รีวิว HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw มัลติฟังก์ชันสำหรับออฟฟิศขนาดเล็กถึงขนาดกลาง

HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

ออฟฟิศขนาดเล็กถึงขนาดกลาง บางทีมันก็มีข้อจำกัดด้านสถานที่ครับ ออฟฟิศขนาดไม่ได้ใหญ่มากเวลาอยากได้เครื่องพริ้นเตอร์ก็อยากจะได้แบบทำได้ทุกอย่างในตัวเดียว ตั้งกะเป็นพริ้นเตอร์ เป็นสแกนเนอร์ เป็นแฟกซ์ด้วย อะไรแบบนี้ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ที่เพิ่งมีคนส่งมาให้ลอง กับสนนราคา 4 หมื่นต้นๆ แต่ฟังก์ชันครบครัน และน่าจะตอบโจทย์ออฟฟิศเขาล่ะ เลยขอรีวิวมาเล่าสู่กันอ่านนะครับ

 

แกะกล่อง HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ดู

ชื่อรุ่นยาวมาก จากนี้ขอเรียกว่า HP M477fdw แล้วกันนะครับ ตัวนี้จากที่ผมเช็คสเปก ดูจะเป็นตัวท็อปสำหรับซีรี่ส์ M477 นี่แล้วล่ะ ตอนที่เขาบอกว่าจะส่งมาให้รีวิว ก็ไม่ได้รู้หรอกนะครับว่าจะส่งรุ่นนี้มาให้รีวิว พอเจอของจริง คือ ใหญ่ หนักเอาเรื่อง อุ้มขึ้นชั้นสองไปรีวิวนี่แอบเหนื่อย (เอ๊ะ หรือเราจะแก่แล้ว)

 

HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

 

แม้จะบอกว่าขนาดใหญ่ แต่เอาเข้าจริงๆ สำหรับผู้ใช้งานจำพวกออฟฟิศ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับขนาดของมันนะครับ ก็หาพื้นที่ประมาณ 50 x 70 เซ็นติเมตร (กว้าง คูณ ลึก) มาไว้วางมันก็เอาอยู่ครับ แต่ด้วยความที่มันเป็นทั้งพริ้นเตอร์ สแกนเนอร์ และแฟกซ์ในตัว (แน่นอน สามารถถ่ายเอกสารสีได้ด้วย) มันก็เรียกว่าประหยัดพื้นที่กว่าเอาอุปกรณ์สามตัวมาวางจริงป่ะล่ะ

การออกแบบ แบ่งสัดส่วนชัดเจน ด้านล่างสุดเป็นพริ้นเตอร์ ไว้เก็บกระดาษ ไว้ใส่ดรัมผงหมึก ตรงกลางสีดำๆ ที่เห็นอ่ะ เป็นจุดที่กระดาษที่พิมพ์เสร็จแล้วจะออกมา แล้วก็มีจอแสดงผลขนาด 4.3 นิ้ว เป็นจอสัมผัส สำหรับเอาไว้ดูข้อมูลและสั่งงาน ส่วนด้านบนก็จะเป็นสแกนเนอร์ พร้อมที่ใส่กระดาษที่เราจะสแกน ในกรณีที่เรามีเอกสารเป็นปึกๆ

 

HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ด้านหลัง

พอร์ตเชื่อมต่อของ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

 

ด้านหลังของ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw จะมีพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ครับ ก็มีพอร์ต USB 2.0 ทั้งแบบ A และ B โดยแบบ B (อันที่ออกเป็นสี่เหลี่ยมหน่อย)​เอาไว้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อสั่งงาน ส่วนแบบ A เอาไว้เสียบพวก Flash drive ครับ สำหรับฟีเจอร์สั่งพิมพ์จาก Flash drive โดยตรง

นอกจากนี้ก็มีพอร์ต Gigabit LAN เอาไว้สำหรับเชื่อมต่อกับเครือข่ายด้วย เพื่อสั่งพิมพ์งานจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ผ่านระบบ LAN โดยไม่ต้องเชื่อมต่อโดยตรง และยังมี Built-in WiFi เพื่อการเชื่อมต่อแบบไร้สายอีก กับพอร์ต RJ-11 เอาไว้เสียบสายโทรศัพท์ เพราะเจ้านี่ทำหน้าที่เป็นแฟกซ์ได้ในตัวอีก แล้วที่เห็นมีจุกพลาสติกปิดอยู่ คือเอาไว้ต่อสายโทรศัพท์ออกมาจากตัวเครื่องHP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ไปที่โทรศัพท์ สำหรับออฟฟิศที่ใช้เบอร์เดียวเป็นทั้งแฟกซ์กับโทรศัพท์เลย

 

แกะด้านหลังของ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ออกมาดู

 

ด้านหลังเนี่ย แกะออกมาได้ครับ เครื่องทดสอบที่เขาให้มา มันไม่มีคู่มือมาด้วย ตอนแรกเลยนึกว่าพวกดรัมหมึกมันอยู่ที่นี่ แต่จริงๆ แล้ว ตรงนี้เขาเอาไว้เผื่อกรณีกระดาษติด จะได้แกะออกมาได้

 

เปิดฝาปิดออกมาแล้ว เห็นที่จับสีฟ้าๆ ไหม ดึงมันออกมา เพื่อเปลี่ยนผงหมึก

แยกผงหมึกเป็น Black, Cyan, Magenta, Yellow หรือ CMYK สี่สีครับ

 

ดรัมหมึกเป็นแบบ CMYK หรือ Cyan Magenta Yellow และ Black ครับ สี่สีแบบเดียวกับระบบพิมพ์ Offset เลย ซึ่งแตกต่างจากแบบ RGB ที่เจอบ่อยบนเครื่องพริ้นเตอร์แบบ InkJet ครับ แบบ CMYK นี่จะคล้ายๆ ระบบพิมพ์ของโรงพิมพ์มากกว่า (ที่เรียกว่าพิมพ์สี่สีไง)

จริงๆ องค์ประกอบยังมีอีกเยอะ แต่เดี๋ยวเอาไว้เขียนถึงตอนเล่าเรื่องการใช้งานแล้วกัน

 

ดีไซน์มีช่องเล็กๆ ตรงด้านล่างของตัวเครื่อง เพื่อให้ "อุ้ม" ได้สะดวก

 

อ้อ! บอกไว้ก่อนนะครับ เจ้านี่หนักใช่ย่อยอยู่ เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ระดับออฟฟิศ ทำโน่นทำนี่ได้เยอะมาก ระบบค่อนข้างใหญ่ล่ะ แต่ก็ย้ายที่สะดวกอยู่ เพราะออกแบบมาเผื่อไว้ มีร่องเล็กๆ ด้านล่าง ให้ช้อนมือลงไปอุ้มได้อยู่

 

ว่ากันด้วยการใช้งาน HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

ออกตัวล้อฟรี ผมไม่ขอพูดถึงการใช้งานในแบบเสียบสาย USB นะครับ ซื้อพริ้นเตอร์ราคาแสนแพง ทำได้ทุกอย่าง และเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายได้ขนาดนี้ แล้วเอามาเสียบสาย USB ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อสั่งพิมพ์ ผมว่ามันไม่คุ้มราคา … ฉะนั้น ที่ผมจะทำคือ เชื่อมต่อแบบไร้สายเป็นหลัก เพื่อสั่งพิมพ์ครับ

 

หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 4.3 นิ้วของ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

หน้าจอแสดงผล 4.3 นิ้ว ปรับระดับได้

 

ตัว HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw สามารถใช้งานแบบ Standalone ไม่ง้อใครได้ครับ สั่งงานผ่านทางหน้าจอสัมผัสขนาด 4.3 นิ้วนั่นแหละ … แต่พอพูดถึงชื่อหน้าจอสัมผัส อย่าไปคิดว่ามันจะตอบสนองไวเหมือนพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตนะ ไม่ขนาดนั้น แต่ก็ไม่เลวครับ

ตัว User Interface ของหน้าจอสัมผัส เข้าใจได้ง่ายดี และสามารถสั่งงาน และปรับแต่งค่าใช้งานต่างๆ ของตัวเครื่องได้ โดยไม่ต้องไปง้อพวกเครื่องคอมพิวเตอร์เลย จะสแกน จะส่งแฟกซ์ จะสั่งพิมพ์งานจาก USB Flash drive ก็ได้

 

หน้าจอ 4.3 นิ้ว จอสี แบบสัมผัส

ฟังก์ชั่นการทำงานแบบต่างๆ ของ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

ฟังก์ชั่นการทำงานแบบต่างๆ ของHP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

 

เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็สมาร์ทกันไปหมด เมื่อสมาร์ทแล้วก็ต้องลงแอป เพิ่มขีดความสามารถได้ ตัว HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw เพียงแต่แม้จะเรียกว่าแอป แต่มันดึงข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตหมดเลยนะครับ เท่าที่ผมลองเล่นดูหลายๆ แอป ซึ่งตรงนี้เข้าใจว่าเป็นเพราะเนื้อที่เก็บข้อมูลในตัวพริ้นเตอร์เองมีไม่มาก ตัวโปรเซสเซอร์เองก็ไม่ได้ประสิทธิภาพไฮโซมาก (ก็มันเครื่องพริ้นเตอร์นะครับ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์) จะทำแอปซับซ้อน ขนาดแอปใหญ่ๆ ก็คงไม่ไหว

 

อันนี้แอปของ DeamWorks ครับ ทุกแอปดูจะดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก (เปิดทีโหลดที)

หลักๆ ของแอปคือ จะเกี่ยวกับการสั่งพิมพ์อะไรซักอย่าง เช่น ภาพระบายสี ภาพต่อจุด ไรงี้

นี่ผมลองพิมพ์ภาพระบายสี กังฟูแพนด้า 3 มาดู

 

หลายๆ แอปที่ผมลองเล่นดู จะออกไปแนว Casual มากกว่า คือ เอาไว้เล่น เช่น พริ้นต์ภาพสำหรับระบายสีออกมางี้ พิมพ์กระดาษเกมปริศนาอักษรไขว้ หรือ Sudoku ออกมางี้  ผมแอบรู้สึกว่า นี่มันไม่ใช่อะไรที่เครื่องพริ้นเตอร์สำหรับองค์กรธุรกิจอยากจะทำกันซักเท่าไหร่ แต่เอาเถอะ เผื่อลูกหลานของเจ้าของบริษัทเขาอยากจะเล่นมั้ง

 

สำหรับ Android ก็ลง Print Service Plug-in แล้วก็สั่งพิมพ์ผ่าน WiFi ได้แล้ว

รู้สึกว่าคุณภาพของภาพสีจะไม่ปิ๊งปั๊งเท่าไหร่

 

การสั่งพริ้นต์ ในยุค Mobile devices แบบนี้ ผมว่าสะดวกสุดๆ ครับ อย่างถ้าเป็นระบบปฏิบัติการ Android นะ ก็ไปดาวน์โหลดตัว Plugin สำหรับเครื่องพิมพ์ของ HP มา แค่นี้ก็สามารถสั่งพริ้นต์ได้จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตแล้ว หรือจะลองสั่งผ่าน NFC ก็ได้นะครับ แต่ผมลองแล้ว ช้าเอาเรื่อง และแอบวุ่นวายในเรื่องการตั้งค่าอย่างบอกไม่ถูก ไปๆ มาๆ ผมว่า เปิด Google Play ดาวน์โหลด Plugin มาติดตั้ง สั่งจากแอปอะไรบนตัวสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก็ได้ ขอให้มีคำสั่งพริ้นต์ที่ไปดึง API ของ Google มาเท่านั้นแหละ

 

Google Cloud Print ก็เจอตัวพริ้นเตอร์

ไม่ว่าจะใช้ Windows หรือ Mac OSX หรือ Chrome OS ถ้าใช้เบราว์เซอร์เป็น Google Chrome ละก็ จะสามารถเชื่อมต่อกับตัว HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ได้ผ่านทาง Google Cloud Print เลย ไม่ต้องลงไดรเวอร์แต่อย่างใด

 

Windows 10 ก็จะเจอตัวพริ้นเตอร์ได้เลย ไม่ต้องลงไดรเวอร์

AirPrint ของ Apple เจอตัวพริ้นเตอร์เลย

 

แน่นอนว่า พวก PC หรือเครื่อง Mac ก็ไม่ต้องไปหาไดรเวอร์มาลงให้เสียเวลาครับ ถ้าใช้ Windows 10 (ซึ่งควรจะอัพเกรดกันได้แล้ว) แค่จะ Add Printer ก็จะเจอเลย ส่วน AirPrint ของ Mac OSX ก็ไม่ต้องพูดถึง มันรองรับอยู่แล้ว … แต่ถ้าใครใช้ระบบปฏิบัติการ Windows เวอร์ชันก่อนหน้า ผมเข้าใจว่าต้องหาซอฟต์แวร์มาลงอ่ะนะ แต่ไม่แน่ใจ เพราะผมไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows รุ่นก่อนหน้าแล้วอ่ะ (ทุกเครื่องเป็น Windows 10 หมดแล้ว … แฮ่ม!!!)

 

ตัวพริ้นเตอร์เป็นแบบที่รองรับการพิมพ์งานสองด้านโดยอัตโนมัติ

 

ตัว HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw รองรับการพิมพ์สองด้านอัตโนมัติครับ ฉะนั้นเมื่อสั่งงานให้พิมพ์แบบสองด้าน มันก็จะพิมพ์จนเสร็จ แล้วดึงกระดาษกลับไปพิมพ์อีกด้านที่เหลือเอง เราไม่ต้องเสียเวลา วุ่นวาย กับการกลับหน้ากระดาษใส่กลับเข้าไป

นอกจากนี้ ยังรองรับ HP ePrint อีกด้วย หรือก็คือ เราสามารถส่งอีเมล์ไปยังอีเมล์แอดเดรสของเครื่องพริ้นเตอร์ (จะมีมาให้หลังจากเราเซ็ตค่า HP ePrint เสร็จ) โดยมันจะพิมพ์เนื้อหาที่เราพิมพ์ในอีเมล์ และไฟล์แนบ (รองรับไฟล์ PDF, ไฟล์รูปอย่าง JPEG, ไฟล์รูป .TIFF และพวกไฟล์เอกสาร Microsoft Office

สรุปแล้ว จากที่ลองนะครับ ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ Mac OSX หรือ iOS หรือ Android ก็สามารถสั่งพิมพ์ผ่าน WiFi ไปที่ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw กันได้หมดครับ ส่วน Linux นี่ ถ้าใช้ Google Chrome ก็สั่งพิมพ์ได้ผ่าน Cloud Print แต่ผมพยายามหาทางพริ้นต์ผ่านการเพิ่มเครื่องพริ้นเตอร์แล้ว ไม่รอดแฮะ (จริงๆ อาจทำได้แต่ผมทำไม่เป็น?!? ไม่ค่อยได้เล่น Ubuntu อ่ะ) ฉะนั้นจึงบอกได้ว่า ในฐานะเครื่องพริ้นเตอร์แล้ว เจ้านี่ติดตั้งง่าย และค่อนข้างจะพร้อมใช้อยู่

 

เลือกสแกนได้หลายแบบ

 

ส่วนในเรื่องของการใช้ในฐานะสแกนเนอร์ เจ้านี่รองรับการสแกนแล้วเก็บหรือส่งในหลายๆ รูปแบบเลย ทั้งสแกนลง USB Drive, สแกนไปเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง, สแกนแล้วไปเก็บไว้ที่ Network Folder หรือสแกนแล้วส่งอีเมล์โลด

 

ตั้งค่าสแกนไปเก็บไว้ที่ Shared folder ในเครือข่าย (ในกรณีของผมคือ NAS)

สแกนแล้วส่งอีเมล์ได้ แต่เราต้องจัดให้มี SMTP server ด้วย

 

อย่างไรก็ดี จากที่ทดสอบ ผมพบว่าผมไม่สามารถสแกนเอกสารไปเซฟใน USB Drive ได้ ผมลองกับ Flash drive สามตัวแล้ว ก็ไม่ประสบผลสำเร็จครับ แต่ไปลองเซฟลง Network drive แล้วโอเคอยู่ เพียงแต่มันต้องเข้าไปที่ระบบบริหารจัดการของตัวพริ้นเตอร์ ผ่านทางเบราว์เซอร์ครับ (จริงๆ ผ่านโปรแกรมบนเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้แต่ผมเลือกที่จะไม่ลงโปรแกรมใดๆ เพราะในยุคนี้สมัยนี้ มันต้อง Cross Platform และวุ่นกับการติดตั้งโปรแกรมให้น้อยที่สุดสิครับพี่น้องครับ) … ในการทดสอบครั้งนี้ ผมก็ไปเซฟลง Network drive ที่เป็น NAS (Network-attached Storage) ที่ผมมีอยู่ที่บ้านนั่นแหละ

ส่วนถ้าอยากจะสแกนแล้วส่งอีเมล์ ต้องมีการเซ็ต SMTP server ให้ด้วย ซึ่งหากเป็นพวกองค์กรธุรกิจแล้ว ก็ให้แผนกไอทีจัดการตรงนี้ไป แต่สำหรับบ้านคนทั่วๆ ไป ก็คงจะไม่มีให้ใช้กัน แต่หากบ้านใครมี NAS ไฮโซๆ หน่อย เช่น QNAP TS-253 Pro แบบบ้านผม ก็จะเพิ่มคุณสมบัติ SMTP ลงไป เพื่อใช้แทนกันได้ครับ

 

ส่วนของสแกนเนอร์ของ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

ในกรณีต้องการสแกนเอกสารเป็นปึกๆ ก็ใส่ทีเดียวได้เลย

 

การสแกน จะทำแบบทีละแผ่น ก็เปิดฝาตัวเครื่องขึ้นมา แล้วสแกนทีละแผ่น คล้ายๆ เครื่องถ่ายเอกสารก็ได้ หรือถ้าขี้เกียจหรือมีหลายๆ แผ่น ก็วางไว้บนถาดสแกน ให้มันฟีดเข้าเครื่องทีละแผ่นๆ เองก็ได้ แล้วมาเอาเอกสารคืนจากช่องด้านล่างทีหลัง เพียงแต่ว่าหากจะใช้วิธีสแกนอัตโนมัติแบบนี้ ต้องมั่นใจหน่อยนะว่ากรีดกระดาษมาดี อย่าให้ติดกัน ไม่งั้นเดี๋ยวมันฟีดติดกันสองแผ่นได้นะครับ (โดนมาเองกะตัวแล้ว)

 

เอาตลับผงหมึกออกมาง่ายๆ แค่หยิบขึ้นมาเลย

 

ในกรณีของการถ่ายเอกสาร มันก็คือการผสมผสานสแกนเนอร์กับพริ้นเตอร์เข้าด้วยกัน สแกนด้วยสแกนเนอร์แล้วส่งข้อมูลไปพริ้นต์ออกที่พริ้นเตอร์เลย สามารถทำแบบ Standalone ได้ผ่านหน้าจอสัมผัส 4.3 นิ้วนั่นแหละครับ และหากหมึกหมด ก็เปิดฝาหน้าออกมา แล้วถอดเปลี่ยนหมึกได้ง่ายมากๆ ทีเดียว

จุดนึงที่ผมว่า HP อาจจะต้องปรับปรุง คือเรื่องของความปลอดภัย เพราะตัว Web Interface เนี่ย เวลาเปิดใช้แล้ว มันไม่มีการกำหนดรหัสผ่านเอาไว้ พูดง่าย ใครก็เข้าไปใช้ได้ ขอแค่รู้ IP Address ถ้าอยากให้ปลอดภัยก็ต้องกำหนดรหัสผ่านทีหลัง แต่จริงๆ แล้ว ผมว่ามันควรมีรหัสเริ่มต้นมาก่อนนะครับ (เช่น รหัสตาม Serial number ไรงี้)

เรื่องคุณภาพการพิมพ์ ในแง่ของการพิมพ์เอกสาร บอกได้เลยว่าโอเคทีเดียวครับ คุณภาพการพิมพ์ระดับ 600 x 600 dpi เนี่ย คมชัดทีเดียว การพิมพ์ก็ค่อนข้างเร็ว (เพียงแต่แผ่นแรกอาจจะใช้เวลานิดหน่อย) แต่หากใครคิดจะสอยไปพริ้นต์ภาพ ผมว่าไปหา InkJet สำหรับงานพิมพ์ภาพโดยเฉพาะดีกว่านะครับ

 

รายละเอียดอื่นๆ ตามสเปก

สำหรับสเปกอื่นๆ ของ HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ตัวนี้ ที่น่าจะรู้ก็มี

  • ความเร็วในการพิมพ์สีและขาวดำ โดยประมาณอยู่ที่ 27 แผ่นต่อนาที
  • ระยะเวลาในการพิมพ์แผ่นแรก ถ้าเป็นขาวดำจะอยู่ที่ประมาณ 9 วินาที ถ้าเป็นสีก็ 9.9 วินาที
  • รองรับการพิมพ์จำนวนสูงสุด (โหดสุด) 50,000 แผ่นต่อเดือน แต่ทาง HP แนะนำว่า 750-4,000 แผ่นต่อเดือน จะรุ่งสุดนะ
  • ความละเอียดในการพิมพ์สูงสุด 600 x 600 dpi รีดไปได้สูงสุด 38,400 x 600 dpi อ่ะนะ

 

บทสรุปการรีวิว HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw

ราคาจากเว็บไซต์ของ HP เจ้านี่อยู่ที่ 50,000 บาท แต่ผมลองเช็คกับ Priceza แล้ว ถูกสุดคงหาได้แถวๆ 44,100 บาทละมั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มีนาคม 2559 ที่เขียนบล็อกตัวนี้) ราคานี่สำหรับผู้ใช้งานตามบ้านต้องคิดหนักอยู่ แต่ก็เป็นอะไรที่องค์กรธุรกิจสามารถหาซื้อมาใช้ได้แบบไม่ต้องปาดเหงื่อ ตัวเดียว ทำงานได้ครบเครื่อง วางแผนดีๆ มันช่วยให้ออฟฟิศขนาดเล็กถึงขนาดกลาง หรือแม้แต่บางแผนกบางหน่วยงานขององค์กรใหญ่ๆ ทำงานได้สะดวกทีเดียวล่ะครับ

HP Color LaserJet Pro MFP M477fdw ตัวนี้ รองรับการใช้งานผ่านระบบเครือข่าย หรือผ่านเครือข่ายไร้สาย ถ้าได้รับการตั้งค่าให้เรียบร้อยแล้ว มันใช้งานสะดวก รองรับการเพิ่มของอุปกรณ์ใหม่ๆ ได้ดีกว่าการใช้งานผ่านพวกสายเคเบิลเยอะเลยครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: