ใช้ QNAP Cloud Drive Sync เพื่อการแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่จำนวนมากๆ

Print Friendly

Cloud Drive Sync

เวลาที่เราอยากเข้าถึงไฟล์ได้สะดวกๆ ในทุกๆ ที่ จากทุกๆ อุปกรณ์ เราก็มักจะเอาพวกไฟล์ต่างๆ ไปวางไว้บน Cloud storage ครับ แต่ข้อจำกัดของพวกบริการ Cloud storage พวกนี้ ส่วนใหญ่ก็คือ เราจะต้องมีไฟล์ต้นฉบับเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ใดๆ ซักตัวหนึ่ง ซึ่งมันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ หากเราจะต้องมีไฟล์เหล่านั้นอยู่ในทุกอุปกรณ์ เพราะมันจะทำให้ประโยชน์ของการมี Cloud storage หมดไปพอสมควรเลย

ถ้าอุปกรณ์แต่ละชิ้นของเรามีความจุเหลือเฟือตลอด การมีไฟล์พวกนี้เก็บไว้ในทุกอุปกรณ์มันก็ดีครับ เพราะเท่ากับมีสำเนาเก็บไว้เยอะ ไม่ต้องกลัวข้อมูลสูญหายมาก แต่ในชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น ฉะนั้น วิธีที่มีคนนิยมใช้กันก็คือ การเอา Network-attached storage หรือ NAS เข้ามาช่วยครับ หลักการง่ายๆ คือ

  • โอนไฟล์ขนาดใหญ่ๆ ที่อยากจะเอาไปใช้บนอุปกรณ์ต่างๆ มาเก็บไว้บน NAS ในโฟลเดอร์นึง
  • ซิงก์โฟลเดอร์นั้นจาก NAS ไปบน Cloud storage
  • เวลาลงโปรแกรม Client ของพวก Cloud storage ก็จะเลือกซิงก์ไฟล์ทั้งหมด ยกเว้นโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ใหญ่ๆ นี่
  • เวลาอยู่ข้างนอก ถ้าจะใช้งานไฟล์ใหญ่ๆ ทีนึงก็ค่อยดาวน์โหลดมาใช้ แต่ถ้าอยู่ในบ้าน ก็ดึงมาจาก NAS เลย

ซึ่งตรงเนี้ย QNAP Turbo NAS เขามีแอปชื่อ Cloud Drive Sync เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกครับ

 

Cloud Drive Sync

 

การใช้งานก็ต้องมีขั้นตอนนิดหน่อยครับ แต่ก็ประกอบไปด้วยสองส่วนหลักๆ คือ สร้างบัญชีสำหรับการเชื่อมต่อ แล้วจากนั้นค่อยสร้าง Job สำหรับการซิงก์ข้อมูลครับ

 

เลือกบริการ Cloud storage ที่อยากเชื่อมต่อ และตั้งชื่อ

Authorize เพื่อให้ Cloud Drive Sync เชื่อมต่อกับบริการ Cloud storage ได้

 

การสร้างบัญชีก็ง่ายครับ เปิดแอป Cloud Drive Sync ขึ้นมาแล้วไปที่ Cloud Account Management แล้วก็คลิกปุ่ม Create Account ครับ จากนั้นก็เลือกว่าจะเชื่อมต่อกับบริการ Cloud storage อะไร ซึ่งมีให้เลือก 4 อันคือ OneDrive, Google Drive, Dropbox และ huIC ซึ่งสามบริการแรกนี่เราคงคุ้นเคยกันดี แต่อันหลังนี่ผมก็งงๆ ว่าอะไรวะ (ฮา)

 

เลือกโฟลเดอร์ที่จะซิงก์ข้อมูล และเลือกว่าจะซิงก์อะไรจาก Cloud storage

 

จากนั้นก็ไปสร้าง Job สำหรับการซิงก์ข้อมูลครับ เราก็ไปที่ Sync Job Management แล้วคลิก Create Job ครับ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการตั้งค่า ซึ่งอันแรกสุดก็แค่คลิก Next ไป พอมาถึงขั้นตอนที่สอง (Step 2/8) ก็เลือกครับว่าจะซิงก์จาก Account ไหนตรง Account Name

และตรงนี้เราก็เลือกด้วยครับว่าข้อมูลที่ซิงก์แล้ว จะให้ไปไว้ที่โฟลเดอร์ไหน และอยากจะซิงก์ข้อมูลจากโฟลเดอร์ไหนมา หากต้องการซิงก์ทั้งหมด ก็เลือกที่ Root folder เลยครับ (มันจะเป็นชื่อ มันจะเป็นชื่อ Account ของเรา) แต่หากเราต้องการซิงเฉพาะโฟลเดอร์ หลายๆ โฟลเดอร์ ก็ต้องสร้าง Job แต่ละอันมาสำหรับแต่ละโฟลเดอร์นะครับ

 

เลือกว่าจะซิงก์แบบไหน ต่อเนื่อง หรือตั้งเวลา หรือกำหนดเอง

 

ขั้นตอนที่ 3 คือการเลือกว่าจะซิงก์ข้อมูลถี่แค่ไหน ถ้าเราอยากได้แบบเดียวกับตัว Client ของ Cloud storage คือ ซิงก์ทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็เลือก Continuous ครับ แต่ตัวเลือกอื่นๆ ก็จะมี

  • Start manually คือ เลือกซิงก์เอง ไม่สั่งไม่ซิงก์
  • Periodcally คือ เลือกตั้งเวลาซิงก์ตามที่ต้องการ
  • Start once at คือ เลือกตั้งให้ซิงก์ทีเดียว เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ
  • After this job finishes คือ เลือกให้ซิงก์หลังจาก Job นึงเสร็จ

โดยปกติแล้ว ก็แนะนำให้ใช้ Continuous ครับ ยกเว้นจะต้องการประหยัดแบนด์วิธ

 

ในกรณีที่เกิด Conflict (แยกไม่ออกว่าไฟล์ไหนใหม่กว่า) จะถือว่าไฟล์จากไหนเป็นตัวหลัก

 

ถัดมา ขั้นตอนที่ 4 จะเป็นตัวเลือกเพื่อบอกแอปว่า หากเจอกรณีที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าไฟล์ที่อยู่บน NAS กะ Cloud storage อันไหนใหม่กว่า จะให้ยึดซิงก์ไฟล์จากไหนเป็นหลัก คือ จะเลือกยึดฝั่งใดฝั่งนึงเป็นหลักก็ได้ หรือจะเลือกเอาไว้ทั้งสองฝั่งแต่ใช้วิธีเปลี่ยนชื่อไฟล์แทน หรือจะไม่ต้องซิงก์เลยก็ได้

 

สามารถกรองไฟล์ที่จะซิงก์ได้

 

ขั้นตอนที่ 5 เป็นการตั้งค่าให้คัดกรองว่าจะซิงก์ไฟล์ขนาดแค่ไหน หรือเก่าใหม่แค่ไหน

 

ตั้งชื่อ Job แล้วก็กำหนดค่าต่างๆ

 

ขั้นตอนที่ 6 เป็นการตั้งชื่อ Job และการตั้งค่าอื่นๆ คือ

  • Timeout (ในกรณีที่ Job มันรันไม่ได้ แล้วให้ถือว่ารันไม่ผ่าน)
  • Number of retries คือ จำนวนครั้งที่จะลอง จนกว่าจะหยุดทำงาน
  • Retry interval คือ ระยะเวลา (เป็นวินาที) ที่จะรอก่อนที่จะเริ่มลองรัน Job ใหม่ (ในกรณีที่การรันก่อนหน้าไม่สำเร็จ)
  • Maximum skipped files คือ หากซิงก์บางไฟล์ไม่ผ่าน จะข้ามไฟล์นั้นไป แต่จะข้ามสูงสุดแค่กี่ไฟล์ก่อนที่จะฟ้องว่า Job ทำงานไม่สำเร็จ
  • Concurrent processing files คือ จำนวนของไฟล์ที่จะซิงก์พร้อมกัน สูงสุดจะซิงก์กี่ไฟล์พร้อมกัน

 

สรุปการตั้งค่า แล้ว Next โลด

 

ขั้นตอนที่ 7 ก็จะเป็นการสรุปค่าที่เราตั้งไว้ และขั้นตอนที่ 8 ก็ไม่มีอะไรครับ แค่ Next ผ่านไปเลยก็เรียบร้อย

เทคนิคนี้ว่ากันว่าเหมาะสำหรับคนที่ต้องทำงานกับไฟล์ใหญ่ๆ ที่บ้าน เช่นตากล้อง ที่ไปถ่ายรูปมาแล้วเก็บรูปไว้ใน NAS แต่ไม่อยากเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (เปลืองที่) แต่บางครั้งก็มีความจำเป็นที่จะต้องดึงไฟล์รูปที่เก็บไว้ มาทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์บ้าง ก็เลือกที่จะดึงผ่าน Cloud storage เป็นไฟล์ๆ ไปครับ

@kafaak

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่ต๊อกต๋อย เคยเป็นผู้บริหารฝ่ายผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม แต่ภายหลังเลือกงานที่ให้เวลากับชีวิต เพื่อมาอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีมากกว่า ปัจจุบันเป็นทั้งไอทีต๊อกต๋อยในสถานศึกษา เป็นบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยที่เขียนไปเรื่อยทั้งเรื่องเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย การตลาดดิจิตอล และจิตวิทยา เป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดดิจิตอลให้กับธุรกิจ SMEs หลายแห่ง และเป็นวิทยากรรับเชิญด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิตอล และโซเชียลมีเดีย เป็นบางครา

You may also like...

Leave a Reply

%d bloggers like this: