รีวิว QNAP TS-251+ รุ่นถัดมาของ NAS ขนาดพอเพียงสำหรับบ้านและออฟฟิศ

QNAP TS-251+

QNAP เขาออกรุ่นถัดมาของ TS-251 ที่ผมเคยใช้ก่อนหน้า มาเป็น TS-251+ แล้วก็ส่งมาให้ผมได้ลองใช้ดูครับ ตัวนี้วางตำแหน่งไว้แบบเดียวกับ TS-251 นั่นแหละ คือ เป็น NAS แบบ 2-bay เอาไว้เน้นใช้งานในบ้าน ในฐานะ NAS ที่เป็นได้ทั้งเครื่องเล่นมัลติมีเดีย และสำหรับบางคนที่ทำบ้านเป็นออฟฟิศเล็กๆ ด้วย หรือที่เรียกว่า SOHO (Small Office Home Office) ก็สามารถใช้ได้ด้วยเช่นกัน ด้วยประสิทธิภาพที่ไม่เล็กเหมือนขนาดตัวเครื่อง

ในฐานะที่เคยใช้ TS-251 มาก่อน (และเคยรีวิวมาก่อนด้วย) ก็ต้องบอกว่าตัว TS-251 เนี่ย เป็นรุ่นที่เอาไว้ใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัวก็ได้ ใช้ในออฟฟิศเล็กๆ ก็พอไหวอยู่จริงๆ ซึ่งสนนราคาก็ไม่ได้แรงมากเกินไป หากเทียบกับจำนวน Bay และประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลที่ได้ (Intel Celeron 64-bit Quad-core 2.0GHz แรม 2GB)

 

QNAP TS-251+ ด้านหน้า

 

งวดนี้ QNAP TS-251+ มีการปรับโฉมใหม่ จากเดิมที่ดีไซน์เป็นสีขาว ซึ่งบอกตรงๆ ว่า เก็บไว้นานๆ แอบสกปรกง่ายและเห็นชัดไปหน่อย มาเป็นสีดำ ซึ่งดูขรึมมากขึ้น และจะวางไว้ในบ้าน หรือในออฟฟิศ ก็ดูโอเค แต่ยังเน้นโครงสร้างเป็นพลาสติก ซึ่งทำให้มีน้ำหนักค่อนข้างเบา

ด้านหน้าของ QNAP TS-251+ ก็จะเป็นแบบ 2-bay มีไฟ LED แสดงสถานะทั้งการเปิดเครื่อง, LAN, USB, HDD ทั้งสองลูก และมีปุ่ม Power กับปุ่ม Copy ที่เอาไว้สำรองข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ที่เสียบกับพอร์ต USB 3.0 ด้านหน้าเข้ามาใน NAS เลย เพื่อประหยัดเวลา

 

QNAP TS-251+ ด้านหลัง

 

ด้านหลังของ QNAP TS-251+ นี่มีเหมือนกับ TS-251 เดิมครับ คือ พอร์ต HDMI เอาไว้ต่อกับจอแสดงผล มีพอร์ต Gigabit LAN 2 พอร์ต มี USB 2.0 2 พอร์ต และ USB 3.0 อีกพอร์ตนึง กับรูไว้เสียบอะแด็ปเตอร์ กับสล็อต Kensington เพื่อเอาไว้ล็อกกุญแจ กันคนแอบฉกเครื่องไป

 

QNAP TS-251+ ด้านหน้า เทียบกับ QNAP TS-253 Pro

QNAP TS-251+ ด้านหลัง เทียบกับ QNAP TS-253 Pro

 

ลองเอามาเทียบกับ QNAP TS-253 Pro ที่ผมใช้อยู่ จะเห็นว่า TS-251+ นี่มีความกว้างแคบกว่านิดหน่อย และมีความสูงสูงกว่านิดหน่อยครับ รุ่นนี้เช่นเฉยมีพัดลมอยู่ด้านหลัง

ความแตกต่างกับรุ่น TS-253 Pro ที่เป็นสำหรับองค์กรธุรกิจขนาดเล็กก็คือ ด้านหน้าเนี่ยตัวถาดฮาร์ดดิสก์ไม่มีกุญแจล็อก ฉะนั้นใครจะถอดฮาร์ดดิสก์ออกก็ทำได้เลย ส่วนด้านหลังเนี่ย จะคล้ายๆ กับยกเว้น TS-251+ เนี่ย จะมีพอร์จ USB 3.0 แค่พอร์ตเดียว แต่ TS-253 Pro จะมี 2 พอร์ต แต่ในจุดนี้ TS-251+ ก็จะมี USB 2.0 ให้อีก 2 พอร์ตครับ

 

ถาดใส่ HDD เป็นพลาสติก

 

ด้วยความที่รุ่นนี้เป็นรุ่นเบา ถาดใส่ฮาร์ดดิสก์ก็เลยเป็นแบบพลาสติก ไม่ใช่เป็นอลูมิเนียมเหมือนอย่างรุ่นสำหรับ SOHO ครับ … และเพื่อใช้ในการทดสอบครั้งนี้ ผมก็เลือกใส่ WD Red ที่เป็นฮาร์ดดิสก์สำหรับ NAS ความจุ 5TB จำนวน 2 ลูก

ทีนี้ก็ได้เวลาเปิดใช้งาน ซึ่งน่าแปลกใจว่าทำไม QNAP เขาไม่ลง Firmware 4.2.0 มาให้เลย ทั้งๆ ที่ก็ออกมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว สุดท้ายก็ต้องเปิดเครื่อง มาอัพเดต Firmware ก่อน ถึงค่อยเริ่มใช้งานกันจริงๆ … ซึ่งในการใช้งานครั้งแรก แน่นอน ก็จะมี Wizard ช่วยครับ เราก็เลือกเลย ว่าเราอยากจะให้ตั้งค่าสำหรับการใช้งานแบบไหน ใช้ในบ้าน หรือใช้ในออฟฟิศ​

 

เลือกได้ว่าจะใช้ QNAP TS-251+ สำหรับงานแบบไหน

 

ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอกครับ เพราะสุดท้าย ก็มาเซ็ตทีหลังได้ เพียงแต่ว่าถ้าเราเลือกไว้ก่อน Wizard ก็จะช่วยติดตั้งแอปที่จำเป็นสำหรับการใช้งานประเภทนั้น … ซึ่งตรงนี้จริงๆ QNAP น่าจะมีตัวเลือกแบบ SOHO ให้ด้วยเนอะ แบบว่า มีครบทั้งแอปสำหรับ Home Use และ Business Use ในหนึ่งเดียว

แต่โอเค ไม่ใช่ปัญหาอะไร … สำหรับผม ผมเลือกเป็น Home Use นะครับ เพราะลองในบ้าน ส่วนใครอยากจะเลือกเป็น RAID0 เพื่อให้ได้เนื้อที่เก็บข้อมูลสูงสุด และได้ความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลมากขึ้น (แต่ยอมทำใจหากข้อมูลจะเสียหายหากฮาร์ดดิสก์เสียก็โอเค) หรือ RAID1 เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลได้รับการสำรองไว้เสมอ ก็สุดแล้วแต่จะชอบ ส่วนผม ผมลองเป็น RAID1 ครับ

 

ระหว่างรอ Wizard ดำเนินการติดตั้งและตั้งค่า QNAP TS-251+

 

เลือกเสร็จเรียบร้อย ก็รอ Wizard จะติดตั้งแอป และตั้งค่าต่างๆ ให้ … ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานตามบ้านหรือ SOHO ที่ไม่ได้เข้มงวดเรื่องการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายแล้ว ก็ไม่ต้องตั้งค่าอะไรมาก เพราะ DHCP ก็แจก IP ให้อยู่แล้ว และเมื่อเป็น NAS ที่เปิดทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่ต้องห่วงเรื่อง IP จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาซักเท่าไหร่ แต่หากอยากให้ชัวร์ ก็เซ็ตเป็น Static IP ได้ครับ

 

QNAP TS-251+ ในส่วน QTS และ Dashboard

 

ถ้าจะให้วิพากษ์ละก็ User Interface ของ QNAP ที่เรียกว่า QTS เนี่ย จะมีหน้าตาประมาณ User Interface ของ Launchpad ของ Mac OSX นะผมว่า คือ เรียง Shortcut ของแอปต่างๆ สไตล์เดียวกับพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต แต่ก็มีส่วนของ Taskbar และ System tray อยู่ด้านบน

ใน QTS นี่ ตรงมุมขวาจะมี Dashboard ที่ให้เราสามารถดูสถานะของตัว QNAP Turbo NAS (ในที่นี้คือ TS-251+) ได้ ซึ่งบอกหมด ทั้งสถานะตัวเครื่อง, Resource ที่มีใช้ไปกี่ %, Network แออัดแค่ไหน สถานะฮาร์ดดิสก์เป็นยังไง ฯลฯ

 

แอปที่ติดตั้งมาให้ ในกรณีติดตั้งแบบ Home Use

 

ในกรณีที่เลือกติดตั้งแบบ Home Use ก็จะมีแอปติดตั้งมาแบบเน้นสำหรับใช้งานด้านมัลติมีเดีย คือ Music Station, Photo Station และ Video Station และเผื่อใครอยากจะดาวน์โหลดบิตปิดคอมฯ (แต่เปิด NAS ไว้) ก็มี Download Station มาให้

แต่ในระดับนี้ ก็จะเป็นการใช้งานในแบบ Turbo NAS เพื่อเก็บข้อมูลไว้ที่ศูนย์กลางและแชร์ไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งรวมถึงพวกสมาร์ททีวีที่รองรับ DLNA ด้วย แต่ถ้าต้องการจะใช้ในฐานะ Media Player ด้วยก็ทำได้นะ เพราะมีพอร์ต HDMI มาให้ เสียบกับทีวีผ่านพอร์ต HDMI ได้เลย

 

เป็นรุ่นสำหรับใช้ในบ้าน เลยมีรีโมทมาให้ด้วย

 

และด้วยเหตุนี้แหละ QNAP เขาเลยเตรียมรีโมทคอนโทรลมาไว้ให้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ในรุ่น TS-251 ไม่มีมาให้อ่ะ … เดี๋ยวค่อยมาพูดถึงทีหลังนะ ขอไปพูดถึงเรื่องซอฟต์แวร์และความสามารถทั่วๆ ไปของเจ้านี่ก่อน

 

ดาวน์โหลดแอปจาก QNAP App Store เพื่อเสริมความสามารถ

 

โดยพื้นฐานแล้ว ตัว QNAP TS-251+ ก็มาพร้อมกับแอปเพื่อการใช้งานในฐานะ NAS พื้นฐานอยู่แล้ว แต่หากใครต้องการเพิ่มเติมความสามารถ ก็ดาวน์โหลดแอปมาเสริมตามความจำเป็นกันได้ เช่น สำหรับคนที่ใช้เพื่อความบันเทิงภายในบ้าน ก็อาจจะอยากดาวน์โหลดแอปอย่าง HD Station และแอปเสริมอื่นๆ เช่น KODI อะไรแบบนี้มาติดตั้ง เพื่อให้มันทำตัวเป็น Media Player อย่างเต็มเหนี่ยวได้ … หรือใครจะใช้งานในออฟฟิศ ก็อาจจะอยากดาวน์โหลดแอปจำพวกที่เอาไว้ทำ Email server และพวกเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ มาติดตั้งเพิ่ม เพื่อใช้ประสิทธิภาพในการประมวลผลของ TS-251+ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่อ่ะนะ

 

สามารถเล่นวิดีโอจาก File Station ได้ และเป็นแบบ On-the-fly transcoding

อย่างในส่วนของการใช้งานเพื่อความบันเทิง ประสิทธิภาพของ QNAP TS-251+ นี่ก็แรงพอที่จะทำการแปลงไฟล์ในระหว่างเล่น หรือที่เรียกว่า On-the-fly Transcoding ได้เลยครับ ซึ่งช่วยได้เยอะ เวลาที่จะต้อง Streaming ไปยังอุปกรณ์พกพา แต่ต้องจำไว้นิดนึงว่า เมื่อเกิดการ Transcoding แล้ว ทาง QNAP จะเก็บไฟล์ที่แปลงแล้วไว้บน NAS ด้วย (หรือก็คือ กินเนื้อที่นั่นแหละ) ทั้งนี้เพื่อในเวลาใช้งานภายหลัง จะได้ไม่ต้องมา Transcode กันอีก

 

Virtual Station จำลองเครื่องคอมพิวเตอร์กันใน QNAP TS-251+ เลย

 

ฟีเจอร์นึงที่ผู้ใช้งานในแบบออฟฟิศอาจจะได้ใช้ประโยชน์มากกว่าคนทั่วไป แต่คนทั่วไปบางคนก็อาจจะได้ใช้ ก็คือ Virtual Station ที่ให้เราจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใน QNAP TS-251+ ได้ เราสามารถลงระบบปฏิบัติการอย่าง Windows, Linux หรือ Android (แบบ x86) ไว้ได้เลยนะ เพียงแต่แม้ว่ารุ่นแรม 2GB จะใช้ฟีเจอร์นี้ได้แล้ว แต่สำหรับผม ผมแนะนำว่าถ้าจะใช้จริงๆ อัพแรมเป็น 4GB หรือ 8GB ไปเลยดีกว่า

นอกจากนี้ การที่มี Gigabit LAN ให้สองพอร์ต ไม่เพียงแต่ให้แบนด์วิธที่สูงกว่า แต่ยังเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้งานระดับองค์กรด้วย ในกรณีที่ต้องการเซ็ตให้บริการบางอย่าง ใช้งานได้เฉพาะบางเครือข่าย ซึ่งในกรณีนี้ ก็จะแยกวง LAN กันคนละวง โดยใช้พอร์ต Gigabit LAN แต่ละพอร์ต ต่อไปที่แต่ละวง

 

ลง HD Station แล้ว เสียบคีย์บอร์ดกับเมาส์ ใช้งานเหมือนเป็นคอมพิวเตอร์โลด

ใช้รีโมทควบคุม HD Station ได้ (แต่จริงๆ ต้องจอรีโมทไปที่ตัวเครื่อง QNAP TS-251+ นะ)

 

ใครที่ติดตั้ง HD Station ก็จะสามารถใช้งาน QNAP TS-251+ ด้วยการต่อจอแสดงผลและเสียบคีย์บอร์ดกับเมาส์เพื่อใช้งานได้ สำหรับการใช้งานตามบ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น เพราะด้วยรีโมทที่ให้มาด้วยนี่ก็สามารถควบคุมการใช้งาน HD Station ได้แล้ว (ในหลายๆ แอปนะ แต่บางแอปใช้คีย์บอร์ดกับเมาส์ดีกว่า) เพียงแต่ในรูปจะเห็นผมจ่อรีโมทไปที่จอแสดงผล แต่จริงๆ แล้ว มันต้องจ่อไปที่ตัว QNAP TS-251+ นะครับ

HD Station นั้น ในส่วนของการใช้งานในออฟฟิศก็ได้ประโยชน์นะครับ เอาไว้ใช้บริหารจัดการ QNAP TS-251+ โดยไม่ต้องง้อเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้ และในขณะเดียวกัน สำหรับใครที่ใช้ Virtual Station ก็สามารถตั้งค่าเพื่อให้เชื่อมโยงไปกับ QVM (หมายถึงแอปของ Virtual Station ใน HD Station นี่) เพื่อจะได้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จำลองบน Virtual Station ผ่านตัว QNAP TS-251+ โดยตรงได้ (ต้องเสียบคีย์บอร์ดกับเมาส์นะ)

 

บทสรุปการรีวิว QNAP TS-251+

สนนราคาหมื่นกลางๆ ของ QNAP TS-251+ นี่ไม่ถือว่าแพงมาก แต่ก็ไม่ได้ถือว่าราคาถูกเช่นกัน มันเหมาะสำหรับคนที่ต้องการ NAS ที่ทำตัวเป็น Media Player ได้พร้อมๆ กัน และรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายๆ ตัว ซึ่งต้องการประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผลที่สูงกว่าการใช้ NAS รุ่นที่ใช้หน่วยประมวลผลในตระกูล ARM

ในออฟฟิศระดับ SOHO เอง ตัว QNAP TS-251+ นี่ก็ทำหน้าที่ได้ทั้งการเป็น NAS และการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใช้ด้วย (เผื่ออยากจะใช้) หรือเอาไว้ทำเป็นเซิร์ฟเวอร์แบบง่ายๆ เช่น เว็บเซิร์ฟเวอร์ เอาไว้รันพวกเว็บแอปพลิเคชันที่ใช้ในออฟฟิศ ดาวน์โหลดพวกแอปบัญชี/HR อะไรพวกนี้มาติดตั้งก็ได้ หรือจะทำเป็นอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ เอาไว้ทำอีเมล์ง่ายๆ สำหรับใช้ภายในออฟฟิศก็ได้เช่นเดียวกัน

แต่หากใครต้องการใช้ NAS เป็นแค่ NAS เฉยๆ หรือพูดง่ายๆ เอาไว้แชร์ไฟล์เฉยๆ และไม่ได้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เยอะแยะมากมาย อะไรแบบนี้ ไปซื้อรุ่นที่ราคาถูก สเปกน้อยกว่านี้ก็ได้ครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

8 Responses

  1. Parinya says:

    TS-251+ ใส่HD WD REDได้สูงสุดกี่TBครับ

    • @kafaak says:

      ตามสเปกไม่ได้ระบุ แต่ ณ ตอนนี้ ใส่ WD 8TB ตัวล่าสุด ก็ยังได้ครับ

  2. parinya says:

    วันนี้ไปสอยมาแล้ว แต่มีเรื่องสายLANที่ไม่ได้ต่อไปที่TV แบบที่คุณkafaak commentไว้ คือrouterกับTVอยู่คนละชั้นกัน ทีนี้ผมมี 2ตัวเลือกคือ
    1.ใช้power line ปัญหาคือใช้แล้วตัวpower lineมันค่อนข้างร้อน ถ้าผมเสียบทิ้งไว้เวลาไม่อยู่บ้าน กลัวเรื่องไฟไหม้
    2.ใช้USB wireless ถามทางJIBเค้าบอกไม่เหมาะกับNAS ที่ออกแบบมาให้ใช้สายLANมากกว่า คิดว่าไงครับ

    • @kafaak says:

      ตัว Power Line นี่ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องระบบไฟฟ้าในบ้าน อย่าลองดีกว่า เพราะข้อจำกัดเยอะอยู่ หากจะใช้งานข้ามชั้น แต่เรื่อง USB Wireless นี่ ร้าน J.I.B. นี่แนะนำแปลกๆ ถ้าเป็นผม ผมจะแนะนำว่าอยู่ที่ว่าคุณต้องการแบนด์วิธขนาดไหน คืองี้ครับ ถ้าคุณใช้ NAS เพื่อเก็บไฟล์หนัง และแชร์ไปยังทุกอุปกรณ์ในบ้าน ผมแนะนำให้ต่อกับสาย LAN เพราะแบนด์วิธจะได้เต็มเหนี่ยว แต่ถ้าคิดว่าจะใช้เป็นเหมือนที่เก็บหนัง โดยเน้นแบบ โหลดบิตปิดคอม แล้วต่อดูกับทีวี ไม่ได้เน้นไปที่การ Streaming ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ กรณีแบบนี้ ใช้ Wireless ก็พอไหว เพราะความเร็วลดลงเหลือซัก 3-4MB/s เนี่ย มัน Streaming ไปที่อื่นไม่เวิร์ค แต่เหลือเฟือสำหรับโหลดบิต (งงปะครับ)

  3. Moojee Joe says:

    ts-251 นี่มี antivirus ด้วยรึเปล่าครับ

  4. ถ้าต่อ HDD Dock ออกมาอีกสี่ลูกผ่าน USB 3.0 นี่ได้ไหมครับ มันจะมองเห็นหมดไหม แล้วaccess ทุกอย่างได้เหมือน internal hdd ไหมครับ

    • @kafaak says:

      อันนี้ไม่เคยลองทำแฮะ แต่ถ้าปกติต่อ HDD Dock กับคอม (Windows/macOS/Linux) ต้องติดตั้งไดรเวอร์ล่ะก็ ไม่สามารถทำแบบนั้นกับ QNAP Turbo NAS ได้ครับ แต่หาก HDD Dock มันทำหน้าที่บริหารจัดการเอง แล้วทำตัวเหมือนเป็น USB Dock นี่ ผมว่าน่าจะพอไหว แต่ผมไม่เคยลอง ฉะนั้นไม่กล้าฟันธงครับ

Leave a Reply

%d bloggers like this: