รีวิว Garmin Forerunner 235 คู่ใจคนรักสุขภาพ

Garmin Forerunner 235 ทั้ง 3 สี

เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง ในขณะที่กระแสอุปกรณ์จำพวก Smartwatch หรือนาฬิกาอัจฉริยะก็มาแรงไม่แพ้กัน มันเลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นคนสวม Smartwatch ร่วมกับอุปกรณ์จำพวก Activity tracker กัน ส่วนนึงก็เพราะความชอบบางแบรนด์ แต่ก็ยังมีบางคนที่อยากจะสวมแค่ชิ้นเดียว แล้วครบเครื่อง ทั้งการทำงานในฐานะ Smartwach เพื่อแจ้งเตือนต่างๆ กับการเป็น Activity tracker ด้วย ซึ่ง Smartwatch หลายๆ แบรนด์ก็ทำแบบนี้ได้ แต่อะไรทำให้ Garmin Forerunner 235 โดดเด่นกว่า Smartwatch อื่นๆ ล่ะ?!?

PR ของ Garmin เขาส่ง Garmin Forerunner 235  มาให้ผมทดลองครับ ต้องขอออกตัวก่อนว่าการรีวิวครั้งนี้ เป็นผลจากความเห็นร่วมของคนสองคน คือ ผมที่ใช้ Smartwatch เป็นแค่อุปกรณ์แจ้งเตือนเพื่อไม่ให้พลาดการเตือนสำคัญๆ และใช้เป็น Activity tracker แบบง่ายๆ ระดับการนับก้าวเป็นหลัก กับน้องชายของผม ที่ (ด้วยความบังเอิญอย่างมาก) มี Garmin Forerunner 235 เป็นของตัวเองอยู่แล้ว

 

เขาอุตส่าห์ส่งมาให้รีวิว ทั้งๆ ที่ น้องชายผมก็มีอยู่แล้ว (ฮา)

 

เปิดโพยดูแป๊บ เขาบอกว่า Garmin Forerunner 235 นี่มีให้เลือก 3 สี คือ สีเทา (อันที่ผมได้มารีวิว … คิดว่างั้นนะ) สีแดง Lava Red และสีเหลือง Solar Flare เลือกสีไหน ก็จะได้สายสีดำมาในกล่องอีกเส้น แต่ว่าตัว Testing unit ที่ผมได้มารีวิว ก็มีมาเส้นเดียวนี่แหละ

 

Garmin Forerunner 235 ด้านหน้า

 

 

ออกตัวไว้ก่อนเลยว่า สีสันของสายนาฬิกามันไม่ได้สดจัดจ้านแบบในรูปที่เขาถ่ายมาแน่ๆ ครับ เพราะอย่างตัวของน้องชายของผม ผมพยายามนึกว่ามันสีอะไรกันแน่ ระหว่างแดงหรือเหลือง เพราะมันออกส้มๆ อ่ะ (ฮา) … แต่ผมเดาว่าแดงนะ

ตัว Garmin Forerunner 235 เป็นนาฬิกาทรงกลม คล้ายๆ ครับ แต่ตัวจอแสดงผล มันไม่ออกทรงกลมซะทีเดียว ประเภทของหน้าจอ ผมรู้สึกมันจะเหมือนๆ กับ E-Ink แบบสีนะครับ เป็นแบบที่สามารถดูได้ชัดเจนมากๆ แม้จะท่ามกลางแดดจ้า แต่ว่าเวลากลางคืนนี่มองไม่เห็นเลยทีเดียว แต่มันก็มาพร้อมกับไฟ Backlight ให้แสงสว่างนะ

 

ปุ่มกดของ Garmin Forerunner 235

 

ตัว Garmin Forerunner 235 มีปุ่ม 4 ปุ่มครับ ซ้ายบนก็จะเป็นปุ่มเปิด Backlight ซ้ายล่างเป็นปุ่มขึ้นลง ขวาบนเป็นปุ่มเข้าสู่โหมดกิจกรรม และขวาล่างเป็นปุ่ม Back ครับ

 

Garmin Forerunner 235 ด้านหลัง

ชาร์จแบตเตอรี่ Garmin Forerunner 235 ต้องหนีบแบบนี้

 

ด้านหลังของ Garmin Forerunner 235 ก็จะเป็นเซ็นเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แล้วก็จะมีขั้วไฟฟ้า 4 จุดเอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ แต่การชาร์จแบตเตอรี่ มันต้องเอาคลิปมาหนีบครับ หัวมันเป็นแบบเฉพาะเลย ไม่ใช่ Micro USB ตามแบบอุปกรณ์ที่เราใช้ๆ กันโดยทั่วไป ฉะนั้น จำไว้นะ อย่าทำหายล่ะ

ข้อดีคือ เจ้านี่แบตเตอรี่ค่อนข้างอึดครับ เลยทำให้ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อยครั้ง คือ ถ้าใช้โหมดนาฬิกาอย่างเดียว ก็อยู่ได้เป็นเดือน แต่หากใช้ GPS ต่อเนื่อง ก็ยังใช้งานได้ 10 ชั่วโมงครับ

 

ตอนลองตอนแรก เวลาจะไม่ถูกต้อง เพราะยังไม่ได้ Sync กับดาวเทียม

อ่านการแจ้งเตือนภาษาไทยได้

 

เอามาลองเล่นจริงๆ ดู … ต้องบอกว่าเจ้านี่ทำให้รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปใส่นาฬิกาธรรมดาๆ อีกครั้ง (หลังจากผมใส่แต่ Smartwatch ยี่ห้อต่างๆ มานานร่วม 2 ปี … จนล่าสุดเป็น Pebble Time นี่แหละ) แต่จริงๆ แล้ว เจ้านี่เป็น Smartwatch นะ ถ้าให้เปรียบเทียบ คงประมาณ Pebble Time ครับ คือใช้แจ้งเตือนต่างๆ ได้ และสามารถเป็น Activity tracker ได้ในตัว

แต่มันดีกว่า Pebble Time ตรงที่ มันอ่านข้อความแจ้งเตือนที่เป็นภาษาไทยได้เลย ไม่ต้องไปติดตั้งอะไรเพิ่มเติม (อย่างกรณีของ Pebble Time อยากแสดงผลภาษาไทยก็ต้องไปติดตั้งฟ้อนต์เอาเอง) แต่จากที่ผมลองดู ภาษาอังกฤษแสดงได้สบายๆ (แน่นอน) แต่ภาษาไทยยังมีเพี้ยนนิดหน่อยในเรื่องการเว้นวรรค ตัดข้อความ และเมื่อพยายามลองแสดงผลภาษาจีน ก็พบว่ามันแสดงผลภาษาจีนไม่ได้นะครับ (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนอะไรสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนที่เรียนภาษาจีน และมีติดต่อกับคนจีนบ้าง แบบผม มันก็แหม่ น่าจะทำได้นะ)

 

ใส่ Garmin Forerunner 235 ดู

 

ตัว User Interface ของนาฬิกา ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่อาจจะต้องอ่านคู่มือ (ซึ่งตัว Testing unit ก็ไม่มีมาให้) ซักหน่อยน่ะครับ แล้วเราก็จะรู้ว่าอะไรไว้ทำอะไร แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตคือ การซิงก์วันที่และเวลาครับ ปกติ Smartwatch เขาจะซิงก์ให้อัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อกับแอป แต่ในกรณีของ Garmin Forerunner 235 นั้น มันจะซิงก์กับดาวเทียม (ฟังดูไฮโซ) ซึ่งก็ใช้เวลาซิงก์ไม่นานครับ 1-2 นาทีเอง แต่มันวุ่นวายตรงที่ต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่มีหลังคาซักพักน่ะครับ เพราะในบ้านหรือแม้แต่ในรถ (ขณะขับรถอยู่) มันจับสัญญาณดาวเทียมไม่ได้เลย (ถ้าบนรถ ต้องเอาไปวางไว้ชิดกระจกหน้าเลย)

 

แอป Garmin Connect แสดงสถิติต่างๆ

 

ตัวแอป มีทั้งบน iOS และ Android เลยครับ และแอป Garmin Connect แอปเดียว ก็เก็บบันทึกข้อมูลทุกอย่างได้เรียบร้อยดี และเหมือนจะเชื่อมต่อกับแอปจำพวก Health ค่ายอื่นๆ ได้ด้วย และไม่ได้เชื่อมต่อแค่กับตัว Garmin Forerunner 235 เท่านั้น แต่อุปกรณ์อื่นๆ ของ Garmin ก็เชื่อมต่อกับแอปนี้ได้ด้วย สำหรับคนที่ออกกำลังกายแบบจริงจัง ลำพังแค่ Activity tracker ในรูป Smartwatch อันเดียวมันไม่พออยู่แล้ว หุหุ

จากที่ผมลองใช้ และจากที่น้องชายของผมลองใช้ Garmin Forerunner 235 ตัวเดียวนี่ก็เอาอยู่ทั้งในเรื่องการนับก้าวและการวิ่ง และโดยตัวมันเอง ก็ทำเรื่อง Sleep tracking ได้ด้วย เพียงแต่ผมกับน้องชายไม่ใช่พวกที่นิยมใส่นาฬิกานอนอ่ะนะ และแม้ว่าตัว Garmin Forerunner 235 จะไม่ได้หนักอะไรมาก แต่ขนาดมันก็แอบเทอะทะอยู่สำหรับที่พวกผมจะใส่นอน

 

ผมสังเกตว่าการ Sync ของ Garmin Forerunner 235 ไม่ค่อยรวดเร็วซักเท่าไหร่

 

ผมตั้งข้อสังเกตอีกเรื่องนึง คือการซิงก์ข้อมูลกับ Android (ผมใช้ Samsung Galaxy Note 5 ทดสอบ) คือ มันแอบช้าพอสมควรเลยทีเดียว แต่ไม่รู้ว่า iOS เป็นเหมือนกันไหม (แล้วก็ดันลืมถามน้องชาย) แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่รู้สึกว่าแย่นะ และอีกอย่าง กระบวนการพวกนี้ก็มักจะทำเป็น Background อยู่

 

Connect IQ Storeดาวน์โหลด Applications, Widgets, Watch Faces, Data Fields มาเพิ่มเติมได้Widgets ที่มีให้มา

 

และตามแบบฉบับของ Smartwatch ครับ มันสามารถดาวน์โหลดแอป, วิดเจ็ต และพวกหน้าปัดนาฬิกาต่างๆ มาติดตั้งเพิ่มได้ (ความจุของ Garmin Forerunner 235 นี่อยู่ที่ 512KB) โดยมี Connect IQ Store ทำหน้าที่เป็น App Store ให้ ซึ่งก็มีให้เลือกดาวน์โหลดหลากหลายอยู่

 

เปลี่ยหน้าปัดนาฬิกา ดาวน์โหลดมาเพิ่มได้

 

ตัวหน้าปัดนาฬิกา (Watchface) เนี่ยก็มีให้เลือกดาวน์โหลดเยอะนะครับ อันนี้สำคัญ เพราะแม้ว่าตัวหน้าปัดนาฬิกาที่มีมาให้มันจะพอไหวอยู่ในฐานะนาฬิกาและ Activity tracker แต่สำหรับบางคนที่อยากได้ข้อมูลครบถ้วนในเวลาเดียว หน้าจอเดียว ก็อยากจะดาวน์โหลดหน้าปัดนาฬิกามาเพิ่มเติมก็ได้ อย่างเช่นอันที่ผมดาวน์โหลดมานี่ มีทั้งนาฬิกา บอกได้ว่ามีการแจ้งเตือนมาไหม แบตเตอรี่เหลืออยู่แค่เท่าไหร่ เดินไปกี่ก้าว เดินไปกี่กิโลเมตร เผาผลาญไปกี่กิโลแคลลอรี่แล้ว อะไรแบบนี้

อีกคุณสมบัตินึงของ Garmin Forerunner 235 คือ การวัดความสามารถของร่างกายในการใช้ออกซิเจนในขณะออกกำลังกาย หรือค่า VO2 Max (อ่านบทความของโรงพยาบาลสมิติเวชดูว่าค่านี้คืออะไร) โดยแจ้งข้อมูลไว้ในแอป Garmin Connect นั่นแหละ … อีกข้อมูลนึงที่เป็นประโยชน์ต่อคนที่ออกกำลังกายก็คือ Heart rate zone ครับ ตอนออกกำลังกาย เราสามารถจะตั้งค่าได้ว่าต้องการควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่แค่ที่ระดับโซนไหน เพื่อที่จะได้ไม่โหมออกกำลังกายจนหนักเกินไป

 

Garmin Forerunner 235 ถูกออกแบบมาให้กันน้ำ

 

และสุดท้าย ตัวนี้ก็ใช้ใส่ทำโน่นทำนี่ได้หลากหลายกิจกรรมครับ เพราะออกแบบมาให้กันน้ำด้วยครับ ฉะนั้นจะใส่ตลอดเวลา ใส่อาบน้ำ ใส่วิ่ง ใส่ขี่จักรยาน หรือแม้แต่ใส่ไปว่ายน้ำก็ยังได้เลยครับ สำหรับบางคนแล้ว อาจจะเลือกที่จะถอดออกก็แค่ตอนอาบน้ำกับชาร์จแบตเตอรี่เลยก็ได้ละมั้ง

 

บทสรุปการรีวิว Garmin Forerunner 235

จากที่ลองทดสอบใช้มา Garmin Forerunner 235 นี่เหมาะสำหรับเป็นคู่ใจผู้นิยมออกกำลังกายเลยทีเดียว และไม่ต้องพกพาสมาร์ทโฟนออกไปไหนด้วย (หมดห่วงเรื่องตกหล่นเสียหายระหว่างออกกำลังกาย) และหากใครอยากฟังเพลงไประหว่างวิ่ง ก็จะมีทางเลือกในการหาอุปกรณ์ฟังเพลงขนาดเล็กๆ พกติดตัวไปด้วยแทน ส่วนข้อมูลการวิ่งการออกกำลังกายของเรา ก็เก็บไว้ใน Garmin Forerunner 235 แล้วค่อยมาซิงก์ใส่สมาร์ทโฟนทีหลัง

สนนราคา 12,990 บาท ไม่ถือว่าเป็นราคาแพงไฮโซ เมื่อพิจารณาจากพวกอุปกรณ์จำพวก Smartwatch พร้อมความสามารถในฐานะ Activity tracker ในปัจจุบัน จุดที่แตกต่างคือ แทนที่จะใส่ฟีเจอร์อย่างพวก Touchscreen และการใส่แอปไฮโซเข้ามา เจ้านี่เพิ่มความสามารถ GPS เข้าไป และตั้งเป้ามาที่การเป็น Activity tracker ที่สามารถทำหน้าที่แจ้งเตือนและติดตั้งแอปเพื่อเพิ่มความสามารถได้แบบ Smartwatch เข้ามาร่วมแทน

สนใจอยากซื้อ คิดว่าคงหาไม่ยากครับ ผมเดินไป B2S แถวบ้านก็มี ห้างใหญ่ๆ ตามร้านที่มีขาย Gadget กับสินค้าไอทีก็คงมีขาย แต่หากแถวบ้านไม่มีขายจริงๆ และอยากรู้ว่าขายแถวไหน ก็โทรไป 0-2266-9944 เบอร์ Call Center ของ Garmin เขาล่ะ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: