรณ์ที่มีหน่วยประมวลผลนั้น เดี๋ยวนี้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต สมาร์ทวอทช์ และบรรดา Internet of Things (IoT) ทั้งหลายแหล่ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอาจบอกได้ว่าในมุมมองของ Microsoft นั้น โลกของ Mobile computing จะเปลี่ยนไป จากเดิมที่หมายถึงอุปกรณ์ที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้ กลายมาเป็น ผู้ใช้งานมีทางเลือกในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการประมวลผล ตามความเหมาะสมด้านสถานที่ และรูปแบบการใช้งานแทน

จะเห็นได้ว่า Microsoft ผละจากแนวคิดที่จะให้ระบบปฏิบัติการ Windows ไปอยู่บนอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว แต่เปลี่ยนมาเป็นการให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของ Microsoft ไปอยู่บนอุปกรณ์ต่างๆ แทน ดังจะเห็นได้ว่า Microsoft นั้นปล่อย Microsoft Office ไปอยู่บนอุปกรณ์คู่แข่งอย่าง ระบบปฏิบัติการ iOS, Android หรือแม้แต่ Linux เลย สำหรับผมแล้ว นั่นก็คือแนวทาง Mobile First ของ Microsoft เลยครับ คือ ผู้ใช้งานสามารถผละจากอุปกรณ์นึงที่รันระบบปฏิบัติการนึง ไปใช้งานอีกอุปกรณ์นึงซึ่งอาจจะรันระบบปฏิบัติการนึง โดยที่ยังสามารถใช้งานซอฟต์แวร์หรือบริการของ Microsoft ได้อยู่

 

และ Cloud จะมาเป็นคำตอบของกลยุทธ์ Mobile First

เมื่ออุปกรณ์มีความหลากหลาย ผู้ผลิตก็แตกต่างกัน และเผลอๆ ระบบปฏิบัติการและส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface หรือ UI) ก็มีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละอุปกรณ์ แม้ว่าแต่ละชิ้นจะสามารถใช้งานได้ไม่ยุ่งยาก แต่หากต้องเรียนรู้การใช้งานทุกอุปกรณ์เลย สำหรับหลายๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องสะดวกซักเท่าไหร่ ฉะนั้น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งเดียว Microsoft มองว่า Cloud จะมาช่วยตอบโจทย์นี้ในด้านต่างๆ ครับ คือ

  • บริการ Cloud computing ต่างๆ (เช่น ของ Microsoft ก็คือ Intelligent cloud หรือ Cognitive services) เข้ามาช่วยในกรณีบรรดาแอปพลิเคชันต่างๆ ต้องการพลังในการประมวลผล แต่พวกอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานเข้าใช้กัน มันไม่มีข้อมูลหรือประสิทธิภาพในการประมวลผลที่เพียงพอ
  • บริการ Cloud จะเข้ามาเป็นตัวทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยจะเห็นได้จากแนวทางในการทำระบบปฏิบัติการ Windows ที่ให้ผู้ใช้งานซิงก์ข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ ผ่าน Cloud และ Microsoft Account
  • บริการ Cloud จะเป็น Ecosystem สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ภายใต้แนวคิดระบบปฏิบัติการเดียวบนทุกอุปกรณ์ ซึ่งทำให้นักพัฒนาทำแอปทีเดียว ใช้ได้ทั้งบนอุปกรณ์ที่รันระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้หมดเลย … อย่างไรก็ดี ตรงนี้ยังเป็นอะไรที่ยังน่ากังขาอยู่ เพราะแม้ส่วนแบ่งตลาดของระบบปฏิบัติการ Windows สำหรับ PC จะยังสูง แต่สำหรับอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนที่กลายมาเป็นกระแสหลักนั้นยังไม่ได้มีส่วนแบ่งตลาดเท่าไหร่ ซึ่งกลยุทธ์ของ Microsoft ในการกระตุ้นให้นักพัฒนาหันมาให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มของตน จะเป็นตัวตัดสินว่าจะมีคนสนใจแพลตฟอร์มนี้ไหม (ตรงนี้ยังคงเป็นการบ้านของ Microsoft ต่อไป)

 

Trusted Cloud สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้งาน

แต่เมื่อพูดถึงบริการ Cloud แล้ว สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ใช้งานโอเคกับการใช้งานบน Cloud ได้ก็คือ ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ (Trust) นั่นเอง ซึ่งสำหรับ Microsoft แล้ว สององค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่ Trusted Cloud ก็คือ Trust (ความน่าเชื่อถือ) และ Transparency (ความโปร่งใส) ของระบบนั่นเอง ตรงนี้ตอนที่ไปร่วม Microsoft Underground Tour 2016 นั้น ทีมสื่อได้คุณ Neal Suggs, Vice President and Associate General Counsel มาช่วยอธิบายให้พวกเราได้เข้าใจกัน

 

Neal Suggs, Vice President and Associate General Counsel ของ Microsoft มาแชร์เรื่อง Trusted Cloud

 

“ผู้คนจะไม่ใช้เทคโนโลยีที่พวกเขาไม่เชื่อถือ และพวกเขาจะไม่ใช้เทคโนโลยีที่พวกเขาไม่เข้าใจ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของพวกเราจึงขึ้นอยู่กับการรักษาระดับของความโปร่งใสให้มากยิ่งขึ้น” จากสไลด์ที่พวกเราได้ชมกัน Brad Smith, President and Chief Legal Officer เขาว่าอย่างนั้น … แล้ว Microsoft สร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริการ Cloud ของตนได้ยังไง?!? มันมาจากสามแนวทาง คือ

  • Control หรือ ให้ผู้ใช้งานมีอำนาจในการควบคุมข้อมูลบนบริการ Cloud ของพวกเขา โดยรักษาสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัว อิสระในการแสดงออก และความปลอดภัยสาธารณะ
  • Protect หรือ การป้องกัน คือ ต้องให้ผู้ใช้งานได้ทราบว่าทาง Microsoft นั้นมุ่งมั่นในการปกป้องคุ้มครองข้อมูลของพวกเขา
  • Comply หรือ ความสอดคล้องต่อข้อกำหนดต่างๆ ในการใช้บริการ Cloud ซึ่ง Microsoft มองว่าเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ใช้บริการ พันธมิตร หน่วยงานด้านกฎหมาย และผู้ให้การรับรองมาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าบริการ Cloud ของ Micrsoft นั้น ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้งาน ให้พวกเขาได้ควบคุมข้อมูลของพวกเขา และได้รับการป้องกันอย่างเต็มที่ แต่บริการ Cloud ของ Microsoft ยังต้องสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดมาตรฐานต่างๆ อีกด้วย

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า Microsoft นั้นก้าวเข้าสู่โลกแห่ง Cloud ช้ากว่าเจ้าอื่นๆ เยอะครับ แต่ด้วยความเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการไอทีที่สายป่านยังยาวอีกเยอะ และความรวดเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้แม้ว่าจะก้าวเข้ามาช้าก็ไม่ได้หมายความว่าตกขบวน … Cloud น่ะ มันมีมากเป็นสิบกว่าปีแล้ว แต่จนถึงปัจจุบัน เราก็ยังเห็นว่า Cloud ยังเป็น (และยังมี) โอกาสทางธุรกิจอยู่อีกมาก ฉะนั้น เราก็มาดูกันต่อไปว่าทิศทางของ Microsoft เมื่อก้าวเข้ามาอยู่บน Cloud และมีบริการต่างๆ บน Cloud ที่ไม่น้อยหน้าคู่แข่งแล้ว อนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป

ติดตามอ่านประสบการณ์มา Microsoft Underground Tour 2016 ตอนอื่นๆ ได้ที่ http://www.kafaak.com/tag/microsoft-underground-tour-2016/ ครับผม

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: